สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือการตั้งกรรมาธิการศึกษาการขุดคลองไทยเส้นทาง 9A โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และวิถีชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน ก่อนดำเนินการต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ผมขอขอบคุณประธานและเพื่อนสมาชิก ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ร่วมกันเซ็นเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เพื่อศึกษาการขุดคลองไทย เส้นทางแนว ๙A ฟังท่าน พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ฟังท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านวิสารก็พูดในประเด็นที่ได้มีการศึกษากันมานาน สำหรับตัวผมเองนั้นเคยเป็นอนุกรรมาธิการสมัยวุฒิสมาชิกได้ศึกษาในเรื่องของโครงการ ศึกษาขุดคลองไทยเส้น ๙ เอ (9A) ก็คงจะพูดในประเด็นที่ไม่ซ้ำกับเพื่อนสมาชิก แล้วก็ ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพูดแต่ยังไม่ได้ขยายความให้ชัดเจน ผมก็จะไปขยายความนะครับ วันนี้ถือว่าเป็นวันสร้างประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่สภาผู้แทนราษฎรได้นำเรื่องการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยเข้าในการพิจารณา ต้องขอขอบคุณ ในส่วนของวิป (Whip) ทุกท่านด้วยที่ได้พิจารณาเรื่องนี้ให้สภาผู้แทนราษฎรได้มาพูดคุยกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ซึ่งในขณะนี้สมาคมคลองไทยผมถือว่าเป็นสมาคมที่ได้ ทำการบ้านแล้วก็ศึกษามาค่อนข้างดีพอสมควร และได้ลงพื้นที่ใน ๕ จังหวัด คลองไทย ปัจจุบันลงพื้นที่ไปตั้งแต่จังหวัดกระบี่ จังหวัดกระบี่นี่คือจังหวัดบ้านเกิดผม แล้วก็จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา ทุกพื้นที่แนวชายคลองที่ผ่านนั้น จะมีการตั้งชุมชนหรือว่าเป็นชมรมพี่น้องประชาชนชายคลอง ๒ ฝั่งในเส้นทางที่จะผ่าน ในระยะทางประมาณ ๑๕๐ กว่ากิโลเมตรโดยประมาณ คราวนี้ขออนุญาตทวนไปนิดหนึ่ง ไม่ต้องถึง ๓๔๓ ปี สมเด็จพระนารายณ์ แต่ขอทบทวนในเรื่องของผลมติในส่วนของวุฒิสภา ในอดีตที่ได้ศึกษามานั้นเส้นทาง ๙ เอ (9A) ในโครงการศึกษาเดิมที่จริงแล้วมีความกว้าง ในส่วนของแนวคลองถึง ๓ กิโลเมตรด้วยกัน โดยมีรัศมีความกว้างของคลอง ๑ กิโลเมตร เป็นวันเวย์ (One way) แล้วก็มีเกาะตรงกลาง ๑ กิโลเมตร แล้วก็ข้ามไปเป็นวันเวย์ (One way) อีก ๑ กิโลเมตร แล้วยังมีรัศมี ๒ ข้างคลองด้วย ซึ่งในขณะนั้นที่ได้ศึกษากันมา ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ซึ่งยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วน ก็เป็นที่ว่าครบวาระ ในส่วนคณะกรรมาธิการชุดนั้นในส่วนของวุฒิสมาชิก ยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบอีกหลายเรื่อง เช่น ในเรื่องดินที่ขุดขึ้นมานั้นจะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน แล้วก็ในเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งในขณะนี้การท่องเที่ยวในฝั่งอันดามันหลายคนก็เป็นห่วง โดยเฉพาะฝั่งอันดามันจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ และแนวเส้นทางเดินเรือที่จะ เข้ามาก็เป็นเส้นทางใกล้เคียงหรือเป็นแนวเดียวกับเส้นทางการท่องเที่ยวด้วย เพราะฉะนั้นกลุ่มพี่น้องที่ทำธุรกิจการท่องเที่ยวก็มีความเป็นห่วงว่าเมื่อเปิดการศึกษา ขุดคลองไทยแล้วเกิดเป็นไปได้นั้น มันจะมีผลกระทบในทางที่เสียหายกับการท่องเที่ยว หรือไม่ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ดีว่ารัฐสภาของสภาผู้แทนราษฎรถ้าเราตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ก็จะได้ศึกษาควบคุมไปให้ทุกมิติ ซึ่งหลายมิติที่พี่น้องชาวไทยไม่ใช่แต่ภาคใต้ที่มีความเป็นห่วง ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปตั้งแต่ต้น เช่นความเป็นห่วงในเรื่องของความมั่นคงทางทหาร ผมคิดว่าเป็นประเด็นหนึ่งที่จะต้องไปศึกษาหาคำตอบมาให้มีความชัดเจนว่าเมื่อขุดคลองไทย เสร็จแล้ว เรือรบ เรือดำน้ำจะมีความมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือความมั่นคงต่ำลง ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ๒ แนวคลอง พอขุดคลองเสร็จแล้วจะมีปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อพี่น้อง ชายคลองหรือว่าพี่น้องประชาชน ๕ จังหวัดเป็นอย่างไร ในเรื่องของวิถีชีวิตของชาวประมง ซึ่งมีหลายมิติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องในเรื่องของการเลี้ยงกุ้งชายฝั่งที่เขาบอกว่าอาจจะ มีน้ำทะเลไหลเข้าไปอะไรอย่างนี้ มิติต่าง ๆ ก็จะถูกบันทึกแล้วเก็บไว้เพื่อให้คณะกรรมาธิการ ได้ศึกษามาทำให้ครบถ้วนบริบูรณ์ ประเด็นเหล่านี้ผมคิดว่ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เป็นสิ่งที่ดี ที่สภาผู้แทนราษฎรนั้นจะได้หยิบยกเรื่องสำคัญ ผมคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแผนที่โลกให้เป็นแผนที่ ในประเทศไทยที่มีเศรษฐกิจเป็นศูนย์กลางของโลกที่ยิ่งใหญ่ในส่วนของเอเชีย เป็นคลอง ที่เชื่อม ๒ ฝั่งทะเลระหว่างมหาสมุทรอินเดียและของแปซิฟิก ในอดีตที่ผ่านมาจังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่ถูกกล่าวถึงในเรื่องของการเชื่อม ๒ ฝั่ง ระหว่างอันดามันและอ่าวไทยมาหลาย รูปแบบ ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เช่นในเรื่องของโครงการเชื่อม ๒ ฝั่ง โดยใช้ถนนโครงการเซาเทิร์น ซีบอร์ด (Southern seaboard) หรือแลนด์ บริดจ์ (Land bridge) ซึ่งในวันนี้ก็ไม่สามารถเชื่อมได้ เนื่องจากว่าท้ายของอันดามันกับปลายของอ่าวไทยนั้นก็ยัง ไม่มีถนนไปถึงทะเล ในสมัยนั้นก็มีการเวนคืนหมดเงินงบประมาณไปหลายหมื่นล้านบาท เป็นถนนที่มีความกว้างที่สุด มีความกว้างถึง ๒๐๐ เมตร ความยาว ๑๕๐ กว่ากิโลเมตรเช่นกัน ตั้งใจว่าเราจะเอาเรือสินค้าใหญ่ ๆ ขึ้นจากอ่าวไทยแล้วจะเอารถคอนเทนเนอร์ (Container) ลากแล้วก็มาทิ้งไว้ที่อันดามัน ซึ่งในที่สุดก็ทำไม่ได้ และในวันนี้โครงการของแลนด์ บริดจ์ (Land bridge) ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นปัญหาในเรื่องของน้ำทะเลไม่เท่ากัน ระหว่างฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เท่าที่ศึกษามาในทางวิศวกรรมมีความต่างระดับของน้ำทะเล ไม่น่าจะเกิน ๑ เมตร แต่ในขณะเดียวกันที่เคยไปดูแถวคลองสุเอซ (Suez Canal) หรือว่า คลองปานามา (Panama Canal) มีความสูงต่ำของระดับน้ำทะเลถึง ๖ เมตรด้วยกัน แต่ว่า การบริหารการจัดการก็สามารถที่จะเอาเรือสินค้าระดับแสนตันผ่านไปได้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า เป็นการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีในปัจจุบันไม่น่าจะมีปัญหา ผมมีโอกาสไปสอบถาม ไปดูในเรื่องของแนวทางการเชื่อมหลังจากที่เอาคลองผ่านไปแล้วนั้น ณ วันนี้มีการเปลี่ยน จากแผนที่ท่าน พลตรี ทรงกลด ได้ฉายในคลิป (Clip) หรือวีดิโอ (Video) ตอนต้น ผมคิดว่า ญัตตินี้น่าจะเข้าในสัปดาห์หน้าในส่วนของข้อมูลเลยไม่ได้เตรียมมาครับ แต่อยากชี้แจงให้ เพื่อนสมาชิก ท่านประธาน แล้วก็พี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับทราบว่าในอดีตที่ผ่านมา สมัยวุฒิสมาชิกศึกษานั้น ตามที่ผมบอกว่ารัศมีคลองมีเนื้อที่ ๓ กิโลเมตร แต่ในรูปแบบ ที่สมาคมคลองไทย ณ วันนี้ที่ทำก็คือความกว้างของคลองลดลงเหลือ ๔๐๐ เมตร เนื่องจากว่า ให้ความสำคัญในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีความลึก ๓๐ เมตร ปัญหาอยู่ที่ว่าเมื่อเราศึกษาประเทศมหาอำนาจหรือประเทศที่ลงทุนนั้นประเทศใดที่เหมาะสม ในการที่จะมาลงทุนในการขุดคลองไทย ในการลงทุนขุดคลองไทยนั้นเมื่อท่านขุดเสร็จแล้ว ท่านจะมีอายุสัมปทานในสิทธิประโยชน์ของประเทศไทยไปจำนวนกี่ปี เช่น ๕๐ : ๕๐ และรัศมี ๒ ข้างคลองประเทศที่มาลงทุนนั้นท่านจะต้องรวมพื้นที่แนวชายคลองเข้าไปในรัศมีเท่าไร พี่น้องประชาชนผู้ที่ใช้พื้นที่ที่สูญเสียนั้น เช่น สวนยาง สวนปาล์ม หรือที่ป่าหรือที่อะไรนั้น ท่านจะจัดการอย่างไรกับพี่น้องประชาชน และผมเชื่อว่าวันนี้สมาคมคลองไทยมีสมาชิก ทุกจังหวัดใน ๕ จังหวัดแล้วก็ได้ลงพื้นที่ ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีปัญหา และเท่าที่ไปดูในแผนที่ ดินที่ขึ้นมามีจำนวนมหาศาลมากถ้าเราดูในเรื่องของโครงการนั้น ถ้าดูในภาพรวมจะดูสวย มากเลยครับ เอาดินทั้งหมดขึ้นไปถมในอ่าวไทย เป็นเกาะเหนือ เกาะใต้ เกาะเหนือถมมา เสร็จแล้วได้ ๘๔ ตารางกิโลเมตร เกาะใต้พอถมมาเสร็จแล้วได้ ๘๐ ตารางกิโลเมตร ใกล้เคียงกัน ก็มีการวางแผนว่าเกาะเหนือจะเป็นเกาะเพื่อที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชน ๒ ข้างคลอง ไปจัดสังคมใหม่เพื่อที่จะให้เป็นที่อยู่อาศัยที่มีความสมบูรณ์ สำหรับเกาะใต้เป็นเกาะเกี่ยวกับ ในเรื่องของนิคมอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับในเรื่องของแนวทางวัตถุประสงค์ในเรื่อง ของการขุดคลอง ผมอยากจะหยิบยกอีกเรื่องหนึ่งให้ท่านประธานผ่านไปให้เพื่อนสมาชิกและ พี่น้องชาวใต้นะครับ ที่จริงแล้วเมื่อขุดคลองไทยนั้นไม่ใช่เฉพาะแต่พี่น้องประชาชนชาวใต้ เท่านั้นที่มีส่วนได้เสีย ผมเชื่อว่าพี่น้องทั้งประเทศต้องเป็นเจ้าของคลองไทย และพี่น้องทั้งโลก ก็จะต้องใช้ผลประโยชน์จากการขุดคลองไทย เดิมแล้วคลองไทยนี้ที่จริงแล้วเป็นการศึกษา ต่อเนื่องมาจากขุดคลองกระ ขุดคลองกระคือแถวกระบุรี เป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย ตามแผนที่คือจังหวัดระนอง แต่ผลการศึกษาเส้นทาง ๒ เอ (2A) ในขณะนั้นเป็นการศึกษา เสร็จแล้วขุดแล้วใช้งบน้อยมาก แต่ปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้มานั้นอาจจะได้กับประเทศพม่า