จักรพันธ์ พรนิมิตร หารือประเด็นการเปลี่ยนผ่านการศึกษาไทยจากปัญหาปริมาณสู่การพัฒนาคุณภาพ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับเด็กด้อยโอกาสทุกสังกัด โดยเฉพาะนักเรียนยากจนพิเศษในทุกประเภทสถานศึกษา รวมถึงเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมและครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในด้านทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง การสนับสนุนนักเรียนอาชีวศึกษาในกองทุน กยศ. การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และการดูแลสวัสดิการครูดูแลเด็กและครูพี่เลี้ยงที่ไม่ใช่ข้าราชการผ่านกองทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ เมื่อเราพูดถึงการศึกษานั้น ปกติแล้วประเด็นท้าทายที่ผู้กำหนดนโยบายหรือผู้บริหารการศึกษาบ้านเราหรือทุกที่ในโลก จะต้องเป็นโจทย์ใหญ่ก็คือเรื่องของปริมาณและคุณภาพ เมื่อสัก ๔๐-๕๐ ปีที่แล้วประเทศ ที่มีระดับการพัฒนาประมาณประเทศไทยที่เราเรียกกันว่า ประเทศกำลังพัฒนา โจทย์ใหญ่ ของผู้บริหารการศึกษาบ้านเราก็คือเรื่องของปริมาณ คือทำอย่างไรที่จะทำให้เยาวชน ของชาติได้รับการศึกษาอย่างน้อยการศึกษาในภาคบังคับครบถ้วน หรือมีเด็ก หรือเยาวชน ที่เดี๋ยวนี้ใช้คำว่า ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ บัดนี้เมื่อประเทศเราพัฒนามา จนถึงปัจจุบัน ประเด็นปัญหาเรื่องของปริมาณก็ดูจะลดความสำคัญลง ทั้งข้อเท็จจริงที่ว่า ความสำเร็จของทุกรัฐบาลที่ผ่านมาในเรื่องการจัดการศึกษา รวมทั้งระบบราชการ ระบบของ กระทรวงศึกษาธิการเองที่ต่อสู้ในเรื่องนี้ทำให้ปัจจุบันปัญหาของเด็กนักเรียนหรือเยาวชนไทย ที่ไม่ได้รับการศึกษาในภาคบังคับลดน้อยลงเป็นอย่างมาก จนแทบจะเรียกว่าไม่เป็นปัญหา อีกต่อไป แล้วก็ปัจจุบันประเด็นปัญหาก็ดูจะมามุ่งอยู่ที่เรื่องของคุณภาพมากกว่าเรื่องของ ปริมาณ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ปัจจุบันอัตราการเกิดของเด็กบ้านเราก็ลดน้อยลงมาก เป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว ผู้แทนราษฎรในที่นี้ทุกท่านในพื้นที่มีโรงเรียนก็เห็นด้วยตาตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องไปทำวิจัยว่าเด็กในโรงเรียนในพื้นที่เราลดหายมากน้อยไปขนาดไหน ทั้ง ๒ ปัจจัยสำคัญ คือเรื่องของการทำงานต่อเนื่อง เรื่องของอัตราการเกิดที่ลดลงก็ทำให้ปริมาณเป็นประเด็น ที่ลดความสำคัญลงเมื่อเทียบกับเรื่องของคุณภาพการศึกษา อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ แม้ว่าสภาพสังคมจะเป็นอย่างที่ผมได้กล่าว แต่ก็ยังมีเด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในจุดที่เรียกว่า ยังขาดโอกาสหรือด้อยโอกาสอยู่ในสังคม เพียงแต่ประเด็นท้าทายในสมัยปัจจุบันของผู้บริหาร การศึกษาก็คงอยู่ที่ว่าไม่ใช่แค่นำเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบโรงเรียนเท่านั้น แต่จะทำอย่างไร ให้เด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพด้วย ผมจึงดีใจครับที่ตั้งแต่ในพระราชบัญญัติ จัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือเรียกย่อ ๆ ว่า กสศ. แล้วในวัตถุประสงค์ ในวิสัยทัศน์ของตัวกองทุนเองที่ท่านได้กรุณาทำรายงานนำเสนอพวกเราในวันนี้ ก็ระบุชัดเจน ว่าการจัดการศึกษาให้เด็กกลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังต้องเป็นการจัดโอกาสให้เข้าถึงการศึกษา ที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งเราต้องขีดเส้นใต้คำว่า ที่มีคุณภาพ แล้วก็เมื่อเราไปดูในรายละเอียด โครงการที่ท่านสรุปมาว่าเป็นโครงการเด่น ๆ ของท่านในช่วงปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมาทั้ง ๗ โครงการ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายยกตัวอย่างเมื่อสักครู่แล้ว ก็จะเห็นว่าทุกโครงการ ท่านก็พยายามให้มีเรื่องของการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจริง ๆ อันนี้ก็ต้องขอชื่นชม อย่างไรก็ตามผมก็มีข้อสังเกตบ้างบางประการที่อยากจะให้ทางกองทุนรับไปพิจารณา ถ้าเป็นไปได้ในการดำเนินงานในระยะต่อไป ท่านประธานครับเมื่อเราดูในรายละเอียดโครงการ ทั้ง ๗ โครงการ ผมคงไม่ได้พูดทั้ง ๗ โครงการ เพราะว่าหลายท่านก็ลงรายละเอียดได้ดีเลย และผมก็ได้รับฟังรับความรู้เป็นอย่างมากจากหลายฝ่ายที่ลุกขึ้นอภิปรายในวันนี้ ในส่วนประเด็นของผมคิดว่าอย่างนี้ ผมไม่ค่อยสบายใจที่เห็นโครงการที่ระบุการช่วยนักเรียน ที่แยกเป็นสังกัด ผมสรุปอย่างนี้แล้วกันนะครับ ตั้งแต่โครงการแรกเราอุดหนุนนักเรียน ยากจนพิเศษ ผมอยากจะให้หยุดอยู่แค่อุดหนุนเด็กที่ยากจนพิเศษ ผมไม่อยากเห็นคำตอบ ออกมาว่าในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ผมมีความรู้สึกว่าเด็กที่ยากจนพิเศษเขาไม่ได้จำเป็น จะต้องอยู่ในสังกัด สพฐ. เท่านั้น เขาอาจจะอยู่ในโรงเรียนเทศบาล ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทย เขาอาจจะอยู่ในโรงเรียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่พยายามจะเข้าใจว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของโครงการ แล้วท่านเองก็เขียนไว้ ในผลการดำเนินการว่าในระยะต่อไปท่านก็อยากจะขยายไปในสังกัดอื่น ๆ เพียงแต่ผมคิดว่า ถ้าย้อนเวลาไปได้อย่างนี้แล้วกัน ซึ่งเราคงย้อนไม่ได้ก็อยากจะให้ท่านดูดัชนี ท่านคงมีตัวชี้วัด ของท่านอยู่แล้วว่าเด็กประเภทไหนที่อยู่ในยากจนพิเศษก็ดูให้ทั่วทุกสังกัด เด็กนักเรียนระดับ ประถมศึกษาที่เรียนในโรงเรียนเอกชนก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นเด็กมาจากครอบครัว ที่ร่ำรวย เพราะยังมีโรงเรียนเอกชนอีกมากที่ดำเนินการโดยมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งก็คือ เด็กที่ขาดโอกาสเหมือนกันนะครับ
ต่อไปโครงการที่เกี่ยวกับอาชีวศึกษา โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง อันนี้ท่านไม่ได้ระบุว่าสังกัดอะไร อาชีวศึกษานี้ทั้งเอกชนแล้วก็รัฐบาลเดี๋ยวนี้ก็สังกัดเดียวกัน คือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ. แต่ผมก็อยากจะฝากเอาไว้แล้วกันว่า คงเช่นเดียวกันว่าขอให้ดูครอบคลุมทุกหน่วยงาน เพราะว่าโดยเฉพาะอาชีวศึกษาจะแตกต่าง จากสายสามัญ เนื่องจากว่าสายสามัญมีความเป็นไปได้ว่าส่วนใหญ่นั้นนักเรียนที่เรียน ในโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่มักจะมาจากฐานะทางบ้านที่ดีกว่าคนที่เรียนในโรงเรียนรัฐบาล หรือโรงเรียนเทศบาลในระดับโรงเรียนเล็ก ๆ แต่สายอาชีวศึกษาค่อนข้างชัดเจนว่าไม่มีความ แตกต่างทางสังคมและเศรษฐกิจกันเลย ระหว่างนักเรียนที่เรียนโรงเรียนอาชีวศึกษารัฐบาลกับ นักเรียนที่เรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนเป็นคนที่มาจากครอบครัวแบบเดียวกันเลยส่วนใหญ่ เราก็จะดูได้ ถ้าท่านไปดูรายชื่อลูกหนี้ที่อยู่ในกองทุน กยศ. ในระดับอาชีวศึกษา ผมคิดว่า ลูกหนี้ส่วนใหญ่อาจจะอยู่ในกลุ่มอาชีวศึกษาเอกชนด้วยซ้ำ ดังนั้นผมก็คงต้องขอให้ทาง กองทุนไปทบทวนตรงนี้ ถ้าหากเราสามารถบริหารจัดการเงินที่มีอยู่ จริง ๆ แล้วสำหรับผม ก็ถือว่าน้อย เพราะว่าวันนี้ก็อ่านข่าวท่านประธานกองทุนก็ออกมาให้ข่าวว่าไม่อยากจะให้ ตัดงบประมาณ ผมก็ไม่อยากจะตัด ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เพิ่ม แต่ว่าตามกฎหมาย ผมเพิ่มให้ไม่ได้นะครับ ก็อยากจะให้ท่านได้ตามที่ขอมา
