เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ หารือประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่ โดยเฉพาะคลื่น 3.5 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการเร่งประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านเทคโนโลยี 5G ให้ประชาชน ทั้งยังเสนอให้เร่งจัดระเบียบสายสื่อสารลงดินในเมืองใหญ่เพื่อความปลอดภัยและรองรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงเรียกร้องให้ กสทช. กำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างทันท่วงที โดยจัดงบประมาณสำหรับอุปกรณ์ตรวจสอบความปลอดภัยไซเบอร์และอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ พร้อมผลักดันการใช้กองทุนวิจัยและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรักษาความมั่นคงของชาติ
การจัดสรรคลื่นความถี่นั้น เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การประมูลที่สำเร็จ แต่เป็นการที่ใช้คลื่นความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชน ความหมายก็คือเกิดการจ้างงาน เกิดการเปลี่ยนแปลงทางระบบเศรษฐกิจใหม่ เพราะเนื่องจากว่าเรากำลังจะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม ๔.๐ ซึ่งแน่นอนระบบเทคโนโลยี ๕ จี (5G) กำลังจะมีบทบาที่สำคัญในการเปลี่ยนอุตสาหกรรมในการผลิตไปสู่โรโบติกส์ (Robotics) หรือการผลิตแบบอัตโนมัติ ดังนั้นทางสำนักงาน กสทช. ซึ่งผมได้ติดตามมาโดยตลอด ก็ได้พยายามร่วมมือกับกระทรวงเอ็มดีอีเอส (MDES) เพื่อทำการประมูลให้ทันเวลาในการ เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะก้าวไปสู่ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) หรืออุตสาหกรรม ๔.๐ กระผมจึงมีความเป็นห่วงในประเด็นเหล่านี้ เนื่องจากทางสำนักงาน กสทช. นั้นได้มีความพยายามอย่างยิ่งในการเรียกคืนคลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ จากดาวเทียมไทยคม ๕ เนื่องจาก ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์นั้นจะสร้างเศรษฐกิจใหม่ อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงคลื่นความถี่ที่ได้ประกาศในการประมูลคลื่นความถี่ในต้นปี กระผม จึงฝากทางท่านประธานไปถึงสำนักงาน กสทช. และ กสทช. ช่วยกรุณาพิจารณาในเรื่องนี้ เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะเนื่องจากอุปกรณ์ต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไป อุปกรณ์ ทางการแพทย์จะทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) รูปแบบใหม่เกิดขึ้น มีการจ้างงานรูปแบบใหม่ มีการสร้างบริษัทรูปแบบใหม่ ขนาดเล็ก แต่มีความชาญฉลาดและลงทุนในราคาที่ต่ำจะเกิด การจ้างงานระบบเศรษฐกิจใหม่ซึ่งพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ดังนั้นสำนักงาน กสทช. ควรให้ความรู้ประชาชนในการประชาสัมพันธ์ว่าระบบ ๕ จี (5G) ไม่ใช่มีความเท่ห์ที่เกิดขึ้นใน คำว่า ๕ จี (5G) เท่านั้น แต่ระบบ ๓ จี (3G) และ ๔ จี (4G) ที่สำนักงาน กสทช. ได้ทำ การประมูลในเวลา ๗-๘ ปีที่ผ่านมาทำให้ประเทศของเราเปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้วงการสื่อ เปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้เกิดอาชีพมากมายที่พวกเราไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นยูทูปเบอร์ (YouTuber) เกมแคสเตอร์ (Game Caster) หรืออาชีพต่าง ๆ ที่เกิดฟรีแลนซ์ (Freelance) เกิดขึ้นมากมายจึงทำให้สกิล (Skill) ในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เรากำลังต้องการ คนที่มีความรู้เปลี่ยนไป กระผมจึงเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังสำนักงาน กสทช. กรุณาใช้งบประมาณเพื่อให้ความรู้ประชาชนในการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้
