โกวิทย์ สนับสนุนส่งเสริมวัฒนธรรมการออม เสนอเชื่อม กยศ. ขยายผลสู่ชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

โกวิทย์ พวงงาม อภิปรายรายงานประจำปีกองทุนการออมแห่งชาติ ปี 2561 โดยเห็นด้วยกับทิศทางการดำเนินงานที่มุ่งสนับสนุนผู้ไม่เข้าระบบบำเหน็จบำนาญ พร้อมเสนอแนวทางส่งเสริมวัฒนธรรมการออมโดยอ้างตัวอย่างความสำเร็จจากเทศบาลหนองสาหร่ายและมหาวิทยาลัย เพื่อเชื่อมโยงกับกองทุน กยศ. และขยายผลไปยังสถานศึกษาและชุมชนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ประชาชนและนักศึกษา

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมขออภิปรายรายงานประจำปีกองทุนการออมแห่งชาติ ปี ๒๕๖๑ เพื่อให้ข้อเสนอบางประการ ผมเข้าใจว่าในรายงานจะมี ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนหนึ่ง ก็จะเป็นการอธิบายเรื่องกองทุนการออมเพื่อเป็นสวัสดิการดำรงชีพในวัยเกษียณของบุคคล ที่อยู่ในตลาดแรงงานหรือคนที่ไม่อยู่ในกองทุนบำเหน็จบำนาญ หรือตาม พ.ร.บ. บำนาญ แห่งชาติ ส่วนนี้ผมเห็นเป้าหมายมีอยู่ที่เขียนไว้ก็ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งในปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่ถึงเป้า ก็ได้ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ความมั่นคงของคนที่ไม่อยู่ในระบบกองทุน บำเหน็จบำนาญเขาก็มีความยากลำบาก ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าทิศทางที่ท่านทำนั้นถูกต้องแล้ว นี่คือส่วนที่ ๑

