ฐากร แจงความคืบหน้าประมูล 5G และปัญหาสายสื่อสาร-คุ้มครองผู้บริโภค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ชี้แจงความคืบหน้าการประมูลคลื่นความถี่ 5G พร้อมแผนการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ การประกาศหลักเกณฑ์ และการเปิดให้บริการในพื้นที่ EEC ภายในปี 2563 นอกจากนี้ยังหารือปัญหาสายสื่อสารระโยงระยางในกรุงเทพฯ เรียกร้องการจัดระเบียบสายทั้งการมัดรวมและนำลงดิน โดยเน้นความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยและทัศนียภาพที่ดีของเมือง พร้อมทั้งพูดถึงปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคในบริการโทรคมนาคม โดยเฉพาะกรณีร้องเรียนค่าบริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต เสนอให้ กสทช. เร่งเสริมมาตรการไกล่เกลี่ยและแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการขยายโครงข่ายเซลล์ไซต์และผลกระทบจากคลื่นความถี่ ซึ่งย้ำถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อคุ้มครองประชาชน พร้อมชี้แจงความแตกต่างของรายงานผลการปฏิบัติงานที่ส่งให้รัฐสภาและที่ สตง. ตรวจสอบ โดยยืนยันการดำเนินงานตามกฎหมายและกรอบเวลาที่กำหนด รวมถึงกระบวนการจัดทำงบประมาณภายหลังการปรับปรุง พ.ร.บ. ปี 2560 ที่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการดีอี และยืนยันความโปร่งใสในเรื่องการกันเงิน-เบิกจ่ายเหลื่อมปี พร้อมเสนอให้แยกงบ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือเลขาธิการ กสทช. ผมขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านไปทางท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพยิ่งครับว่ามีหลาย ๆ ประเด็นที่ท่านได้สอบถามมา เอาเรื่องที่เป็น เรื่องดีก่อนแล้วกันครับ ที่ท่าน พันเอก ดอกเตอร์เศรษฐพงค์ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่อง การประมูล ๕ จี (5G) ต่าง ๆ ที่จะต้องเดินหน้าต่อของประเทศไทยในวันนี้ ผมขออนุญาต เรียนว่าแผนการดำเนินการในการที่จะขับเคลื่อน ๕ จี (5G) ในส่วนเศรษฐกิจของประเทศ เราจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมของ กสทช. ในการที่จะมีการประมูลคลื่นความถี่ที่ใช้ในย่าน ๕ จี (5G) ซึ่งจะมีการประมูลคลื่นความถี่ใน ๔ ย่าน ไม่ว่าจะเป็นคลื่นในย่าน ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ คลื่นในย่าน ๑๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ คลื่นในย่าน ๒๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ คลื่นในย่าน ๒๖ กิกะเฮิรตซ์ ไปพร้อมกัน ซึ่งกระบวนการในการประมูลจะมีการเคาะราคาการประมูลทั้งหมดในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กระบวนการในระหว่างนี้ก็คือกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ กระบวนการ ในการที่จะประกาศหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการที่จะให้ผู้เข้าประมูลเข้าร่วมประมูลดังกล่าว และจะให้มีการอิมพลีเมนต์ (Implement) ก็คือเริ่มเปิดในการที่จะให้มีการติดตั้งสถานีฐานต่าง ๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ และจะมีการเปิดให้บริการในพื้นที่อีอีซี (EEC) ก่อน ประมาณ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๓ ซึ่งถ้าหากว่าสามารถดำเนินการได้ก่อนในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๓ ได้ ซึ่งจะเป็นการเปิดพร้อมกันกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการเปิดในช่วงของโอลิมปิกในปี ๒๐๒๐ ต่อไปนะครับ อันนี้เป็นกระบวนการที่ทางสำนักงาน กสทช. ได้เร่งรัดในการที่จะดำเนินการ ในส่วนนี้นะครับ

