ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูลในรายงานประจำปีของ กสทช. โดยเฉพาะตัวเลขทางการเงินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจาก สตง. และขัดต่อข้อเท็จจริง ซึ่งอาจกระทบต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือขององค์กร พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ หลังพบปัญหาการเบิกจ่ายต่ำ การจัดซื้อจัดจ้างนอกแผน การทุจริตเบิกค่ารักษาพยาบาลเกินจริง และเรียกร้องให้ชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเปิดเผย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชมสำนักงาน กสทช. ที่นำความทันสมัยมาสู่ประเทศชาติ มาสู่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอชื่นชมครับว่าองค์กรของท่านได้ส่งเงินเข้าแผ่นดิน เป็นจำนวนมหาศาล แต่อย่างไรก็ดีจากการได้อ่านรายงาน ๒ ฉบับนี้ เล่มสีฟ้า ๑ ฉบับ และเล่มสีชมพูอีก ๑ ฉบับ ก็เกิดความกังวลใจหลายประการ ถามว่ากังวลใจเรื่องอะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ดูรายงานเล่มสีฟ้าก่อนนะครับท่านประธาน พระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พุทธศักราช ๒๕๕๓ และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๗๖ นี้กำหนดให้ กสทช. ทำรายงานส่ง ๓ แห่งด้วยกัน แห่งแรกเสนอต่อคณะรัฐมนตรี แห่งที่ ๒ เสนอต่อรัฐสภา แห่งที่ ๓ เสนอต่อพี่น้องประชาชน คนไทยให้ทราบครับ แต่ปรากฏว่าในเล่มสีฟ้านี่นะครับท่านประธานที่เคารพ เปิดดูหน้า ๔ และหน้า ๕ ท่านประธานครับ หน้า ๔ สตง. ได้ให้ความเห็นไว้ในวรรคแรก ขออนุญาตอ่านครับท่านประธาน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้อ่านรายงานประจำปี พบว่าสำนักงาน กสทช. ได้จัดทำรายงานประจำปี ๒ เล่ม โดยเล่มหนึ่งเป็นเล่มที่เสนอต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เล่มที่ ๒ สำนักงาน กสทช. นำขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ (Web site) ของสำนักงาน กสทช. จากการอ่านข้อมูลจะพบว่าเล่มที่ ๑ ข้อมูลที่แสดงส่วนใหญ่เป็นข้อมูล ณ ไตรมาสที่ ๓ ปี ๒๕๕๙ ส่วนเล่มที่ ๒ ข้อมูลที่แสดงเป็นข้อมูล ณ สิ้นปี ๒๕๕๙ โดยรายงานประจำปีทั้ง ๒ เล่ม นำงบการเงินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินแสดงไว้ในรายงาน ภายหลังการตรวจสอบสรุปได้ว่างบการเงินที่แสดง ในรายงานประจำปีแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญดังนี้ ผมยกตัวอย่าง ให้เห็น ๒-๓ รายการด้วยกันครับ
รายการแรก งบแสดงฐานะการเงิน รายได้ค้างรับส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน ๑ ปี งบการเงินรายงานประจำปีไว้ ๓๗,๑๖๐ ล้านบาท ผมไม่อ่านเศษสตางค์นะครับ ท่านประธาน ปรากฏงบการเงินที่ตรวจเสร็จแล้วมีจำนวน ๓๙,๒๒๙ ล้านบาท มีผลต่างกันถึง ๒,๐๖๙ ล้านบาทครับท่านประธาน
รายการที่ ๒ รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลังส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน ๑ ปี กสทช. รายงาน ๒๙,๒๘๑ ล้านบาท แต่งบที่ สตง. ตรวจสอบ ๓๑,๘๑๔ ล้านบาท ต่างกันถึง ๒,๕๓๒ ล้านบาท
รายการที่ ๓ ภาษีขายประมูลคลื่นความถี่รอนำส่งส่วนที่ถึงกำหนดชำระ ๑,๗๑๖ ล้านบาท สตง. ตรวจพบ ๒,๑๙๗ ล้านบาท ต่างกันถึง ๔๘๑ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ มันปรากฏอยู่ในเอกสาร ทำให้กังวลใจครับว่าทำไมจึงต่างกันมากมายขนาดนี้ครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ จะเรียนถามทั้ง สตง. และ กสทช. ว่าในเล่มสีชมพูทำไมต้องมีชั้นความลับ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายเขียนไว้ว่าให้เปิดเผยต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยได้รับทราบ ลับ ใช้เฉพาะในห้องประชุมห้องนี้ครับ แล้วน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ในเอกสารฉบับนี้หลายหน้า สตง. ได้ให้ความเห็นในการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. ไว้ น่าสนใจหลายประการทีเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานดูประสิทธิภาพในการใช้ งบประมาณนะครับ การประเมินการใช้จ่ายงบประมาณหน้า ก ปรากฏดังนี้ การเบิกจ่าย งบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๙ พบว่าเบิกจ่ายได้เพียงร้อยละ ๔๘.๙๐-๖๖.๙๑ หรือโดยเฉลี่ยเบิกจ่ายได้เพียงร้อยละ ๕๘.