ในส่วนที่ ๒ ผมสนใจมาก กราบเรียนท่านประธานว่าการรณรงค์ความร่วมมือ ให้เด็กนักเรียนซึ่งเป็นเด็กที่อยู่ในโรงเรียนเพื่อจะทำเป็นต้นแบบหรือต้นกล้าการออม ผมว่า อันนี้เป็นความสำคัญยิ่งเพื่อจะทำให้เด็กได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการออม ผมเข้าใจว่า ประเทศเรายังมีปัญหาเรื่องการทำให้คนตระหนักรู้เรื่องการออม อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่การทำต้องดู ผมคิดว่าความร่วมมืออีกตัวหนึ่งที่เมื่อเด็กออมแล้วก็ไปมีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ซึ่งเด็กจำนวนหนึ่งก็เป็นหนี้ กยศ. อยู่มาก อย่างไรก็ตามเราจะทำอย่างไรให้เด็กมีความมั่นคงที่จะเติบโตมาแล้วมีเงินส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นเงินของเขาที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้เมื่อเขาจบการศึกษา มันอาจจะเป็นการชดเชย เรื่องของเงิน กยศ. ได้ แต่วันนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างเพื่อเป็นข้อเสนอให้กับกองทุนการออม เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้มีเกียรติท่านสมาชิกได้พูดถึงกองทุนที่เป็นลักษณะออมทรัพย์ แต่ผมจะ ยกตัวอย่าง บังเอิญผมไปเจอเทศบาลหนึ่งคือเทศบาลหนองสาหร่ายที่จังหวัดกาญจนบุรี เขาทำทั้งระบบคนที่อยู่ในวัยทำงานกับนักเรียนส่วนหนึ่ง ตอนผมเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็ทำกับนักเรียนส่วนหนึ่ง คือผมไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้ากองทุนในลักษณะต้นกล้าหรือต้นแบบการออมหรือไม่ อย่างไร แต่ที่หนองสาหร่ายผมเรียนท่านประธานว่าความตระหนักเรื่องการออม อยากจะ เรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่ทำรายงานนี้ว่าต้องดูดี ๆ ที่ผมดูในรายงานอาจจะเป็นการ ให้ความรู้ อาจจะเป็นการรณรงค์ซึ่งก็ไม่ได้ผลมากนัก แต่ที่หนองสาหร่ายเขาเอาหนี้มาก่อน ทั้งตำบลแต่ละหมู่บ้านเขียนหนี้ เขียนไปเขียนมานายกเทศมนตรีบอกประชาชนว่ามีหนี้อยู่ ๓๕ ล้านบาท ตำบลเดียวในประเทศไทย เมื่อชาวบ้านเห็นอย่างนั้นเขาก็เริ่มตระหนักว่าทำไม ตัวเองมีหนี้ เพราะเขามีหนี้นอกระบบบ้าง หนี้ธนาคารบ้าง วิธีการก็คือเขาก็เสนอเรื่องออม โดยเทศบาลซื้อกระปุกออมสินให้ โดยใช้เงินในกระเป๋าถ้าเหลือ ๒ บาทก็หยอด ๒ บาท ครอบครัวหนึ่งมี ๕ คน คนละ ๑ บาทก็หยอด ๕ บาท มี ๑๐ บาทก็หยอด ๑๐ บาท สิ้นปีมาทุบกระปุกและเอาไปออม ๑ ปีตำบลเดียวได้เกือบ ๑ ล้านบาท เพราะมีครัวเรือน ประมาณสัก ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ตอนนี้หนองสาหร่ายทำมา ๑๐ กว่าปี เงินเขาเกินแล้ว จากเป็นหนี้ ๓๕ ล้านบาท เขาสามารถทำได้หมด แล้วมีสถาบันการเงินที่เข้มแข็งด้วย มีเงินอยู่เกือบ ๙๐ กว่าล้านบาทแล้วก็สามารถทำอาชีพ สามารถทำให้ผู้ที่ไม่มีงานทำ ได้งานทำจากเงินของสถาบันการเงิน ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเชื่อมโยงอย่างไร ทีนี้กลับมา ตัวอย่างนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ตอนผมเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย ผมเสนอว่านักศึกษามีอยู่ ๑๐,๐๐๐ คน ผมให้ ๓,๐๐๐ คนออมวันละ ๑ บาท วันหนึ่ง ได้ ๓,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่งได้ ๙๐,๐๐๐ บาท ปีหนึ่งได้ ๘๔๐,๐๐๐ กว่าบาท ทำมา ๓-๔ ปี มันจะได้เงินเป็นล้านบาท นักศึกษาไม่ต้องไปกู้เงิน กยศ. เอาเงินทุนที่ใช้ออมวันละ ๑ บาท ในสถาบันวันละ ๓,๐๐๐ บาท ตอนนี้มีเงินอยู่ประมาณ ๑ ล้านกว่าบาทหรือเกือบ ๒ ล้านบาท เขาสามารถนำเงินส่วนนี้ไปดำเนินกิจการที่เด็กจะทำ เช่นอาจจะตั้งบริษัท ทำความสะอาดของนักศึกษาเพื่อจะใช้เงินออมที่ออมไปทำโน่น นี่ นั่น หรือไปทำกิจการ ทักษะด้านอาชีพที่เขากู้ยืมจากออมในโครงการ ที่ผมพูดอย่างนี้ผมอยากจะนำเรียน กองทุนการออมแห่งชาติว่านอกจากเรารณรงค์สมาชิกอย่างที่ว่าแล้ว ผมอยากให้เปลี่ยน ความคิดนิดหนึ่งว่าเราจะต้องไปแบบนั้นด้วยไหมการหาสมาชิก ทั้งในระบบโรงเรียน ในระบบวิทยาลัยที่ท่านคิดจะทำต้นกล้า อาจจะมองมุมใหม่ในแง่ของการนำเสนอที่ผมได้ เสนอไปแล้วว่าจะทำให้เขามีศักยภาพได้อย่างไร กองทุนจะสมทบอย่างไรถ้าเขามีเงินอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันต้องทำให้ศักยภาพของประชาชนและนักศึกษาได้ตระหนักแล้วก็ทำให้ เงินออมมีการขยายตัวที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเขามากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเสนอไว้ว่า เราจะเปิดมิติใหม่นอกเหนือจากเขียนในรายงานหรือไม่ เพราะในรายงานมันจะมี ๒ ประการ อย่างที่ผมนำเรียนแล้วว่านอกจากสวัสดิการเพื่อคนที่อยู่ในวัยเกษียณที่จะต้องมีเงินใช้ อันนี้ผมเห็นด้วย แล้วก็เป็นหลักประกันของประชาชน แม้ว่าเรากำลังดำเนินการไปในทางที่ดี ก็ตาม แต่ต้องหาวิธีการใหม่ ๆ ว่าถ้าทำแบบหนองสาหร่าย คืออาจจะรณรงค์หรือเชิญชวน ไปยังท้องถิ่น เชิญชวนไปยังประชาชนที่เป็นกลุ่มออมทรัพย์จะพิทักษ์ผลประโยชน์ตรงนั้นเขา อย่างไร จะจูงใจจะทำความร่วมมือกันอย่างไร อันนี้เป็นข้อคิดที่ผมอยากจะเสนอไว้ สำหรับนักศึกษาเองผมคิดว่ามันมีมิติเยอะนะครับ ผมเคยคำนวณในธรรมศาสตร์เอง คณะที่ผมอยู่ผมก็ไปสร้างความตระหนักให้เขาเห็นว่าเพราะเด็กกู้เงิน กยศ. เยอะ แต่ถามว่า เราจะมีหลักประกันเงินที่เขาจะดำรงอยู่ในการเป็นนักศึกษาได้อย่างไร ก็ให้ออมกันวันละ ๒ บาท ๓ บาท นักศึกษา ๑,๐๐๐ คน วันหนึ่งได้ ๖,๐๐๐ กว่าบาท เดือนหนึ่งก็ได้แสนกว่าบาท มันจะต้องทำให้เขามีความเข้มแข็งและมีศักยภาพ เพราะว่าการทำระบบการเงินที่ให้เขามีพลัง ผมคิดว่าความตระหนักอยู่ที่นักศึกษาที่จะต้องเรียนรู้ว่าการออมมันทำให้ชีวิตมีคุณค่า และมีประโยชน์ มันไม่ได้ส่งเสริมให้เขากู้หรือว่าเขาต้องไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ผมเรียนว่า เป็นความถูกต้องที่กองทุนการออมแห่งชาติทำให้เด็กได้รู้คุณค่าของเงิน อันนี้คือสิ่งสำคัญมาก ที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกองทุนว่าจะปรับระบบ ปรับวิธีคิดอย่างไร และปรับวิธีสมทบอย่างไร เพื่อสร้างพลังทางการเงินที่เป็นข้อต่อรองหรือเป็นสิ่งที่เขา ได้ประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อันนั้นคือ ๒ ส่วนที่ผมเสนอเพื่อเรียนท่านประธาน ไปยังกองทุนการออมแห่งชาติที่ได้คิดนอกเหนือจากที่นำเสนอไว้ในรายงานได้พิจารณา ด้วยครับ ก็ขอนำเสนอไว้แค่นี้ ขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณครับ