วิสาร เตชะธีราวัฒน์ เสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางการขุดคลองไทยเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย โดยชี้ถึงประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และความมั่นคง พร้อมเรียกร้องให้มีการศึกษาอย่างโปร่งใสและเปิดกว้างทุกภาคส่วน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ผมได้ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทาง ในการขุดคลองไทยเชื่อมระหว่างทะเลอันดามันและอ่าวไทย ท่านประธานครับ รายละเอียด ที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้เสนอญัตติ ผมจะขออนุญาตไม่อ่านญัตติทั้งหมด แต่จะเรียน ท่านประธานว่า ผมกับท่าน ส.ส.จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และผู้ร่วมคณะอีกหลายท่าน เราได้เห็น ว่าคลองไทยเป็นการเชื่อมระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ถือว่าเป็นคลองที่มีความสำคัญ ทางยุทธศาสตร์ในการเดินเรือของโลกและเป็นการสร้างเส้นทางใหม่ในการที่จะลดการเดินเรือ เส้นทางหลักในช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) ในอดีตกาลขุดคลองไทยได้ถูกหยิบยก ขึ้นมาศึกษาและต่อเนื่องในการศึกษาหารือในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง คลองนี้จะทำให้เกิดรายได้มากมายถึง ๔ ล้านล้านบาท ผลประโยชน์ทั้งทางตรง ทางอ้อม จะได้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติทั้งด้านความมั่นคง ทั้งยุทธศาสตร์ทางทหาร และประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงยุทธศาสตร์ทางทหารนั้น เส้นทางเดินเรือรบ เรือขนน้ำมัน เรือน้ำมัน เรือดำน้ำสามารถที่จะออกใช้เส้นทางนี้ผ่านไป ประเทศเพื่อนบ้านโดยที่เราไม่ต้องไปพึ่งพาอาศัยใคร โดยเฉพาะด้านอ่าวไทยเราจะมีอำนาจ ทางทหารและเป็นอิสระในการขนส่งทางทะเลได้อย่างไม่มีข้อจำกัด สำหรับทางด้านเศรษฐกิจ จะช่วยให้การเดินเรือทั่วโลกสามารถที่จะประหยัดพลังงานและการขนส่งในทางทะเลได้เป็น จำนวนมาก ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ตลอดจนถึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างที่สามารถจะทำให้เกิดรายได้อย่างสูงขึ้น และมีการ สนับสนุนโครงการที่ประเทศมหาอำนาจคือจีนในโครงการวันเบลต์ วันโรด (One Belt One Road) ในภูมิภาคนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพ มุมมองของผมนั้นจะขออนุญาตนำเสนอ เฉพาะเรื่องที่ไม่ซ้ำกับเพื่อนสมาชิก ผมเรียนท่านประธานว่าในส่วนของผม ผมคิดว่าในภาวะ ขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยเหมือนกับทั่วโลก แต่ประเทศไทยเองอาจจะมีการตกต่ำ จากการที่เรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ว่าไปแล้วยังไม่รู้ว่าวันไหนจะต้องเข้า ไอเอ็มเอฟ (IMF) วันไหนจะต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศ ท่านประธานครับที่ผมสนับสนุนญัตติ เรื่องนี้เพราะผมเห็นว่าในเชิงยุทธศาสตร์และความเหมาะสมของที่ตั้ง ณ วันนี้ประเทศไทย เราไม่มีอะไรไปขายแล้วครับ เราจะเอาแรงงานก็สู้เขาไม่ได้แล้ว ประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะ เป็นเวียดนาม กัมพูชาเดี๋ยวนี้ถูกกว่าเรา ที่น่าตกใจที่สุดคือขณะนี้ญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นนักลงทุน รายใหญ่ย้ายฐานการผลิตแล้วครับ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในเมืองไทย น่ากลัวครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่รีบเร่งมีโครงการอันใหม่ ๆ ผมเรียนว่าสนามบินเมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้พูดมา ผมเรียนว่าต่อไปอย่างไรเราก็สู้ประเทศสิงคโปร์ไม่ได้ เพราะว่าประเทศสิงคโปร์ เขามีสนามบินซึ่งทั้ง ๆ ที่เขาเป็นประเทศที่ตั้งเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๕ ๕๐ ปี ก้าวหน้ากันไปเยอะ และต่อไปนี้สนามบินสุวรรณภูมิเราจะขยายอีกกี่เท่าก็สู้ประเทศสิงคโปร์ไม่ได้ มีคนเขาบอกว่า ประเทศไทยล้าหลังกว่าสิงคโปร์ไป ๓๐ ปี ล้าหลังกว่ามาเลเซียไป ๒๐ ปี และที่น่าตกใจคือ ล้าหลังกว่าญี่ปุ่นไป ๗๐ ปี เพราะฉะนั้นสิ่งนี้สิ่งเดียวที่อยากจะขอเรียนท่านประธานว่าเราจะ มีความได้เปรียบ ว่าไปแล้วในทางภูมิศาสตร์ก็คือเนชันนัล คอมเพตทิทีฟ แอดแวนเทจ (National Competitive Advantage) เพราะว่าคลองไทยถ้าเราทำได้จริง ๆ จะไม่มีใครที่ไหน ที่จะมีจุดยุทธศาสตร์ได้ดีเท่านี้ และที่สำคัญก็คือผมขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะ เป็นอีอีซี (EEC) เราสร้างขึ้นมาในสมัยรัฐบาลที่มาจากมาตรา ๔๔ ในขณะนั้นเราลงทุนถึง ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาทสำหรับสาธารณูปโภค เราไม่มีสิทธิในการพิจารณาเลย แต่ว่าครั้งนี้ คลองไทยเราจะมีการระดมตัวแทนประชาชนทุกภาคส่วนไม่ว่าเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราจะได้เอาความเห็นของทั้งหมดว่าจะมีส่วนดี มีส่วนเสีย มีส่วนมีปัญหาอะไร อย่างไร ผมมั่นใจว่าถ้าเราทำคลองไทย พลเอก ประยุทธ์ อยู่ได้แน่นอน ตราบใดที่ท่านทำโครงการ อันนี้โดยที่ท่านต้องโปร่งใส ไม่ใช่ทำแบบอีอีซี (EEC) อีอีซี (EEC) ปรากฏว่ามีโครงสร้าง พื้นฐานคนที่ได้ประโยชน์นี่คือเจ้าสัวครับ ผมเรียนท่านสมาชิกโดยเฉพาะท่าน พลตรี ทรงกลด ว่าผมเห็นแบบ เห็นการออกแบบที่ท่าน ออกมาผมพอใจ ดีใจเลยครับ แต่ตรงนั้นมันเพียงแต่รูปเท่านั้นเอง เรียนท่านทรงกลดครับว่า ผมเกิดมาก็ได้ยินคำว่า คอคอดกระ และคลองที่ท่านฉายให้ดูทั้งหมดนี้ผมไปดูมาหมดแล้ว ณ วันนี้ผมก็ยังไม่มั่นใจว่าเราจะสร้างคลองไทยได้หรือไม่ สิ่งที่ผมห่วงก็คือถ้าเราสร้างคลองนี้ ท่านยังมีแผนงานเท่าที่ผมดูในเว็บ (Web) ของท่านนี้มีเกาะอีก ๒ เกาะ ปรากฏว่าเกาะเหล่านี้ อีกหน่อยมันจะต้องมีสัมปทานไปให้ใครอีกหรือเปล่า เดี๋ยวรถไฟความเร็วสูง เดี๋ยวจะมีทางด่วน เดี๋ยวจะมีสถานีที่จะต้องไปเก็บภาษีดิวตี ฟรี (Duty free) เอาไปให้แกอีกหรือเปล่าครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ผมว่าดีแล้วที่เราจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา ที่สำคัญก็คือ ในประวัติศาสตร์เราแน่ใจว่าเราทำได้แน่ เราเห็นคลองสุเอซ (Suez Canal) เห็นคลองปานามา (Panama Canal) แต่อย่าลืมนะครับว่าคลองเหล่านั้นสร้างมาหลาย ๑๐ ปี แต่ก็มีปัญหาครับ คำว่า มีปัญหานั้น คือเรื่องของความมั่นคงท่านบอกท่านไม่ห่วง แต่ว่าผมเองยังห่วงนะครับ ถึงแม้ว่าต่อไปนี้จะมีการขนถ่ายน้ำมัน จะมีท่อน้ำมันผ่านไปถึงระหว่างอันดามันกับอ่าวไทย แต่ที่สำคัญก็คือถ้าสมมุติว่ามันเกิดมีผลประโยชน์ที่ขัดกัน คลองสุเอซ (Suez Canal) อย่างที่ เราศึกษาข้อมูลก็มีปัญหาจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นประเทศอิรัก ประเทศอิหร่าน ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งประเทศปานามาก็มีปัญหานะครับ เคยมีการปิดคลอง มีการสู้รบกันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องคลองไทยอันนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมไม่อยากให้เรามองเล็งผลเลิศอย่างเดียว เพราะว่าภาพที่ท่านเขียนมาสวยหรู แต่ว่าพอถึง เวลาขึ้นมาความเท็จจริงนี้ ชาวบ้านที่อยู่ในนั้นล่ะครับ เอ็นจีโอ (NGO) ที่เราจะต้องไปปรึกษา หารือเขาเกี่ยวกับนิเวศวิทยา