๕๒ เท่านั้นเองครับ ถือว่าน้อยมากครับ ท่านประธาน เฉลี่ยยังไม่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับท่านประธาน ทำให้มีการกันเงินไว้ เบิกจ่ายเหลื่อมปีถึง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ มีงบประมาณคงเหลืออยู่ในแผนร้อยละ ๑๔.๔๖ ทำให้สำนักงาน กสทช. มีงบประมาณที่ต้องเบิกจ่ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากว่ามีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีทุกปีครับ จากปีก่อน ๆ เช่น ในปี ๒๕๕๙ จากรายงาน ต้องเบิกจ่าย ๗,๒๑๐ ล้านบาท ประกอบด้วยเงินงบประมาณ งบประมาณจริง ๆ แล้ว ของปี ๒๕๕๙ เพียง ๕,๖๗๓.๘๕ ล้านบาท เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี ๒๕๕๘ ๑,๑๖๘ ล้านบาท เงินที่ขอขยายมาจากปี ๒๕๕๗ ๓๖๘ ล้านบาท แต่เบิกจ่ายได้จริงเพียง ๔,๕๘๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๖๓ เท่านั้นเองครับท่านประธาน นอกจากนั้นในเล่มสีชมพูหน้า จ ยังบอกต่อไปว่าปี ๒๕๕๙ มีการจัดซื้อจัดจ้างนอกแผนงานที่วางไว้มากถึงร้อยละ ๘๔.๕๒ ของแผนงานการจัดซื้อจัดจ้าง ท่านประธานครับ หน่วยงานที่เราเห็นที่นำความเจริญ นำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการสื่อสารให้กับประเทศของเรา แต่พอเจาะลึก เข้าไปในเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณกันเงินแล้วนี่นะครับ สตง. ได้คอมเมนต์ (Comment) ไว้มากมายครับ น่าเป็นห่วงและเป็นกังวลใจเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ที่กล่าวมาทั้งหมดผมกล่าวจากข้อเท็จจริงในเอกสารฉบับนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีงบประมาณอีกบางประเภท ผมยกตัวอย่างหน้า จ สีชมพู ขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่าง เช่นการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีตกลงราคาของสำนักงาน กสทช. มีรายการทั้งหมด ๑,๑๒๑ รายการ มีจำนวนถึง ๔๓๖ รายการที่ดำเนินการจัดหา ด้วยวิธีตกลงราคาที่วงเงินเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จึงเป็นการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ชอบ ด้วยระเบียบว่าด้วยพัสดุของสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้อ่านแล้ว ผมก็เป็นห่วงว่ามาถึงปี ๒๕๖๒ แล้วทาง กสทช. ได้ปรับปรุงบริหารงบประมาณการใช้จ่าย ใน กสทช. เองที่มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไรหรือไม่ ท่านประธานครับ ยังมีอีกบางประการ ที่ กสทช. ยังถูกตรวจสอบจาก สตง. ว่าการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเข้าข่ายเป็นการแบ่งซื้อ แบ่งจ้างอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดท่านประธาน ในรายงานเล่มสีชมพูฉบับนี้ บอกไว้ว่า ข้อ ๑.๗.๖ ในเวลาใด ๆ ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบว่าการใช้ จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน กสทช. ไม่เกิดประสิทธิผลและเป็นการฟุ่มเฟือย เกินสมควร ท่านประธานครับ มีอีกกรณีหนึ่งผมอ่านให้ท่านประธานฟัง พูดถึงประเด็นนี้ ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลานิดเดียวแล้วท่านประธานจะตกใจ กรณีของนางสาวรัฐวิไล ผมไม่อ่านนามสกุลนะครับ ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง มาขอเบิกค่ารักษาพยาบาลกับสำนักงาน กสทช. ทำให้สำนัก กสทช. ได้รับความเสียหาย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๘๖๑,๐๐๐ บาทครับ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับคนคนเดียว ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทำหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบดังกล่าวถึงเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไปเรียบร้อยแล้วครับ อยากทราบ ผลเรื่องนี้ด้วยครับท่านประธาน เมื่อสักครู่อ่านค้างไว้ครับ ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แจ้งให้ กสทช. ทราบ และให้ กสทช. ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหรือระงับการดำเนินการ ตามควรแก่กรณีภายในระยะเวลาที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด หากปรากฏว่า กสทช. ไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันควร สำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินอาจพิจารณารายงานต่อวุฒิสภาต่อไป ผมเรียนถามอย่างนี้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้ ได้ดำเนินการไปอย่างไรแล้วครับ ทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและ กสทช. ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