และประเด็นที่สำคัญในประเด็นที่ ๒ คือการจัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน เนื่องจากในระบบ ๕ จี (5G) นั้น จะใช้ไฟเบอร์ออปติก (Fiber optic) เป็นจำนวนมหาศาล และจะมีการลากสายไฟเบอร์ออปติก (Fiber optic) เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะทำให้เกิด อันตรายกับพี่น้องประชาชนได้ แต่ความสะดวกสบายของพี่น้องประชาชนจะเกิดขึ้น และความปลอดภัยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ กสทช. พยายามผลักดันโครงการที่จะนำสายลงดิน ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งในวันนี้ผมได้เห็นโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จในหลาย ๆ โครงการแล้วก็อยากจะให้ท่านประธานฝากทาง กสทช. ให้ดำเนินการต่อไปในเมืองใหญ่ ๆ เพื่อให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ในประเด็นที่ ๓ คือการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพของสำนักงาน กสทช. เนื่องจากเทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงทำให้ กสทช. อาจจะ มีความโบราณไปในทันที ถ้าหากไม่มีการเตรียมการในการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ กระผมขออนุญาตเสนอแนะ กสทช. ผ่านท่านประธาน โดยให้ กสทช. เตรียมการในเรื่องของ การกำกับดูแลรูปแบบใหม่ โดยเตรียมงบประมาณเพื่อที่จะนำเอาไปเตรียมการในการจัดหา อุปกรณ์ ในการตรวจสอบความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่จะเกิดขึ้น มหาศาลในหลายล้านชิ้นในอนาคตอันใกล้ในระบบ ๕ จี (5G) เราเรียกว่าอินเทอร์เน็ต ออฟ ทิงส์ (Internet of Things) เพราะเนื่องจากอุปกรณ์ในการตรวจสอบความปลอดภัยในการโจมตี ทางไซเบอร์ (Cyber) ความปลอดภัยในการนำอุปกรณ์เข้านั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ในระบบ ๕ จี (5G) ใน ๓-๕ ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นโดรน (Drone) หรืออุปกรณ์เล็ก ๆ ที่สามารถ ที่จะตรวจเลือดประชาชนด้วยตัวเอง สามารถจะตรวจไขมันด้วยตัวเองด้วยราคาถูกมาก ดังนั้นอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้จะเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล นับตั้งแต่หลังจาก การประมูลและการวางโครงข่าย ๕ จี (5G) ดังนั้นทางสำนักงาน กสทช. จึงจำเป็นที่จะต้อง มองการณ์ไกลในระดับ ๓-๕ ปีข้างหน้าว่าการกำกับดูแลจะมีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการที่จะควบคุมคลื่นความถี่ไม่ให้เป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชน การตรวจสอบ มาตรฐานคลื่นความถี่ที่มีความแรงเกินไปที่จะมีอันตรายกับพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องการ อุปกรณ์ที่มีคุณภาพและมีความทันสมัยมากกว่าที่ กสทช. มีในวันนี้ ซึ่งผมเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวที่เรา ไม่เคยมีเลยในสำนักงาน กสทช. ดังนั้นผมจึงคิดว่าทาง กสทช. ต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชน และทางสภาได้เข้าใจถึงการจัดสรรงบประมาณ หรือแม้แต่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ต้องมีความเข้าใจ กสทช. ในการที่จำเป็นที่จะต้อง มีงบลงทุนเพื่อเตรียมอุปกรณ์เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนในเรื่องของความปลอดภัยต่าง ๆ อย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว
ในประเด็นที่ ๔ คือประเด็นของการใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผมมองเห็น ปัญหาของ กสทช. ซึ่งไม่ใช่ปัญหาด้วยตัวเองของ กสทช. แต่เป็นปัญหาของความเข้าใจ ของผู้อนุมัติเงินหรือผู้ที่มองจากข้างนอกเข้าไปข้างใน กสทช. ว่าจะเกิดผลประโยชน์ส่วนตัว ใน กสทช. วัตถุประสงค์ของกองทุนดังกล่าวนั้นมีความชัดเจนในการอนุมัติ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนหรือความมั่นคงของประเทศเท่านั้น สิ่งใดก็ตาม ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ประโยชน์ของสาธารณะ กองทุนนี้จะนำไปใช้ เนื่องจาก กองทุนนี้ได้เงินจากค่าธรรมเนียมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เรานำเอาค่าธรรมเนียม ต่าง ๆ เหล่านั้นซึ่ง กสทช. เก็บมาได้นำเอาไปคืนประชาชนในเรื่องความปลอดภัย ในเรื่อง ประโยชน์สาธารณะ ดังนั้นผมขออนุญาตท่านประธานไปยังสำนักงาน กสทช. ไปยังผู้บริหาร กองทุนวิจัยและพัฒนา กสทช. กรุณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้การใช้งบประมาณนั้น มีความอ่อนตัวมากกว่าที่เป็นอยู่เพราะเนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่ กสทช. อนุมัติโครงการล่าช้าถึงปีหรือ ๒ ปีก็ทำให้โครงการดังกล่าวนั้นมีความโบราณ และไม่ทันสมัยที่จะตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ดังนั้น กสทช. จึงต้องบริหาร จัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพกว่ากองทุนอื่น ๆ ที่เป็นกองทุนแบบแพสซีฟ (Passive) ไม่ใช่แบบแอกทีฟ (Active) ความหมายของผมก็คือกองทุนของ กสทช. นั้นอนุมัติเพื่อนำเอา ไปสร้างเทคโนโลยีให้เกิดการจ้างงาน ให้เกิดการปกป้องประชาชน คุ้มครองความปลอดภัยของ ประชาชน จึงทำให้ กสทช. นั้น อาจจะไม่สามารถที่จะใช้ระเบียบเดียวกันกับกองทุนอื่น ๆ เนื่องจากความอ่อนตัวในการใช้กองทุนเพื่อประชาชนมีความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย และการติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมได้กล่าวไปทั้งหมดนั้นผมเชื่อว่าทางสำนักงาน กสทช. และคณะกรรมการ กสทช. รู้ดีในเรื่องนี้ กระผมจึงคิดว่าทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านหากมองผลกระทบ ของการปฏิบัติงานของ กสทช. เป็นประโยชน์กับประชาชนตรงจุดใดก็ขอให้ท่านสมาชิกกรุณา ให้การสนับสนุน การให้คำแนะนำ กสทช. ซึ่งผมมีความมั่นใจว่าในวันนี้ กสทช. ได้ทำหน้าที่ อย่างดีที่สุดแล้ว แต่ในอนาคตนับจากนี้ไปเนื่องจากเทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด เนื่องจากมีการคาดการณ์อย่างชัดเจนจาก เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) และสถาบันวิจัยทั่วโลกแล้วว่าในปีนี้เป็นต้นไปจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เข้าสู่อุตสาหกรรม ๔.๐ เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมจาก ๒.๐ เป็น ๓.๐ ในช่วงรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ และมาในวันนี้การเปลี่ยนแปลงนั้นกำลังคืบคลานเข้ามา อย่างรวดเร็ว กสทช. จึงไม่สามารถที่จะดำเนินการแบบเดิมได้อีกต่อไป กระผมจึงมีความ ห่วงใยสำนักงาน กสทช. และคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งจะต้องตระหนักในเรื่องนี้และ เตรียมการในเรื่องงบประมาณในปีต่อ ๆ ไปไม่เหมือนเดิมในอดีตที่ผ่านมา จึงขออนุญาต ท่านประธานไปยังสำนักงาน กสทช. และ กสช. ให้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แบบก้าวกระโดดและการปกป้องประชาชน การคุ้มครองประชาชน และใช้งบประมาณ เพื่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ กระผมมีประเด็นที่จะให้แนวทางและเสนอแนะ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