ถึงเวลาขึ้นมาปัญหาที่ยิ่งใหญ่ก็คือชาวบ้านที่อยู่ในภาคใต้ เหล่านั้น เรามีส่วนที่จะช่วยเหลือเขา ชดเชยเขาหรือว่าทำให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือไม่ จากผลกระทบที่เราจะไปสร้างคลองไทย คลองไทยนี้จะต้องลงทุน ๒,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนว่าเราช้าไม่ได้ครับ ถ้าเราทำคลองนี้มันจะเหมือนกับตอนที่สมัยท่านนายกยิ่งลักษณ์ เคยคิดเรื่องรถไฟความเร็วสูง ๒,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕ ปีที่แล้วถ้าเราทำโดยที่ไม่ติดอะไร ป่านนี้เราได้เห็นแล้วครับ ทีนี้คลองไทยขณะนี้เท่าที่ท่านได้ประเมินไว้ท่านใช้เงินประมาณ ๒,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เวลา ๕ ปี ผมเข้าใจว่าถ้าเกิดเรารีบทำตอนนี้ทันครับ แต่ที่สำคัญ ก็คือเรื่องที่ผมเป็นห่วงเป็นกังวลนั่นก็คือท่านจะต้องดูถึงสิ่งแวดล้อม ดูถึงเรื่องภาวะที่เราจะ ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะศึกสงคราม แบ่งแยกดินแดนผมไม่ค่อยห่วง แต่ว่า ตราบใดที่มีผลประโยชน์ผมคิดว่าเราก็น่าห่วงครับ เพราะนั่นหมายถึงอย่างไรครับ หมายถึงว่า เรื่องความมั่นคงของประเทศก็ดีหรือว่าการคมนาคมที่จะได้มีผลประโยชน์ต่อไปข้างหน้าครับ ท่านประธานครับ เราอย่าคิดว่าเฉพาะคลอง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรนี้นะครับ ผมยังนึก ๆ ว่า หมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) เดี๋ยวนี้มีปัญหาเยอะเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรเลย เกาะเล็กนิดเดียวแต่ว่าผลประโยชน์ในนั้นก็คือน้ำมัน ถึงเวลาขึ้นมาก็จะมีทั้งประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศฟิลิปปินส์ แย่งกันอยู่ในนั้นละครับ เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้ก็อยากจะให้ทางกรรมาธิการที่จะมีขึ้นนี้ได้ดูถึงความรอบคอบ อย่ารีบเร่ง เราเองไม่ได้หมายถึงว่าเราจะต้องไปเชื่อประเทศใดประเทศหนึ่งนะครับ เท่าที่รู้ ขณะนี้ผมเรียนว่ามีประเทศจีนที่ค่อนข้างจะสนใจแล้วก็มาให้ทุนพวกเราเยอะในการที่จะ ลงทุนล่วงหน้าก่อนแล้วคืนทีหลัง แต่ว่าเทคโนโลยีนี้เราอย่าลืมว่ามันมีหลายประเทศในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นของประเทศญี่ปุ่น ของประเทศเกาหลี ของประเทศสหรัฐอเมริกา ของยุโรปครับ เพราะฉะนั้นเราไม่อยากให้มีการล็อกสเปก (Lock spec) เหมือนกับโครงการอีอีซี (EEC) อีก เราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคอยู่ที่นี่ อย่าให้มีอำนาจทางเผด็จการ หรือให้มีใครคนใดคนหนึ่งที่มาเอาผลประโยชน์ ถึงเวลาขึ้นมาสร้างคลองไทยแล้วผลประโยชน์ ไปตกกับเจ้าสัว ผลประโยชน์ไปตกกับคนผูกขาดอีกไม่กี่คน ผมคิดว่าพวกเราจะเสียแล้วก็ ยอมรับไม่ได้ ผมให้การสนับสนุนในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการสร้างคลองไทย ในครั้งนี้ แต่ท้ายที่สุดผมเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่าผมไม่มั่นใจละครับ ไม่ได้ใช้แน่นอน แล้วที่สำคัญก็คือภายในระยะเวลาสภาของเราเราก็ได้แต่ศึกษา ผมศึกษามาตั้ง ๔-๕ คณะ แล้วก็ไม่เห็นจะได้ใช้สักครั้งนะครับ แต่ว่าคราวนี้อย่างที่ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้ขอไว้ อยากให้เป็นประวัติศาสตร์สักครั้งหนึ่งนะครับ ผมเรียนว่าถ้าท่าน พลเอก ประยุทธ์ อยากอยู่เป็นรัฐบาลต่อ ท่านทำโครงการนี้ท่านได้อยู่แน่ เศรษฐกิจประเทศชาติเราก็จะฟื้น คืนมาแน่ เพราะเราได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในคลองไทยอันนี้อยู่แล้วนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