เรื่องที่ ๒ อยากจะกราบเรียนในเรื่องการจัดระเบียบสายและนำสายสื่อสาร ลงดิน ในประเด็นที่ ๒ อยากจะกราบเรียนว่าในพื้นที่ทั้งหมดในขณะนี้ทางสำนักงาน กสทช. ต้องเรียนว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องการจัดระเบียบสายสื่อสารเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือเป็นเรื่องการทำทัศนียภาพ ให้สวยงามสำหรับเมืองใหญ่ ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางสำนักงาน กสทช. เองต้องขออนุญาต นำเรียนว่าสายสื่อสารต่าง ๆ เป็นสายสื่อสารที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา กสทช. เองจัดตั้งขึ้น ตอนที่เป็น กทช. ปี ๒๕๔๗ และมาเป็น กสทช. ในปี ๒๕๕๔ สายสื่อสารที่เราเห็นพาดอยู่ ระโยงระยาง ผมขออนุญาตนำเรียนว่ามันเป็นสายสื่อสารเดิม ท่านจะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมา หลาย ๆ ท่านเคยใช้สายสื่อสารที่เราเรียกกันว่าแพกลิงก์ (Packlink) บ้างในอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้เลิกประกอบกิจการไปแล้ว ๓๐ ปี ๔๐ ปีที่แล้ว แต่สายสื่อสารที่เลิกประกอบกิจการ ไปแล้วก็ยังพาดอยู่บนสายไฟฟ้าอยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญว่า กสทช. เองเมื่อมี การจัดระเบียบสายสื่อสารดังกล่าว เราได้มีการจัดระเบียบสายสื่อสารในช่วงที่มีการเอาสาย สื่อสารลงดิน ผมขออนุญาตนำเรียนท่านว่า ๑. เป็นการจัดระเบียบสายสื่อสาร หมายความว่า มีการมัดรวมสายสื่อสารให้ดีขึ้น ๒. ก็คือนำสายสื่อสารลงดินในพื้นที่ที่มีท่อของทีโอทีหรือท่อ ที่มีการก่อสร้างแล้วเพื่อที่จะนำสายสื่อสารลงดิน เพื่อให้บ้านเมืองมีความสะดวกปลอดภัย และสวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนนี้อยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทาง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าในโครงการนี้เมื่อเราได้มีการดำเนินการแล้วเราจะสามารถดำเนินการ ได้เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น แล้วจะต้องไม่กระทบกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในการที่ใช้ถนนการจราจรทั้งหมด ซึ่งในขณะนี้เราดำเนินการในสายพหลโยธินเสร็จแล้วครับ ในการที่นำสายสื่อสารลงดินทั้งหมดเป็นระยะทาง ๒๕๖ กิโลเมตร ท่านจะเห็นนะครับว่า บนเส้นถนนพหลโยธินตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าวมาจะไม่มีสายสื่อสารแล้ว สายที่ท่านเห็นข้างบน ไม่ใช่สายสื่อสารนะครับ คือสายของการไฟฟ้านครหลวงซึ่งเป็นสายที่ขึ้นไปสูงอีกระดับหนึ่ง ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น กสทช. เองก็คงต้องเดินหน้าในการจัดระเบียบสายพวกนี้ เมื่อเราไป ดำเนินการจัดระเบียบสาย ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นคือสายที่เราจะมีการรื้อลงจะต้องให้ ผู้ประกอบการมาชี้สายของตัวเอง ตัดสายสื่อสารผิด อินเทอร์เน็ต (Internet) ใช้งานไม่ได้ พี่น้องประชาชนใช้งานไม่ได้ เพราะฉะนั้นความร่วมมือในการดำเนินการทั้งหมด กสทช. เอง เมื่อมีการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ก็ขออนุญาตนำเรียนนะครับว่าในหลายพื้นที่เราจะต้อง ประสานงานกับทั้งทางกรุงเทพมหานคร ประสานงานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานงานกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมหรือผู้ประกอบการทางด้านโทรทัศน์ทั้งหมด ในการที่จะมาชี้จุดสายสื่อสารตัวเองว่าสายของเขาคือสายอะไรบ้าง เพื่อติดป้ายให้ถูกต้อง เมื่อเราดำเนินการแล้วถ้าเกิดว่าใครไม่มาชี้สายของตัวเองเราก็จะมีการตัดสายดังกล่าวลง ซึ่งจะไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนในการใช้งานในส่วนนี้นะครับ เพราะฉะนั้นโครงการในการดำเนินการก็ขออนุญาตนำเรียนนะครับว่าในขณะนี้มติที่ประชุม ของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้อนุมัติให้กับทางกรุงเทพมหานคร โดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้ดำเนินการสร้างท่อร้อยสายไฟในกรุงเทพมหานคร ทั้งหมดต่อเนื่องจากท่อที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการอยู่ในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นท่อที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ๒๕๖ กิโลเมตร กสทช. ได้มีการนำสายสื่อสารดังกล่าวลงดินครบเรียบร้อยแล้ว แต่ท่อที่ทางกรุงเทพมหานครกำลัง จะดำเนินการก่อสร้างจะเป็นในระยะต่อไปในการที่ กสทช. เองจะมีการนำสายสื่อสารดังกล่าว ลงดินต่อไปในอนาคตข้างหน้า ซึ่งภายใต้แผนการดำเนินการนี้กรุงเทพมหานครกำหนดว่าจะ มีการดำเนินการครบทั้งหมดในถนนสายหลักและถนนสายรอง ๒,๔๐๐ กิโลเมตรให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลา ๒ ปี ส่วนถนนในตรอก ซอก ซอย จะมีการดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสาร เนื่องจากถนนในตรอก ซอก ซอย พื้นที่ที่จะมีการขุด ทางเท้ามีระยะทางที่แคบมากไม่สามารถ ที่จะดำเนินการขุดเพื่อที่จะดำเนินการนำสายสื่อสารลงดินได้ แต่จะมีการจัดระเบียบสาย ให้มีความสวยงามแล้วก็สร้างความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนต่อไป อันนี้ก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่ กสทช. จะต้องเดินหน้าในการที่จะดำเนินการในส่วนนี้นะครับ

ในเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคนะครับ ในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ เรื่องที่เมื่อประชาชนมีการร้องเรียนเข้ามา กสทช. เองจะต้องมีการกำหนดแนวทางในการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ในกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เข้ามา ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่า ขณะนี้แต่ละปี มีพี่น้องประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้งานของโทรศัพท์มือถือ เกี่ยวกับการใช้งานทางด้าน อินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ปีหนึ่งไม่ได้เยอะครับ ปีหนึ่งก็ประมาณสัก ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ เรื่อง แต่ว่า เมื่อเทียบกับการใช้งานของประชาชนที่มี ๑๒๖-๑๒๗ ล้านเลขหมาย ผมเรียนนะครับบอกว่า ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ เรื่อง เราก็สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการบริหารจัดการว่าเมื่อร้องเรียน เข้ามาแล้วมีคณะกรรมการไกล่เกลี่ย ถ้าไกล่เกลี่ยกันไม่สำเร็จก็คือ กสทช. ก็จะเข้าไป ดำเนินการเทกแอกชัน (Take action) ในส่วนนั้นในการที่จะดำเนินการ ในการที่จะคุ้มครอง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในกรณีดังกล่าวนี้ต่อไป