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องโครงการศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่ได้อภิปรายลงในรายละเอียดเป็นอย่างดีแล้ว ผมขอเสริม นิดเดียว คือเรื่องศูนย์เด็กเล็กเช่นเดียวกันกับประเด็นที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ก็คือว่าผมไม่อยาก ให้แยกว่าเราจะพัฒนาเฉพาะศูนย์เด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจะเป็นของ กระทรวงศึกษาธิการ หรือจะเป็นของเอกชน เพราะว่าก็เป็นแบบเดียวกับ สพฐ. สายสามัญ ก็คือยกตัวอย่างในเขตเพื่อนสมาชิกผมท่าน ส.ส. กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา จากเขตคลองเตย ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านก็จะมีปัญหาในเขตของท่านก็คือว่าเขตของท่านก็จะมีบริเวณที่เป็น ชุมชนแออัดแล้วก็จะมีหน่วยงานที่เป็นมูลนิธิเอกชนที่เขาไม่แสวงหากำไร แต่ไปเปิดศูนย์เด็กเล็ก เพื่อดูแลเด็กกลุ่มเหล่านี้กลุ่มที่ด้อยโอกาส แต่ประสบปัญหาก็คือว่าอยู่ในที่ของทางราชการ เพราะฉะนั้นทางราชการที่เป็นต้นสังกัดเจ้าของที่ก็ไม่อนุมัติให้ศูนย์เด็กเล็กที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น ไปรับสิทธิที่เด็กพึงจะได้จากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีนี้คือกรุงเทพมหานคร อย่างนี้ผมก็ยกตัวอย่างให้ฟังว่าก็จะมีปัญหาพวกนี้อยู่ในกลุ่มที่เป็นศูนย์เด็กเล็กสังกัดเอกชน ดังนั้นผมเชื่อว่าทางกองทุนเองก็คงไม่ได้มองข้ามตรงนี้ เพียงแต่อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตไว้ เพราะว่าไม่เห็นในรายงาน คิดว่าถ้ามีแผนการที่จะดำเนินการแบบนี้อยู่แล้วก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็อยากจะฟังจากทางท่านผู้บริหารกองทุน ถ้าหากว่าความเข้าใจของผมถูกต้องนะครับ ซึ่งศูนย์เด็กเล็กเองในรายงานของท่านก็พิสูจน์ให้เห็นสิ่งที่ผมอภิปรายมาในหลายโอกาส ก็คือการลงทุนในเด็กปฐมวัยให้ค่าตอบแทนทางสังคมสูงกว่าช่วงวัยอื่น ๆ ดังนั้นจึงสนับสนุน ท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปรายหลายท่านว่าเราควรจัดงบประมาณสนับสนุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้ทั่วถึงและกว้างขวางกว่านี้ แล้วก็ที่จำเป็นก็คือว่าเราจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ นี้ ซึ่งตราขึ้นมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีกลไกเยอะแยะเลยที่จะทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีคุณภาพที่ดีขึ้น
สุดท้ายท่านประธานครับ คงฝากไว้ในส่วนของผู้ดูแลเด็กและครูผู้ดูแลเด็ก รวมทั้งครูพี่เลี้ยง กลุ่มเหล่านี้เขาจะไม่ได้รับสวัสดิการถ้าหากไม่ใช่เป็นข้าราชการประจำ เขาจะไม่ได้รับสวัสดิการอะไรเลยจากต้นสังกัด ความจริงตรงนี้บทบาทของกองทุนสามารถไป ช่วยเขาได้ เพราะผมดูวัตถุประสงค์กองทุนแล้วสามารถเข้าไปช่วยพัฒนาได้ ท่านอาจจะ จัดเป็นสวัสดิการต่างหากให้กับกลุ่มคนเหล่านี้เพื่อช่วยในการพัฒนาคุณภาพของเยาวชน โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ขอบคุณท่านประธานครับ