ก็เป็นการวิเคราะห์กันหลายเส้นทาง เมื่อวิเคราะห์กันเสร็จแล้ว ณ วันนี้เป็นเส้นทางที่วิเคราะห์ จากมติในเรื่องของการศึกษามาครั้งหนึ่งแล้วใน พ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๔๖ นั้นก็คือเส้นทาง ๙ เอ (9A) อันนี้ก็คือผลลัพธ์จากในอดีตก็คือเส้น ๙ เอ (9A) ครับ อยากจะให้ท่านประธานได้ดูว่า ในเรื่องของการลงทุนในวันนี้ การลงทุนถ้าผมดูข้อมูลของสมาคมคลองไทยนั้นก็ไม่น่าห่วงว่า ประเทศไทยจะเอางบประมาณที่ไหนไปขุดคลองไทย ต้องมีงบ เมื่อก่อน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้น่าจะเป็นล้านล้านบาทแล้ว วันนี้ผมคิดว่ามีประเทศมหาอำนาจหลายประเทศที่สนใจ ในเรื่องของการที่จะมาลงทุน แม้กระทั่งประเทศสิงคโปร์ วันนี้ ๓ ช่องทางในการผ่านช่องแคบ ไม่ว่าจะเป็นช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) ช่องแคบลอมบอก (Lombok Strait) และ ช่องแคบซุนดา (Sunda Strait) เมื่อสักครู่ที่ผมจะบอกท่านประธานว่าตัวอย่างที่จังหวัดกระบี่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่นั้นเคยขอเรือหลวงลันตาซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ เรือรบสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นเรือที่ใช้ขนรถถัง ยกพลขึ้นบกครับ ซึ่งปลดระวางแล้วได้เอา ไปลากจูงเอาไปทำพิพิธภัณฑ์เรือหลวงที่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่เพื่อเป็น แหล่งท่องเที่ยวในฝั่งอันดามัน ซึ่งในขณะนั้นไม่สามารถที่จะเอาเรือจากจังหวัดสมุทรปราการ ของทหารเรือได้เลยนะครับ ที่จะไปฝั่งอันดามัน โดยไม่ผ่านประเทศสิงคโปร์มีทางเดียวก็คือ ต้องใช้เรือลากจูงจากจังหวัดสมุทรปราการไปผ่านช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) ใช้เวลาเดินทางจนไปถึงจังหวัดกระบี่ที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นเวลาร่วม ๑๐ กว่าวัน ประมาณ ๑๕ วัน ใช้งบประมาณในเรื่องของการลากจูงร่วม ๑๐ กว่าล้านบาทด้วยกัน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเรามีคลองไทยตามที่เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกว่าเป็นเส้นทางที่ย่อ เส้นทางการเดินเรือขนส่งสินค้า มีค่าใช้จ่ายเซฟ (Save) ขึ้นมาประมาณ ๕-๗ วัน ก็แล้วแต่ว่า เป็นเรือสินค้ากำลังขับระวางเท่าไร ถ้าเป็นกำลังขับระวางไม่มากก็อาจจะใช้เวลาน้อยหน่อย แต่ในเรื่องของรายได้กับการลงทุน ณ วันนี้เท่าที่เราไปศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์ ๓ ช่องทาง วันนี้ประเทศสิงคโปร์เขาไม่ติดใจแล้ว ในอดีตที่ผ่านมาไม่มีวันขุดได้หรอกครับ เนื่องจากว่า ประเทศมหาอำนาจหรือประเทศผู้ค้าที่เสียผลประโยชน์เขาก็จะมาวิ่งเพื่อที่จะไม่ให้โครงการ ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ แต่วันนี้ประเทศสิงคโปร์เขาไม่สนใจแล้วครับ เขาพร้อม ในการที่จะขยายเส้นทางเนื่องจากว่าความแออัดหนาแน่นของ ๓ ช่องทางในส่วนของ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียนั้นเรือบรรทุกสินค้าล้นแล้ว เพราะฉะนั้นมีวิธีเดียวกันก็คือ ประเทศสิงคโปร์หรือประเทศคู่ค้าที่มีเรือขนส่งสินค้าเยอะ ๆ มีอยู่ทางเดียวก็คือมาร่วมลงทุน หรือหุ้น หรือว่าซื้อสิทธิประโยชน์ในส่วนของการลงทุนของรัฐบาลไทย อันนี้ก็เป็นประโยชน์ ผมคิดว่าแรงงานที่เกิดขึ้นไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ อัตรา ค่าหัวการที่แก้ปัญหา วันนี้ค่าเงินบาท มันแข็งนะครับ วิธีแก้ก็หลายอย่างในเรื่องการดึงเงินจากต่างประเทศเพื่อที่จะเข้ามาลงทุน ในประเทศแล้วก็ก่อให้เกิดการจ้างงาน ก่อให้เกิดการมีรายได้ภายในประเทศ มีการส่งออก นำเข้ากันมา อันนี้ก็ถือว่าเป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ที่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต่อเนื่อง ที่จะต่อเนื่องจากการที่จะขุดคลองไทยนั้นตามมามากมาย ประเด็นปัญหาในเรื่องของการศึกษา ของคณะกรรมาธิการ ผมก็ขอฝากว่าต้องศึกษาไปเชื่อมโยงในเรื่องของการท่องเที่ยว เป็นเกณฑ์หลักสำคัญเลยนะครับ เนื่องจากว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย ในโซน (Zone) ภาคใต้นั้นถือว่าเป็นรายได้ที่เลี้ยงประเทศชาติ วันนี้โครงการหลายแสนล้าน มาจากการท่องเที่ยวทางทะเล เพราะฉะนั้นผลกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในฝั่งอันดามัน และอ่าวไทยอันนี้เป็นปัจจัยหลักในการที่จะทำให้โครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) อันนี้เกิดขึ้นได้หรือเกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากว่าถ้าศึกษาดีแล้วแรงต้านจากกลุ่มต่าง ๆ นั้น ที่มีความข้องใจหรือมีความวิตกอาจจะออกมาทักท้วง ผมก็อยากให้เห็นของคณะกรรมาธิการ โดยใช้นักวิชาการไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศเพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ที่มีส่วนได้เสียได้เข้ามามีส่วนร่วมในส่วนของคณะกรรมาธิการศึกษาในโครงการขุดคลองไทย ในอนาคตด้วย อันนี้เป็นประเด็นที่อยากฝากนะครับ สิ่งเหล่านี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทั้งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคผมพรรคภูมิใจไทยผู้บริหารพรรค เพื่อนสมาชิกพรรค ก็ได้เซ็นกันก็มองเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูในส่วนของเศรษฐกิจในส่วน ของภาคใต้ ซึ่งวันนี้นับวันว่าประเด็นปัญหาเรื่องยางพารานั้นค่อนข้างที่จะไม่ค่อยมีอนาคต เมื่อยางพาราไม่มีอนาคตปาล์มน้ำมันยังไม่แน่ใจว่าราคา ๗ บาทจะนานสักแค่ไหนครับ เพราะฉะนั้นโครงการใหญ่ ๆ ประเทศไทยในโซน (Zone) ของภาคใต้ในอดีตที่ผ่านมานั้น เราไม่เคยมีโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) อย่างนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะศึกษาว่า โครงการลงทุนอย่างนี้มันจะเกิดขึ้นแล้วจะดีกับคนไทยในภาพรวมหรือไม่ อย่างไร ในอดีต ที่ผ่านมานั้นหลายคนมีความเป็นห่วงมีการพูดในสภากาแฟ มีการพูดกันในเชิงวิเคราะห์ ในทางหอการค้าก็ดี ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ดีว่าขุดคลองเสร็จแล้วเป็นการแบ่งแยกดินแดน ประเทศมหาอำนาจ ในอดีตผมคิดว่าไม่แน่ ในอดีตที่ผ่านมาถ้าเราขุดคลองไทยในอดีตวันนี้ อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่แน่ แต่เมื่อมาพิจารณาในสถานการณ์วันที่โลกเปลี่ยนไปมากในเรื่อง ประเทศมหาอำนาจหรือว่าในเรื่องของอิทธิพลในการไปล่าอาณานิคมมันไม่มีแล้วครับ เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณในสมัยบรรพบุรุษเราในอดีตที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ขุด แต่พอเรามา ตั้งข้อสังเกตที่ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ได้พูด ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับว่าทำไม สนธิสัญญาหลังการแพ้สงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ประเทศอังกฤษได้มาบังคับให้ประเทศไทย ลงนามว่าห้ามขุดคลองเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน สิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่ประเทศ มหาอำนาจที่ชนะสงครามในขณะนั้นและมีการลงทุนอยู่ในประเทศสิงคโปร์ประเทศเพื่อนบ้าน และมีโครงการในเรื่องของการใช้เส้นทางในมหาสมุทรอันนี้ ถือว่าเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ มีประโยชน์มหาศาล ผมเข้าใจได้ว่าในขณะนั้นถ้าประเทศไทยเราขุดขึ้นมาประเทศสิงคโปร์ ในการใช้ช่องทางผ่านแดนแล้วก็มีรายได้จากการเก็บท่าเก็บอะไรต่าง ๆ เป็นหลักในส่วนของ ท่ามะละกา (Malacca Strait) ก็ดี ซุนดา (Sunda Strait) และลอมบอก (Lombok Strait) ก็ดีนั้น อาจจะไม่เกิดก็ได้ เนื่องจากว่าเส้นทางในประเทศไทยในเส้น ๙ เอ (9A) เป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุด และเหมาะสมที่สุด อันนี้ก็ถือว่าเป็นประเด็นปัญหาที่เราได้ไปหยิบยกในส่วนของสนธิสัญญา ในอดีต แต่สนธิสัญญานี้ ณ วันนี้ก็ถูกยกเลิกไป อันนี้กระทรวงการต่างประเทศก็ถือว่าได้ไป ทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกเราในส่วนของประเทศไทยเราไม่กล้าหยิบยก ในประเด็นเรื่องนี้ ซึ่งมันมีมูลค่ามหาศาลในการลงทุน และยังมองไม่เห็นประเทศมหาอำนาจ ที่จะมาลงทุนได้ แต่มาวันนี้ผมได้ข้อมูลมาจากสมาคมคลองไทยว่ามีความพร้อมแล้วก็ศึกษา ข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง และได้หยิบยกในส่วนของคลองต่าง ๆ ทั่วโลกที่เป็นคลองที่มนุษย์ สร้างขึ้นที่ขุดขึ้นมานั้น จะเห็นได้ว่าคลองพอสร้างขึ้นมาเสร็จแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ในเรื่อง ของการเป็นเส้นทางขนสินค้าทางเรืออย่างเดียว ปรากฏว่าคลองที่ใช้มานั้นส่วนหนึ่งรายได้ มาจากการท่องเที่ยวด้วย เพราะฉะนั้นคลองที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเส้นทาง ๙ เอ (9A) สมมุติว่ามันเกิดขึ้นได้ คณะกรรมาธิการก็คงจะต้องไปศึกษาและตอบโจทย์ ตอบคำถาม ตอบข้อห่วงใยพี่น้องในกลุ่มต่าง ๆ ว่ามันจะมีผลกระทบและบริหารการจัดว่าการขนส่งสินค้า ในเรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) ในทางทะเลอย่างนี้ให้มีความสอดคล้องกับในเรื่องของ การขนคนเพื่อการท่องเที่ยวให้เป็นไปได้ไปด้วยกันให้มีประโยชน์วิน วิน (Win Win) ได้อย่างไร หรือไม่ ในขณะเดียวกันในเรื่องของภาคการศึกษาเมื่อประเทศไทยศึกษาอย่างนี้เสร็จแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือแรงงานที่ประเทศไทยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ อาชีวศึกษาต้องไป วางแผนด้วยนะครับสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น การจ้างงานในเรื่องของสายอาชีพ เช่น