ในเรื่องที่ ๔ ที่ กสทช. เห็นเป็นปัญหาอุปสรรคใหญ่อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การขยายโครงข่ายออกไปในขณะนี้นะครับ การสร้างความเชื่อมั่น การสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับพี่น้องประชาชนในการขยายเซลล์ไซต์ (Cell site) ต่าง ๆ ที่ออกไปเพราะว่าเป็นอันตราย กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ กสทช. เองได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนในต่างจังหวัดหรือในเขตกรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า การขยายเซลล์ไซต์ (Cell site) ถามบอกว่าเมื่อมีการขยายเซลล์ไซต์ (Cell site) เข้าไปใกล้ ครัวเรือนของพี่น้องประชาชนแล้ว พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบในเรื่องนี้หรือไม่ ผมตอบ ได้เลยนะครับว่าคลื่นความถี่ที่ขยายเข้าไปใกล้ครัวเรือนพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน ได้รับผลกระทบแน่นอน เพียงแต่ว่าผลกระทบที่ได้รับแล้วเป็นไปตามที่องค์การอนามัยโลก หรือสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศกำหนดไว้หรือไม่เท่านั้น เพราะฉะนั้น กสทช. เอง จะเข้าไปดำเนินการว่าคลื่นที่ปล่อยออกมาจากสถานีต่าง ๆ ไปดำเนินการให้สอดคล้องกับ มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกหรือสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศได้มีการกำหนด หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ไว้หรือไม่ ซึ่งถ้ามีการปล่อยออกไปที่มีความแรงเกินกว่าที่ กสทช. ประกาศ กำหนดไว้ ก็คือในส่วนนั้นก็ถือว่าผู้ประกอบการโทรคมนาคมเองได้มีการทำผิดขั้นตอนในการ ดำเนินการในส่วนนี้ ตรงนี้ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าเราก็มีการทำงานในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินการเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไปนะครับ

ในเรื่องต่อไปนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี ๒๕๕๙ ที่อยากจะนำเรียนว่ารายงานที่เป็นเล่มสีน้ำเงินเป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๑ รายงานที่ สตง. นำเรียนมาที่กระผมเข้ามาชี้แจงกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้ก็คือ เป็นรายงานประจำปี ๒๕๕๙ เพราะฉะนั้นเราดำเนินการตามกฎหมาย รายงานของ กสทช. ในพระราชบัญญัติกำหนดไว้ว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณของ กสทช. แล้วก็คือเมื่อครบวันที่ ๓๑ ธันวาคม กสทช. เองจะต้องทำรายงานประจำปีส่งที่รัฐสภาภายในกำหนดระยะเวลา ๑๒๐ วัน ดังนั้นเมื่อรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ที่กำลังจะสิ้นสุดลง กสทช. จะต้องส่งรัฐสภาไม่เกิน เดือนเมษายน ก็คือปี ๒๕๖๓ ดังนั้นรายงานประจำปีที่ สตง. ตรวจกับรายงานประจำปี ของ กสทช. ที่เป็นปี ๒๕๖๑ จะเป็นรายงานที่แตกต่างกัน เนื่องจากว่าเราเอามาให้ท่านวันนี้ มันเป็นรายงานปี ๒๕๖๑ แต่ที่ สตง. ตรวจมันเป็นปี ๒๕๕๙ ซึ่งเมื่อ สตง. ตรวจถึงปี ๒๕๖๑ แล้วก็จะเป็นตัวเลขที่จะออกมาในลักษณะนี้ต่อไป ถามว่าทำไมเป็นตัวเลขที่แตกต่างกัน ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลท่านว่ารายงานของเราก็จะส่งตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้เราส่งมาโดยตลอดนะครับ

ขออนุญาตนำเรียนต่อไปเลยนะครับ ขออนุญาตตอบในคำถามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติผ่านไปทางท่านประธานครับว่าในเรื่อง พ.ร.บ. ของ กสทช. ในปี ๒๕๖๐ ได้มีการ ปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. ของ กสทช. ใหม่ ผมขออนุญาตนำเรียนนะครับว่าวิธีการกันเงินต่าง ๆ วิธีการที่จะมีการตั้งงบประมาณต่าง ๆ กสทช. เองไม่ได้มีอำนาจในการที่จะดำเนินการแล้ว เพราะฉะนั้นรายงานที่ออกมามันเป็นรายงานปี ๒๕๕๙ ซึ่งรายงานใหม่ที่ออกมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ มา กระบวนการในการจัดตั้งงบประมาณเรามีอนุกรรมการงบประมาณที่จัดตั้ง ขึ้นมามีผู้แทนจากสำนักงบประมาณ มีหลายหน่วยงานเข้ามาเป็นอนุกรรมการงบประมาณ เมื่อผ่านที่ประชุมของ กสทช. แล้วจะต้องนำเข้าสู่คณะกรรมการดีอี (DE) หรือคณะกรรมการ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อนำ พ.