ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อภิปรายประเด็นปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้ภาครัฐ และค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนทำให้รายจ่ายของประชาชนเกินรายได้ โดยเสนอให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติแทนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ และเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ จากชาวบางขุนเทียน วันนี้ขออภิปรายในเรื่องของญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาหนี้สินในครัวเรือน หนี้สินภาครัฐ รวมทั้งค่าครองชีพสูงจากราคาน้ำมัน จากราคาแก๊ส จากราคาไฟฟ้า ผมขอเสนอความเห็นอาจจะเห็นต่างจากทางเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ ท่านก่อนหน้านี้ ก็คือว่าปัญหานี้ผมเห็นด้วยว่าคือปัญหาหลักของประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่กำลังเกิดปัญหานี้ แต่ผมคิดว่าปัญหานี้ควรตั้งอยู่ในคณะกรรมาธิการหลัก ก็คือคณะกรรมาธิการสามัญ เนื่องจากคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีคณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ซึ่งตรงกันอยู่พอดี ก็เลยอยากให้ทางสภา ส่งเรื่องนี้สู่คณะหลักเพื่อพิจารณาต่อไป
ส่วนในเรื่องปัญหาของประชาชน ผมอยากยกตัวอย่างอย่างนี้ว่าในระหว่างนี้ ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองจะเดินหน้าไปในทิศทางไหน ผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดก็คือ ประชาชน วันนี้ผมขอยกตัวอย่างใกล้ตัวก็คือประชาชนในเมืองหลวง ข้อมูลจากสำนักงาน สถิติแห่งชาติได้บอกไว้ รายได้และรายจ่ายของประชาชนในช่วง ๖ ปีแรกของปี ๒๕๖๒ ซึ่งทำสรุปมาเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ทั่วราชอาณาจักรประเทศไทยทุกคนมีค่าเฉลี่ยหนี้ อยู่ที่ ๑๖๗,๙๑๓ บาท มีรายได้อยู่ที่ ๒๖,๓๗๑ บาท มีรายจ่ายซึ่งเป็นรายจ่ายประจำอยู่ที่ ๒๑,๒๓๖ บาท ถ้าเราเฉลี่ยมาแต่ละพื้นที่นะครับ กรุงเทพมหานครรายได้เฉลี่ยของประชาชน อยู่ที่ ๓๘,๐๐๐ บาท รายจ่ายประจำอยู่ที่ ๓๑,๐๐๐ บาท ถ้าเกิดทั่วทั้งประเทศไม่มีภาคไหน ของประเทศไทยที่รายจ่ายหักลบรายได้แล้วเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าค่าใช้จ่ายของประชาชนชาวไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศกำลังย่ำแย่ ค่าใช้จ่าย ที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำกินรายได้ไปกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วอย่างนี้ชีวิตจะหาความสุข ได้อย่างไร อันนี้คือเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราควรจะนำมาพิจารณาเนื่องจากว่า เป็นปัญหาที่ประชาชนคนทั้งชาติได้รับความเดือดร้อน ถามว่าปัญหาค่าใช้จ่ายพวกนี้ มาจากค่าอะไร ปัญหาค่าใช้จ่ายพวกนี้ก็มาจาก ๑. ที่อยู่อาศัย คุณเช่าอยู่หรือคุณผ่อนอยู่ การเดินทางไปทำงาน คุณใช้รถส่วนตัวหรือคุณใช้ระบบสาธารณะ การทำงานคุณทำงานอยู่ ในบริษัทเอกชนหรือระบบราชการ หรืออาชีพอิสระ อาหารการกิน คุณรับประทานอาหาร ในร้านอาหารหรือคุณรับประทานอาหารทั่วไป มีปัญหาทั้งหมดครับ ไปดูเรื่องของที่พักอาศัย ไม่ว่าคุณจะเช่าอยู่หรือคุณผ่อนอยู่มีปัญหาหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทางตอนนี้ เราเช็ก (Check) ค่าน้ำมันดีเซล (Diesel) อยู่ ๒๗ บาท คุณใช้อี ๒๐ (E20) อยู่ ๒๓ บาท แก๊สโซฮอล์ ๙๕ (Gasohol 95) แก๊สโซฮอล์ ๙๑ (Gasohol 91) อยู่ราว ๆ ๒๖ บาท ถึงแม้ คุณจะใช้อี ๘๕ (E85) ๑๙ บาท ก็มีปัญหาครับ เพราะว่าค่าใช้จ่ายที่เป็นกิจจะลักษณะเหล่านี้ มันเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป ประชาชนคนอยู่ในกรุงเทพมหานครกำลังจะเดินทางไปทำงาน ๑ วัน ค่าใช้จ่ายรถเมล์ประจำทางอยู่ ๘ บาท ๓ สายกว่าจะถึงที่ทำงาน ไปทำงานในช่วง ระบบเศรษฐกิจอย่างนี้จากที่ได้ทำโอเวอร์ ไทม์ (Over time) บริษัทเอกชนหลาย ๆ บริษัท รัดเข็มขัดให้ทำโอที (OT) บ้าง ไม่ให้ทำโอที (OT) บ้าง ค่าใช้จ่ายก็ลดน้อยลง แต่ค่าครองชีพ สูงขึ้น ๆ ทุกวัน ส.ส. เขต ลงพื้นที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลรับทราบกันดี เพราะว่าประชาชนจะส่งเสียงสะท้อนมาว่าไม่ไหวแล้ว ค่าแก๊สตอนนี้ถึงแม้บ้านใช้แก๊สปิกนิก (Gas picnic) เติมที ๑๖๐ บาทต่อถัง ถึงแม้ใช้ถังใหญ่หน่อย ๓๙๐ บาทต่อถัง ก็ลดการทำ กับข้าวเอง ลดการทำกับข้าวเองจะไปซื้ออาหารทั่วไปครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้ร้านค้า อาหารข้างทางก็ไม่มี จากเดิมกลับจากบ้านแวะข้างทางซื้อข้าวมันไก่ ซื้อข้าวขาหมูกลับเข้าบ้าน ถ้าช่วงเย็นพ่อค้าแม่ค้าก็ช่วยกันครับ อะลุ่มอล่วยเรารู้จักกันพี่น้องกัน ซื้อกล่องหนึ่งถ้ายังไม่อิ่ม เห็นยังเดือดร้อนช่วงภาวะเศรษฐกิจเขายังพอมีกำลังเขาอาจจะแถมให้ แต่วันนี้สะอาดโล่งทั้งซอย ไม่มีอะไรเดินตรงไปด้วยแสงสว่าง หันไปอีกทีหิวก็หิว หันไปอีกทีเจอร้านสะดวกซื้อครับ หิวเมื่อไรก็แวะมา แวะไปเมื่อไรก็ไม่มีเงินเท่านั้นนะครับ เพราะค่าครองชีพหลาย ๆ อย่างมันสูง ประชาชนเลยบอกว่ารัฐบาลที่แล้วรัฐบาลประยุทธ์ ๑ เป็นยุคข้าวยากหมากแพง แต่ยุคนี้รัฐบาลประยุทธ์ ๒ ประชาชนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะเป็นยุคสิ้นเนื้อประดาตัวหรือเปล่า ท่านประธานครับ เรื่องนี้น่าคิดนะครับ ถ้าค่าครองชีพ ของประชาชนยังสูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น และรอคอยความช่วยเหลืออยู่อย่างนี้ ผมคิดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราในคณะหลัก ในคณะกรรมาธิการสามัญแก้ไขปัญหาหนี้สิน แห่งชาติควรเล็งเห็นถึงปัญหาเหล่านี้มาเป็นลำดับต้น ๆ ว่ารายได้กับรายจ่ายของประชาชน สถาบันสถิติแห่งชาติเขาวิเคราะห์มาแล้วไม่มีพื้นที่ไหนเลยที่ว่าดีป (Deep) กันแล้วเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท และประชาชนจะไปมีความกินดีอยู่ดีได้อย่างไร เรื่องนี้จึงทำให้ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการสามัญนำเรื่องนี้ไปพิจารณาและอยาก จะเสนอตัวเพื่อที่จะเข้าไปดูแลปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากได้รับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน หลาย ๆ พื้นที่ครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าการที่ประชาชน จะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ค่าครองชีพที่สูง รัฐบาลควรมีมาตรการระยะต้นที่ช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ปัจจุบันนี้ไม่มี มีแต่เพิ่มค่าโน่นค่านี่ ปัจจุบันค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น หน้ากากอนามัยก็ต้องซื้อเอง ปัญหาสร้างรถไฟฟ้าต้องมาใช้รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารประจำทางก็มีน้อย และค่าใช้จ่ายก็สูง จึงฝากเรื่องนี้ไปยังท่านประธานนะครับ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ ประชาชน ขอบคุณมากครับ