จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท้วงความล่าช้าในการส่งรายงานของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกองทุนการออมแห่งชาติที่ล่าช้าถึง 2 ปี ซึ่งส่งผลต่อการตรวจสอบและอาจกระทบเงินออมของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการขยายฐานสมาชิกที่ต่ำกว่าเป้า รวมถึงอัตราผลตอบแทนที่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ เรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลย้อนหลังและวางแผนการบริหารกองทุนระยะยาวเพื่อรองรับภาระในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ ขออภิปราย ในเรื่องของกองทุนการออมแห่งชาติครับ
ประเด็นแรกที่จะต้องเรียนต่อเพื่อนสมาชิกและสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ประเด็นแรกที่จะต้องเรียนมันเป็นปัญหาของสภาผู้แทนราษฎรและหน่วยงานที่มีภาระหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญในการแจ้งเรื่องในการส่งรายงานมายังสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา ท่านประธานครับ เรากำลังพิจารณารายงานของกองทุนการออมแห่งชาติในปี ๒๕๖๑ หมายความว่าเหตุการณ์ที่อยู่ในหนังสือทั้งหมดที่ท่านชี้แจงมานี้มันผ่านมาแล้วเป็นเวลา เกือบ ๒ ปี ๒ ปีเลยนะครับ เพราะนี่เข้าปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ แล้ว นอกจากนั้นรายงาน เรื่องรับทราบทั้งหมดที่กำลังจะเข้าถึงนี้ กสทช. ปี ๒๕๕๙ รายงานที่เหลือกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาก็ปี ๒๕๖๑ ปปง. ก็ปี ๒๕๖๑ นี่คือความล่าช้าของการ ทำงานของหน่วยงานรับงบที่มีภาระหน้าที่จะต้องแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าความคืบหน้า การปฏิบัติภารกิจของท่านเป็นอย่างไร ผมไม่ได้โทษว่างานของสภานะครับ เพราะว่า หน่วยงานส่งมาเมื่อไร สภามีหน้าที่บรรจุ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกองทุนการออมแห่งชาติ อันนี้เห็นได้ชัดที่สุด เพราะนี่เป็นเรื่องของตัวเงิน เป็นเรื่องของการบริหารจัดการกองทุน ที่ถ้ามีความล่าช้าในการที่เราจะเข้าไปพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะกับท่าน ผลที่เกิดขึ้น มันอาจจะเป็นความเสียหายทางมูลค่าทางตัวเงิน ทางทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ทรัพย์สินของท่าน แต่เป็นทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันออม นี่คือประเด็นปัญหาแรก เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนท่านว่าจริง ๆ แล้วกระบวนการในการยื่นเอกสารเรื่องรับทราบเหล่านี้เข้ามา ที่สภาผู้แทนราษฎร รายงานนี้ผมเชื่อว่าท่านเสร็จมาเป็นปีแล้วครับ ต้องเสร็จเป็นปีแล้วครับ ก็บรรจุเข้ามาเพื่อที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้รีบให้ความเห็นต่อท่านในกรณีที่มีปัญหาใด ๆ จะได้มีการแก้ไขได้ทันท่วงที
ประเด็นที่ ๒ นะครับท่าน ผมเองเป็นหนึ่งในกรรมาธิการที่อยู่ในชุดตอนที่ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ ตอนนั้นก็มีถกแถลงกันกว้างขวางนะครับ ในที่สุดก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรก็ออกมาประกาศใช้ ท่านครับ เกือบ ๑๐ ปีแล้ววันนี้อัตรา ความก้าวหน้าโดยเฉพาะในเรื่องของฐานสมาชิกท่านผมมองว่าอยู่ในจุดที่ล้มเหลวนะครับ ต้องเรียนด้วยความเคารพ วันนี้ปี ๒๕๖๑ ท่านรายงานมา ๖๑๐,๐๐๐ คน ๖๑๐,๐๐๐ คนนี่ เทียบกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ นอกภาคกิจกรรมซึ่งมีการคุ้มครองโดยกฎหมายในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบำเหน็จ บำนาญ ในเรื่องของการประกันสังคมต่าง ๆ ผมว่าหลายสิบล้านคน นั่นคือฐานสมาชิก ที่ท่านสามารถเอื้อมมือไปหาเขาและบอกโอกาสของเขาว่าวันนี้การออมเป็นประโยชน์กับเขา ในอนาคตอย่างไร ผมเชื่อครับว่าพี่น้องประชาชนมีจิตใจที่อยากจะออม อยากจะเห็นอนาคต ของตัวเองในวัยเกษียณ มันสามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งซึ่งท่านเป็นหนึ่ง ในหน่วยงานที่สามารถไปหาเขาได้ จากรายงานของท่านเองนั้นแน่นอนครับ การขยายตัว ในภาคการเกษตรดีนะครับ ก็เรียกว่าใช้ได้กว่าพี่น้องประชาชนในภาคอื่น ๆ แต่ท่านครับ รับจ้างโตมาปีหนึ่งแค่ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน อาชีพอิสระ ๑,๐๐๐ คน ผู้ที่ไม่ประกอบอาชีพ ๓,๐๐๐ คน ตัวเลขเหล่านี้มันเป็นตัวเลขที่น่าห่วง นั่นหมายความว่ายังมีพี่น้องประชาชน ที่จะได้ประโยชน์จากกิจกรรมของท่านและเขายังไม่สามารถเข้าถึงสิ่งที่ท่านทำได้ จะด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง นั่นเป็นหน้าที่ของท่านในการที่จะเดินเข้าไปหาเขา เอื้อมมือ เข้าไปหาเขา นำเสนอสิ่งที่ท่านทำว่าเป็นประโยชน์อย่างไร ให้เขาตัดสินใจว่าจะเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมนะครับ
ท่านประธานครับ ประเด็นต่อมาผมอยากจะพูดสั้น ๆ ในเรื่องของมูลค่า ของกองทุนท่าน วันนี้ท่านรายงานมาในหน้าที่ ๔๖ ผลตอบแทนของท่านในปี ๒๕๖๐ ข้ามมา ปี ๒๕๖๑ อัตราการเติบโต ๑.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ผมเอาไปฝากประจำดีกว่าได้ ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ คือมันต่ำมาก ผมเข้าใจครับว่ามันจะเป็นกองทุนที่ต้องมีความมั่นคง ส่วนมากท่านก็อยู่กับ พันธบัตรรัฐบาลนะครับ แต่ว่าอัตราการก้าวหน้าของกองทุนเทียบกับอัตราเงินเฟ้อสิครับท่าน เงินเฟ้อ ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่ากองทุนของท่านหดตัวนะครับทางมูลค่า และในระยะยาวท่านจะดูแลอย่างไร นี่คือปัญหาของรายงานฉบับนี้ด้วย ท่านประธานครับ รายงานลักษณะนี้โดยเฉพาะเรื่องของกองทุนจำเป็นจะต้องมีตัวเลขอัตราความก้าวหน้า ในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของมูลค่านำเสนอต่อสภาและพี่น้องประชาชนอย่างรอบด้าน ย้อนหลังไปเลยครับ ตั้งแต่ท่านเปิดกองทุนมา แต่ละปีท่านทำอัตราความก้าวหน้าในเรื่อง ของมูลค่ากองทุนท่านแต่ละปีเป็นอย่างไร มาถึงวันนี้โตมาเท่าไร ท่านโชว์ตัวเลขมาตัวเดียว ๑.๔๒ เปอร์เซ็นต์ คือปี ๒๕๖๐ ข้ามปี ๒๕๖๑ ไม่เกิดประโยชน์กับการอภิปราย ไม่เกิด ประโยชน์กับการให้คำแนะนำ ท่านต้องเอาตัวเลขย้อนหลังทั้งหมดมาให้ ที่สำคัญที่สุด ก็คือโพรเทกชัน (Protection) ก็คือตัวเลขในการดูว่าอัตราการก้าวหน้าของท่านในอนาคต ท่านมองว่ามันจะก้าวไปสู่จุดใด กองทุนการออมแห่งชาติในการอภิปรายในชั้นการร่าง พระราชบัญญัติมีประเด็นปัญหาหนึ่งซึ่งผมเองก็เป็นคนพูดคนหนึ่ง ลักษณะเดียวเหมือนกับ บำเหน็จบำนาญของภาคราชการ วันแรก ๆ เขาเรียกว่าฮันนีมูน พีเรียด (Honeymoon period) หมายความว่าอะไร มันกำลังหาสมาชิกใหม่ เรากำลังหาสมาชิกใหม่ ๆ เข้ามาร่วม กิจกรรมในเรื่องของการออม ภาครัฐสมทบส่วนหนึ่งถูกไหมครับ แรก ๆ มีแต่คนเข้า เราก็มีแต่เงินสมทบ เงินสมทบในช่วงแรก ตอนนี้แค่ปีหนึ่งก็ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มากครับ สำหรับพี่น้องประชาชน วันหนึ่งที่กองทุนการออมแห่งชาติของท่านโตขึ้นถึงจุดหนึ่ง เกิดสมาชิกท่านมีอยู่ ๑๐ ล้านคน ท่านคิดว่าเงินต่อปีที่ภาครัฐจะต้องอุดหนุนเป็นจำนวนเท่าไร นั่นคือภาระต่องบประมาณ นี่คือสิ่งที่เราอยากจะเห็น และเราอยากจะมองหาทางแก้ไข ที่สำคัญที่สุดหากผ่านไปอีก ๒๐ ปี ท่านต้องมีตัวเลขให้พวกผมที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการวิเคราะห์และอภิปรายในการที่จะแนะนำท่าน อีก ๒๐ ปีข้างหน้าเราจะเริ่มเห็นแล้วว่าเริ่มมีประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการออมของกองทุน การออมแห่งชาติ กำลังจะเข้าสู่วัยที่อยู่ในจุดที่จะต้องรับประโยชน์คืนจากกองทุนของท่าน ในกรณีนั้นเมื่อมาถึงหนักเข้า ๆ ท่านดูงบประมาณแผ่นดินในปีปัจจุบันในส่วนของ เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการปีนี้ตัวเลขคร่าว ๆ น่าจะ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เติบโตมาจาก ๑๐ ปีที่แล้วอยู่ที่ตัวเลข ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หมายความว่าคนที่เข้าสู่ วัยที่จะได้รับประโยชน์จะต้องดึงเงินจากกองทุนของท่านออกมา ถ้าอัตราการเติบโตของท่าน เฉลี่ยปีละ ๑.๔๒ เปอร์เซ็นต์ พอถึงวันนั้นท่านต้องมาขอเงินงบประมาณแผ่นดินแน่นอน เพื่อที่จะมาชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาเข้าร่วมกับท่าน ประเด็นปัญหาเหล่านี้นะครับ เป็นมุมมองที่อยากจะนำเสนอให้กับท่านเพื่อที่จะได้รับไปพิจารณา ปีหน้าขอรายงาน ที่มีความละเอียดและพวกเรามาคุยกันใหม่ว่าในอนาคตเราจะเดินกองทุนการออมแห่งชาติ ไปอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ขอบพระคุณครับ