ร.บ. งบประมาณของ กสทช. ดังกล่าว เสนอคณะกรรมการดีอี (DE) เมื่อคณะกรรมการดีอี (DE) พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว กสทช. เองจึงจะใช้งบประมาณดังกล่าวได้ ขณะนี้ พ.ร.บ. งบประมาณของ กสทช. เอง ในปี ๒๕๖๓ อยู่ในขั้นตอนของการนำเสนอคณะกรรมการดีอี (DE) เพื่อให้ความเห็นชอบ ในขณะนี้ก็ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบใด ๆ กลับมา ก็ขออนุญาตนำเรียนว่ากระบวนการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกันเงินเบิกจ่ายเหลื่อมปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในการที่ถ้าเกิดว่าไม่ได้เซ็น สัญญาแล้วนะครับ ใน พ.ร.บ. ของ กสทช. เขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า เงินที่เซ็นสัญญาไม่ทัน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ก็คือ กสทช. เงินดังกล่าวตกไป ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินทันที ไม่ได้หมายความว่าจะมาขอกันเงินเบิกจ่ายเหลื่อมปีหรือทำอะไรตามขั้นตอนนั้นได้ เพราะฉะนั้น มีการปรับปรุง มีการแก้ไขต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเพื่อนำชี้แจง ต่อไปนะครับ

ในเรื่องต่อไปนะครับ เรื่องการใช้จ่ายเงินของ กสทช. เมื่อมีการตั้งงบประมาณ ผมขออนุญาตเรียนท่านอย่างนี้นะครับว่า งบประมาณของ กสทช. เราตั้งงบประมาณ ผมเรียนท่านว่า ๒ เรื่องที่มีความสำคัญ เราได้มีการชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการงบประมาณ ผมกำลังจะชี้แจงต่อคณะกรรมการดีอี (DE) ว่างบประมาณที่ กสทช. จัดตั้งขึ้นมา เงินที่เรา จัดสรรให้หน่วยงานอื่นไม่ควรจะรวมอยู่ในงบประมาณของ กสทช. มันจะกลายเป็นว่า งบประมาณของ กสทช. เป็นงบประมาณที่ใช้ ๕,๖๐๐ ล้านบาท งบประมาณบางส่วน เราจัดสรรไปให้ตามพระราชบัญญัติ ๑. เราต้องจัดสรรไปให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ปีหนึ่ง ๕๐๐ ล้านบาท นี่คือกฎหมายกำหนดไว้ว่าเราจะต้องจัดสรรให้กับ กองทุนดังกล่าว เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ๒. เงินรายได้ของ กสทช. จะต้องจัดสรรเข้า กองทุนดีอี (DE) ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติที่ กสทช. เองจะต้องจัดสรรเข้ากองทุนนั้น ๓. เงินของ กสทช. เองจะต้องมีการจัดสรรเข้ากองทุนพัฒนาเทคโนโลยีด้านการศึกษา เพื่อที่จะให้กองทุนดังกล่าวนำเงินไปใช้จ่าย ผมเลยขออนุญาตนำเรียนว่าเมื่อมีการจัดตั้ง งบประมาณของ กสทช. แล้วควรที่จะมีการแยกในการที่จะมีรายการอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ การใช้จ่ายเงินของ กสทช. เอามารวมอยู่ในงบประมาณของ กสทช. ได้ เนื่องจากว่า ไม่ใช่เกี่ยวกับการใช้เงินของ กสทช. แต่ประการใด ซึ่งจะสร้างความเป็นธรรมแล้วก็จะสร้าง ความชอบธรรมให้กับสำนักงานในการที่เสนอขอจัดตั้งว่างบประจำของตัวเองมีเท่าไร งบลงทุนในการที่จะดำเนินการมีอยู่เท่าไร งบที่เป็นไปตามกฎหมายอื่นที่บังคับให้เราจัดสรร เงินดังกล่าวมีอยู่จำนวนเท่าไร ซึ่งจะต้องมีการแยกส่วนกันในการที่จะพิจารณาในส่วนนี้ ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าปี ๒๕๖๓ ที่จะมีการจัดตั้งงบประมาณของ กสทช. ใหม่ ผมได้นำเรียนแล้วนะครับว่าควรที่จะมีการแยกกันทั้งหมดว่ากองทุนไหนที่มาขอเงินจาก กสทช. เป็นไปตามกฎหมาย ควรที่จะมีการแยกออกมาให้มีความชัดเจนในการที่ ของบประมาณดังกล่าว อันนี้ก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้นะครับ

ในเรื่องต่อไปที่อยากจะกราบเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเบิกค่ารักษาพยาบาล ที่ผ่านมา ที่บอกว่ามีการเบิกค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ สร้างความเสียหายให้กับทางสำนักงาน ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ขออนุญาตนำเรียนว่าเรื่องการเบิกค่ารักษาพยาบาลมีการทุจริตจริง ทางสำนักงานได้รับรายงานจากทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งขณะนั้นเองได้มีการ ประสานงานกับทางสำนักงาน กสทช. ว่ามีการเบิกค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเมื่อสำนักงานเข้าไป ตรวจสอบในข้อเท็จจริงแล้ว ได้มีเจ้าหน้าที่กองคลังเองที่มีส่วนรู้เห็นด้วยในการที่มีการให้ เบิกค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวออกไป ผมขออนุญาตเรียนว่าในขณะนี้เจ้าหน้าที่กองคลัง ที่มีส่วนรู้เห็น ทางสำนักงานได้มีการลงโทษไล่ออกจากราชการและดำเนินคดีอาญาต่อไป ทั้ง ๒ ส่วน คือทั้ง ๒ ท่าน ทั้ง ๒ คนที่ร่วมกันทุจริตในขณะนี้ทางสำนักงานเองได้มีการไล่ออก จากราชการและส่งเรื่องให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งเรื่องให้กับทางสำนักงาน ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้กับทางสำนักงาน ปปง. เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ทั้งหมดในกระบวนการในการดำเนินการทั้งหมด ผมขออนุญาตเรียนว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากเป็นการสร้างความเสียหายให้กับทางสำนักงาน กสทช. เป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ขอให้ทางท่านประธานฝากไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับว่าเราไม่นิ่งนอนใจแน่ ชื่อเสียงที่เราสร้างมา การประมูลคลื่นความถี่ต่าง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ต่าง ๆ เราจะ เอาเรื่องเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลต่าง ๆ มาทำให้ชื่อเสียงของสำนักงาน กสทช. เสียหาย ทาง สำนักงานเองหรือกรรมการ กสทช. เอง ผมเรียนว่าคงไม่สามารถที่จะยอมรับในส่วนนี้ต่อไปได้ นะครับ

ในเรื่องต่อไปเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณของ กสทช. ที่เมื่อเปรียบเทียบกับ การใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยกำกับดูแลของประเทศอังกฤษ ผมขออนุญาตเรียน อย่างนี้นะครับว่า กสทช. เองเราไม่ได้ดูแลเฉพาะทางด้านโทรคมนาคม เราดูแลทั้งทางด้าน กระจายเสียงและโทรทัศน์ หน่วยงานกำกับดูแลของประเทศอังกฤษเขาดูแลเฉพาะ งานทางด้านโทรคมนาคมอย่างเดียว หน่วยงานของ กสทช. เอง ผมเรียนอย่างนี้ว่า สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยคือเมื่อมีการจัดตั้งองค์กร กสทช. ขึ้น พนักงานเราเริ่มต้นเราไม่ได้ เริ่มต้นที่ศูนย์นะครับ พนักงานของ กสทช. เริ่มต้นเมื่อพนักงานของกรมไปรษณีย์โทรเลขเดิม เพราะฉะนั้น ๕๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นโอนมาที่ กสทช. ทันที นี่คือกฎหมายที่เขียนไว้ เมื่อมีการจัดตั้งเป็นอีกองค์กรหนึ่งก็คือให้ กสทช. ดูแลกระจายเสียงและโทรทัศน์ด้วย คนของกรมประชาสัมพันธ์ก็ต้องถูกโอนมาอยู่ที่ กสทช. โดยผลของกฎหมาย เราไม่ได้เริ่มต้น นับที่ศูนย์ที่จะมีการสรรหา อันนี้เป็นผลของกฎหมายที่กำหนดไว้ เพราะฉะนั้นพนักงานของ กสทช. ในขณะนี้ ๑,๒๐๐-๑,๓๐๐ คนเป็นพนักงานใหม่ที่เข้ามาก็ประมาณครึ่งหนึ่ง