ช่างเชื่อม ช่างกล ช่างยนต์อะไรต่าง ๆ ก็จะติดตามมา เพราะฉะนั้นโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาในเรื่อง ของอาชีวศึกษาและสายสามัญก็ต้องไปว่ากัน การเชื่อมโยงในเรื่องของภาคอุตสาหกรรม ๒ ข้างคลองแล้วก็ ๒ ฝั่งเราจะต้องวางแผนกันอย่างไร เมื่อสักครู่ที่ผมหยิบยกขึ้นมาที่เอาดิน ไปถมแล้วก็มีเกาะเหนือ เกาะใต้ มีความกว้างถึง ๘๐ กว่าตารางกิโลเมตร ก็ไม่น้อยทีเดียว เราจะบริหารการจัดการอย่างไร ประเด็นปัญหาเรื่องน้ำจืด เพราะฉะนั้นโครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) อย่างนี้ไม่มีวันละครับที่สร้างขึ้นมาแล้วจะไม่มีปัญหาเลย เพราะฉะนั้น ปัญหาเรื่องตะกอนชายฝั่ง ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องคน ปัญหาเรื่องของการดูแล วันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าเราจะขุดอุโมงค์ลอดไปกี่อุโมงค์ สะพานข้ามกี่สะพานข้าม และมีโครงการรถไฟเชื่อม ๒ ฝั่งให้เป็นรถไฟแบบชนิดโมโนเรล (Monorail) เพราะฉะนั้น การคิดในเรื่องของขุดคลองไทยไม่ใช่แต่เฉพาะในเรื่องของตัวคลองเชื่อม ๒ มหาสมุทร หรือว่า ๒ ฝั่งอย่างเดียว ต้องคิดในเรื่องของระบบไอที (IT) ต้องคิดในเรื่องของท่อ ต้องคิด ในเรื่องการเชื่อมประเพณีวัฒนธรรม ต้องคิดในเรื่องของการท่องเที่ยว ต้องคิดอีกหลายมิติ ในบริบทต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นโจทย์ที่ใหญ่มากที่สภาแห่งนี้ต้องใช้ความละเอียดลออ ระมัดระวัง และต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้มีประสบการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นวันนี้ในเรื่องของการที่เราจะตั้งคณะกรรมาธิการนั้น ใน ๔๙ ท่านก็คงจะมี ที่ปรึกษา มีผู้เชี่ยวชาญ มีผู้ชำนาญในเรื่องของการที่ทำธุรกิจในเรื่องเรือระหว่างประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องเชิญเขามาเพื่อที่จะตอบคำถามประเด็นปัญหาแล้วก็จะต้องให้ครบทุกมิติ ทุกเซกเตอร์ (Sector) ในส่วนของโครงการที่จะไปกระทบเขาให้ได้ แล้วก็ยังมีโครงการต่อเนื่อง แล้วก็เป็นโครงการที่ห่วงใยแล้วก็มีปัญหา เช่น เมื่อเราสร้างโครงการใหญ่อย่างนี้สิ่งที่ตามมา ก็คือในเรื่องของไฟฟ้า เดี๋ยวก็ต่อเนื่องเชื่อมโยงไปเรื่องของผลิตโรงไฟฟ้าเพื่อที่จะมารองรับ ในภาคอุตสาหกรรมอีก อันนี้ก็เป็นโจทย์ที่ให้เห็นว่ามีข้อขัดแย้งกัน แต่วันนี้ท่านประธานครับ ก่อนสรุปก็คงจะต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ลงนามสนับสนุน ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ขอขอบคุณฝ่ายค้านที่เห็นเป็นในมิติทิศทางเดียวกัน และสำคัญที่สุดในส่วนของการให้ข้อมูล นักวิชาการแล้วก็ในส่วนของสมาคมคลองไทยแล้วก็พี่น้องประชาชนใน ๕ จังหวัด จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ๒ ข้างคลองมีสมาชิกร่วมเป็นพัน ๆ คน แล้วก็ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องแล้วก็มองเห็น ผมเคยไปร่วมนะครับ เคยไปร่วมแล้วก็ยังมีความเป็นห่วงว่าในเรื่องของการขยายผลถึงแนว ประชาชนของอาชีพ ๒ ข้างฝั่งเป็นอย่างไร เขาให้ความสำคัญ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วผมก็เห็นด้วยในเรื่องของการตั้งกรรมาธิการครับ