กนก ชี้ปัญหาการศึกษา เสนอปฏิรูปเชื่อม กสศ.-สพฐ.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของระบบราชการการศึกษาและปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ยังคงดำรงอยู่ จึงเสนอให้ กสศ. มีบทบาทนำแนวคิดการอุดหนุนเงื่อนไขไปสู่ครูในพื้นที่ห่างไกล ผลักดันการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน เน้นการปฏิรูปการศึกษาโดยยึดชุมชนเป็นฐาน ไม่ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนงบประมาณและพัฒนาวิธีการสอนที่เหมาะสม รวมถึงผลักดันการเปลี่ยนผู้บริหาร สพฐ. เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกันอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุน กสศ. นี้ประวัติของมันก็คือเกิดขึ้นในยุครัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในการทำให้เกิดกองทุนแห่งนี้ ตอนนั้นเรามีคำถาม ว่าทำไมต้องมี กสศ. คำตอบชัดเจนครับก็คือว่าระบบการศึกษาปกติที่ กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบ โดยเฉพาะ สพฐ. นั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และปัญหาก็รุนแรงมากขึ้น วิธีการ แก้ไขใหม่ ๆ ที่จะออกนอกกรอบของระบบราชการก็ยังไม่เกิดขึ้น เราก็เลยมีความคิดว่า ถ้าอย่างนั้น กสศ. น่าจะทำหน้าที่ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือไปประคองสถานการณ์ของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่รุนแรงมากขึ้นทุกวัน ในอีกส่วนหนึ่งก็ไปทำการวิจัยในเชิงปฏิบัติการที่เรียกว่าเป็นแอกชัน รีเซิร์ช (Action research) เพื่อจะหาคำตอบว่าแนวทางการปฏิรูปการศึกษาหรือยกระดับ คุณภาพการศึกษานั้นทำอย่างไร นี่คือเป้าหมายของ กสศ. เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ดีใจที่ได้เห็น รายงานอันนี้อีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตที่จะอภิปรายแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ๗ โครงการ ที่ กสศ. ทำนั้นเป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ ผมขออนุญาตพูดเฉพาะเรื่องแนวคิด เพราะว่า รายละเอียดโครงการนั้นท่านสมาชิกอื่นได้พูดไปแล้ว ผมคิดว่าแนวคิดที่ดีและน่าจะนำใช้ได้ ในกระทรวงศึกษาธิการก็คือการให้เงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข หรือที่เรียกว่า คอนดิชันนัล แคช ทรานส์เฟอร์ (Conditional cash transfer) ซึ่งคอนเซปต์ (Concept) นี้ไม่ใช่เป็นคอนเซปต์ (Concept) ธรรมดา เป็นคอนเซปต์ โนเบล ไพรซ์ (Concept nobel prize) ที่มันชัดเจนแล้ว ธนาคารโลกก็ใช้เรื่องนี้แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ควร จะต้องเอามาใช้ เพียงแต่ผมอยากจะให้เพิ่มเติมว่าไม่ควรจะใช้เฉพาะกับนักเรียนเท่านั้น ให้ใช้กับครูด้วย ครูที่อยู่ในพื้นที่ที่ยากลำบากอย่างที่ท่านนิยมได้พูดเมื่อสักครู่ เรามีแอดดิชันนัล แคช ทรานส์เฟอร์ (Additional cash transfer) ไปให้ครูเหล่านั้น ถ้าอย่างนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ แก้ไขปัญหาได้ แนวคิดที่ ๒ ที่น่าสนใจและเป็นเรื่องที่ดี คือแนวคิดเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัยใน ๓ ด้าน คือในด้านสติปัญญา ในด้านบุคลิก แล้วก็ในด้านอารมณ์ ผมคิดว่า ๓ ส่วนนี้เป็นเรื่องที่ควร จะต้องทำ เรื่องที่ ๓ แนวคิดเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเป็นเรื่องที่ตรงไป หาประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้น เรื่องที่ ๔ การปฏิรูปการศึกษาที่ยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง แก้ไขปัญหา เป็นพื้นที่ ไม่ใช่เป็นรายโรงเรียน เป็นรายห้องเรียน ตัวอย่างดี ๆ ๔ เรื่องนี้ผมอยากจะเสนอแนะ กับ กสศ. ว่าขอให้นำเรื่องเหล่านี้ไปพูดคุยกับ สพฐ. ปัญหาที่เราเห็นในเรื่องโรงเรียนและ ที่พูดกันเสียงดังมากวันนี้ก็เพราะว่าแนวคิด ๔ อันนี้ไม่เข้าไปในความคิด ไม่เข้าไปในนโยบาย และการปฏิบัติของ สพฐ. เพราะฉะนั้นอันนั้นก็เป็นเรื่องที่ ๑ ขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพ

เรื่องที่ ๒ ก็คือการปฏิบัติโครงการ ๗ โครงการที่ท่านทำนั้น ผมเชื่อว่าผลของ การปฏิบัติถึงแม้ว่าจะยังไม่จบก็ตาม ท่านได้ประสบการณ์และบทเรียนมาเยอะ บทเรียนที่ ๑ ที่ผมเชื่อว่าท่านได้ก็คือท่านได้ความรู้ทักษะและวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว ความรู้ ตรงนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กยากจน ยากจนพิเศษในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งมีโรงเรียนอีก ๒,๐๐๐ โรงเรียน ที่กำลังเผชิญปัญหาตรงนี้อยู่ ท่านกรุณาเร่งด่วนเอาแนวคิดตรงนี้ฉีดวัคซีน ลงไปในระบบของ สพฐ. ให้ได้โดยเร็ว ขอความกรุณาเลิกกันทีที่จะบอกว่ายุบโรงเรียนเล็ก ควบรวมโรงเรียนเล็ก ผมเห็นด้วยกับท่านนิยม เวชกามา อย่างยิ่งครับ เราจะไม่ยอม ให้มีการยุบโรงเรียนเล็กเด็ดขาด ตรงนี้เป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา ต่อหัวเพิ่มขึ้นอีก ๑,๖๐๐ บาท เรามีเด็กตรงนี้อยู่ประมาณ ๑ ล้านคน ผมถามว่ากระทรวงศึกษาธิการจัดเงิน ๑,๖๐๐ ล้านบาทให้กับเด็กยากจนเหล่านี้ไม่ได้ หรือท่าน ถ้าจัดไม่ได้ท่านตอบมาว่าเหตุผลคืออะไร และมีอะไรสำคัญกว่าเด็ก ๑ ล้านคน ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารแบบนี้ นี่คือสิ่งที่เป็นความรู้ทักษะ ผมอยากให้ท่านเอาตรงนี้ไปพูดแล้ว ก็สื่อสารกับกระทรวงศึกษาธิการให้ชัดเจน วิธีการสอนนักเรียนยากจน นักเรียนยากจนพิเศษ สอนอย่างไรครับที่จะให้เขารู้เรื่อง เพราะเขาอยู่ในสถานะที่ไม่พร้อม ตอนเช้าไปโรงเรียนไม่ได้ กินข้าว แม่ไม่อยู่บ้าน พ่อไม่อยู่ อยู่กับตา อยู่กับยาย และน้าก็เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ ๒-๓ วัน เพราะว่าสารพิษจากการเกษตร เด็กที่อยู่ในสภาพแบบนี้จะสอนอย่างไรครับ ผมคิดว่าตรงนี้ เราต้องการคำตอบ เราอยากได้เครื่องมือของการสอนเด็กที่ไม่มีความพร้อมทางวิชาการ ให้เขาสามารถเรียนรู้ได้ นี่คือคำตอบที่เราอยากจะได้จากท่าน ขอให้ท่านช่วยนำสิ่งเหล่านี้ ไปบอกกับ สพฐ. ด้วย

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ความคิดและทัศนคติของครูและผู้บริหาร สถานศึกษาครับ ผมเชื่อว่า กสศ. เรียนรู้มาตลอดเวลาว่า ความสำเร็จที่ท่านทำอยู่ได้นั้นวันนี้ เพราะว่าครูใหญ่ที่โรงเรียนหรือ ผอ. โรงเรียนกับครูเขามีภาวะผู้นำ เขาทุ่มเท เขาเสียสละ คือตรงไปตรงมาเขาสามารถที่จะมีแรงบันดาลใจที่จะอดทนที่จะต่อสู้กับความยากลำบาก ที่อยู่รอบโรงเรียนของเขาได้ สิ่งเหล่านี้ทำไมเราไม่เอามาถ่ายทอดและเป็นวัคซีนให้กับครู อีกจำนวนมหาศาลหลายแสนคนใน สพฐ. ครับ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นโจทย์ที่อยากจะให้นำ ความคิดและทัศนคติเหล่านี้ไปถ่ายทอดและให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้น