ในการที่เรามีการสรรหาต่าง ๆ ที่กระบวนการในการดำเนินการเข้ามา ผมก็ขออนุญาตนำเรียนนะครับว่าขณะนี้การตรวจสอบต่าง ๆ ของเราในการดำเนินการ เราจะต้องกำกับดูแลทุกเรื่องในขณะนี้ เพราะว่าในขณะนี้โลกในปัจจุบันมันเป็นโลก หลอมรวมกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบของทางด้านการเงินก็มาหลอมรวมอยู่ในระบบ ของมือถือ โลกอื่นก็มาหลอมรวมอยู่ในระบบของมือถือหมด เพราะฉะนั้น กสทช. โจทย์ใหญ่ ผมเรียนท่านอย่างนี้นะครับว่า ๒๔-๒๕ ศูนย์ของ กสทช. ทั่วประเทศจะต้องตรวจสอบเนื้อหา ทั้งหมด อย. ก็เกี่ยวข้องนะครับ ท่านเห็นโฆษณาอยู่ในวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ กสทช. หมด หน่วยงานเขาแจ้งเข้ามาจะต้องปิดตรงนั้น ปิดตรงนี้ ทำอะไรบ้าง โฆษณาเกินจริง หรือเปล่า เป็นหน้าที่ของ กสทช. ทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากขอความเห็นใจว่า เรากำกับดูแลโดยเฉพาะกระจายเสียงและโทรทัศน์เป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจจริง ๆ ครับ เพราะว่าทั้งวิทยุโทรทัศน์ เคเบิล ทีวี (TV) ต่าง ๆ เราจะต้องคอยตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมด อย. ออกมาโฆษณาเกินจริงหรือเปล่า ทีวีไดเรกต์ (TV Direct) ของท่านโฆษณามันเกินจริง หรือเปล่า ท่านมีการหลอกลวงกันหรือเปล่า ทำอะไรหรือเปล่า ร้องเรียนมาที่ศูนย์คอลเซ็นเตอร์ (Call center) ของ กสทช. ทุกวัน เพราะฉะนั้นอยากจะฝากเรียนว่าเราจะต้องมีการทำงาน ในทุกมิติในการที่จะขับเคลื่อนในส่วนนี้ต่อไป ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผ่านไปทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพเป็นอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตนำเรียนว่า การแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ท่านได้เสนอมาทาง กสทช. พร้อม เราขอน้อมรับทุกข้อคิดเห็น ของท่าน ผมให้คำมั่นสัญญากับท่านว่าในวันนี้ ปีหน้าผมก็เกษียณแล้ว แต่ผมจะดำเนินการ ทุกอย่างเพื่อที่จะให้สำนักงาน กสทช. เดินหน้าต่อไปให้เป็นองค์กรที่เป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น เป็นที่ยอมรับขององค์กรสากล ผมเรียนท่านอย่างนี้นะครับว่า ผลการประเมินของสำนักงาน ป.ป.ช. กสทช. อยู่ในเกรดเอ (A) ผมเพิ่งเข้ารับการประเมินปีนี้ เป็นปีแรก ๙๔ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเพิ่งเข้ารับการประมูลในกลุ่มขององค์กร ที่ได้ลำดับที่ ๑ ในการที่จะดำเนินการ ก็ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลต่าง ๆ ให้กับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของท่านผมน้อมรับ แล้วก็พร้อมที่จะนำไป ปรับปรุงแก้ไข ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. กสทช. ใหม่ที่จะมีการปรับปรุงได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี แล้วจะนำเสนอต่อที่ประชุมเป็นวาระเร่งด่วน ท่านอยากจะปรับปรุงแก้ไขตรงไหนเพื่อที่จะให้ องค์กร กสทช. ดีขึ้น แก้ไขครับเราพร้อม เพราะว่า พ.ร.บ. กำลังจะมาอยู่ดูแลในมือของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหมด ๕๐๐ ท่านในวันนี้ เดี๋ยวก็เข้าสู่ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร อยู่แล้ว ก็ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลต่าง ๆ ปรับปรุงครับ ผมพร้อมให้องค์กรของ กสทช. เอง เป็นที่ยอมรับ ให้เป็นองค์กรที่ดีที่สุดในการที่จะดำเนินการ กราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมขอจบการชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