ประการที่ ๓ ที่ท่านเรียนรู้แล้วก็คือวิธีการทำงานเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ใช่ทำตามนโยบายกระทรวงที่มอบไปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง คือคุณภาพของนักเรียน เปลี่ยนแปลงจริง หมายความว่าในการทำงานนี้ทำอย่างไร จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ทำอย่างไรจึงจะทำให้ครูที่อยู่โรงเรียนห่างไกลในชนบทนั้น ไม่นั่งคิดนอนคิดว่าจะย้าย โรงเรียนอย่างไร ทำอย่างไรให้ครูที่จะคิดย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ความยากลำบากหันกลับไป ในห้องเรียนแล้วตั้งใจว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงนักเรียนที่มีความด้อยโอกาสเหล่านี้ในชีวิต ของเขา สิ่งเหล่านี้ กสศ. มีบทเรียนแล้วถอดออกมาสิครับ แล้วก็เอามาถ่ายทอดเพื่อเราจะได้ ขยายผลต่อไป

ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายด้วยเวลาข้อจำกัด ข้อเสนอที่ผมอยากจะ ให้กับ กสศ. นอกจากนี้ก็คือว่าผมอยากให้ กสศ. จะต้องประสานทั้งความคิด หลักการ มาตรการของการแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและคุณภาพการศึกษานี้ กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในชุมชน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกระทรวงศึกษาธิการ การนำนโยบายและวิธีการที่ประสบความสำเร็จแล้วนี่นะครับ ท่านต้องผลักดันให้เข้าไปสู่ กระทรวงศึกษาธิการให้ได้ ถ้าท่านทำไม่ได้หาตัวช่วยสิครับ และตัวช่วยที่ดีที่สุดคือพวกผม ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ล่ะครับ พวกผมจะได้ยื่นญัตติกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พวกผมจะได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พวกผมจะได้หารือ กับประธานสภาผู้แทนราษฎรในตอนเช้า สิ่งเหล่านี้ท่านบอกเราสิครับ เราจะได้ทำหน้าที่ ช่วยท่านด้วย เพราะสิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นสิ่งที่ดีแล้วก็ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพปัญหา ของเราวันนี้ที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า กสศ. พยายามที่จะดึงนักเรียนที่ยากจนและยากจนพิเศษ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ สพฐ. กำลังผลักแล้วก็ดันนักเรียนยากจน และยากจนพิเศษ ออกจากระบบการศึกษาครับ ๒ เรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไรครับ เกิดขึ้นพร้อมกันในยุทธศาสตร์ ปฏิรูปประเทศฉบับเดียวกันครับ นี่คือปัญหาครับท่านประธาน ท่านทราบไหมครับว่า กสศ. พยายามที่จะสร้างครูที่เก่ง ครูที่ดีเพื่อให้ไปทำงานในโรงเรียนขนาดเล็กในถิ่นทุรกันดาร แต่วันนี้ สพฐ. เปิดโอกาสให้กับครูเก่ง ครูที่ดี ซึ่งมีอยู่น้อยในถิ่นทุรกันดาร มีโอกาสจะขอย้าย ออกจากพื้นที่ได้เป็นคนแรกเพราะเขาเป็นครูที่เก่งและเป็นครูที่ดี ระบบตรงนี้มันสวนทางกัน โดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ผมถามว่ายุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศทางด้าน การศึกษาที่พูดกันใหญ่โตนั้น ชีวิตจริงเป็นอย่างนี้ท่านทำอย่างไร ผมคิดว่า กสศ. ท่านกรุณา อย่าสุภาพจนเกินไปครับ คุณหมอสุภกร อาจารย์ไกรยศ ท่านอย่าสุภาพจนเกินไปครับ ท่านต้องลุกขึ้นมาและพูดให้เสียงดังชัดเจนตรงประเด็นว่าเราต้องการการเปลี่ยนแปลงแล้ว เราทนไม่ได้อีกแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนไปยัง กสศ. ว่าความเสี่ยงของ กสศ. มีข้อหนึ่งที่สำคัญมาก ก็คือว่าเมื่อท่าน ดันนักเรียนที่ยากจนและยากจนพิเศษกลับเข้าสู่ระบบแล้ว ระบบของ สพฐ. ก็จะขับออกมา อีกล่ะครับ ท่านก็จะต้องวนไปวนมาแบบนี้ไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้เราแก้ปัญหา ไม่มีวันจบครับ ผมคิดว่าถ้ายุทธศาสตร์ชาติแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ ท่านประธานครับ ขออนุญาต เสนอง่าย ๆ เลยดีไหมครับว่าขอให้เลขาธิการ สพฐ. ลาออก และเอาคุณหมอสุภกรไปเป็น เลขาธิการ สพฐ. แทน ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