อนุชา แจงหนังสัตว์ตกต่ำ ชี้ไร้ภาษีนำเข้าฉุดราคาเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓

อนุชา น้อยวงศ์ หารือปัญหาราคาหนังสัตว์ตกต่ำอย่างรุนแรงจากนโยบายยกเว้นภาษีนำเข้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขพร้อมตรวจสอบมลพิษจากโรงงานฟอกหนังในสมุทรปราการ

นายอนุชา น้อยวงศ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อนุชา น้อยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ เช่นเดียวกันกับราคาพืชผลทางการเกษตร ตกต่ำตัวอื่น ๆ แต่นี่เป็นราคาหนังสัตว์ตกต่ำ จริง ๆ แล้วผมขอนำเรื่องนี้รวมกับคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แต่คณะนั้นไม่ยอมรับ จึงต้องนำมา ยื่นต่อท่านประธานสภาในวันนี้ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมพิจารณากับคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำด้วย ก็ได้เห็นปัญหาอุปสรรคหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งทำให้ประเทศเรา ทำให้เกษตรกรเรามีรายได้น้อยลง ท่านประธานที่เคารพ สาเหตุมาจาก เรื่องเดียวกัน ราคาหนังสัตว์ตกต่ำนั้นมาจากการที่รัฐบาลยินยอมให้สินค้าจากต่างประเทศ เข้ามาในประเทศไทยโดยไม่มีกำแพงภาษีใด ๆ เลย ๒๐ กว่าปีก่อนโน้นโรงงานอุตสาหกรรม หนังสัตว์จะนำหนังโค-กระบือจากต่างประเทศเข้ามาประเทศไทยต้องเสียภาษีกิโลกรัมละ ๔ บาท แต่หลังจากที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ ต้องการตัวเลขส่งออก สนับสนุนการส่งออกก็เลยลดภาษีนำเข้าให้ทำให้ราคาหนังสัตว์ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมดูตัวเลขของโรงงานฟอกหนังที่นำหนังสัตว์เข้ามาปีละหมื่น ๆ ล้านบาทต่อปี ๒๐ กว่าปีเศษ นำเข้ามาเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ เราไม่ได้เก็บภาษีเขาแม้แต่ บาทเดียวเลย แต่ขณะเดียวกันราคาเกษตรกรรายย่อย ๆ ซึ่งมาร้องเรียนในสภาผู้แทนราษฎร เรา เช่นพวกที่ปลูกยาสูบเขาเสียภาษีกิโลกรัมละ ๕ บาท ก็ไปขึ้นภาษีเป็น ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เขาก็มาร้องกันเต็มสภา เช่นเดียวกันผมอยู่ในคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ผมเพิ่งมารู้ว่ามีภาษีหลักหอยในทะเลด้วย ชาวทะเลจะไปเก็บหอย ในทะเลต้องเสียภาษีหลักหอยด้วย จริง ๆ น้ำทะเลก็เค็ม มันก็หนาวเย็นพอแล้วและคนจน ทั้งนั้นที่หากินกับเรื่องนี้ ก็เก็บภาษีเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เรื่องใหญ่ ๆ ที่เรามองข้ามมา กราบเรียนด้วยความเคารพ ๒๐ ปีเศษพวกนี้นำหนังสัตว์เข้ามาในประเทศไทยเราประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียวครับ มันเป็นเรื่องใหญ่ที่เรามองข้ามไป เหมือนกับราคามะพร้าวตกต่ำ ราคามะพร้าวตกต่ำนี้ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของสวนที่เดือดร้อนด้วย มันเดือดร้อนไปถึงลิงที่เก็บมะพร้าวด้วย เพราะราคาค่าขึ้นมะพร้าวมันถูกไปด้วย ลิงยังผอมเลย ฉะนั้นราคาหนังโค-กระบือตกต่ำทำให้กิจการในประเทศไทยผู้ที่ค้าสัตว์พวกนี้ต้องล่มสลาย แรงงานต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง รัฐบาลได้ยกเว้นภาษีนำเข้าหนังสัตว์และส่งออก ก็ไม่เสียภาษีอีก สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็คือโรงงานฟอกหนังสัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ จังหวัดสมุทรปราการนี่เองครับ และนำหนังสัตว์จากต่างประเทศล้วน ๆ มาฟอก แล้วก็ขนไป ต่างประเทศล้วน ๆ เราไม่ได้ภาษีแม้แต่บาทเดียว มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ ๆ ตัวเราเอง ท่านประธานที่เคารพ ผมอยู่ในสภานี้มีพี่น้อง ส.ส. จากอีสาน ขออภัยที่เอ่ยชื่อท่านด้วย ท่านพัฒนา สัพโส มาพูดถึงเรื่องราคาโคตกต่ำ ๒-๓ ครั้ง แล้วพูดถึงเรื่องนี้ซ้ำ ๆ ผมก็เลยดักรอหน้าห้อง ผมบอกว่าคุณมาร่วมกับผมหน่อย มาเรียก เรื่องนี้กันหน่อย ทำไมตกต่ำราคาโคของคุณ จากเดิมหนังสัตว์กิโลกรัมละ ๔๐ กว่าบาท ปัจจุบันนี้เหลือกิโลกรัมละ ๓ บาท จาก ๔๐ บาทเหลือ ๓ บาท โคตัวหนึ่งราคาหนังหายไป พันกว่าบาทก็จะต้องถูกตามราคาหนังไปด้วย แต่ขณะเดียวกันรองเท้าหนังในตลาดไม่เคยลง ราคาเลย วัตถุดิบต่าง ๆ ไม่เคยส่งเสริมให้คนใช้หนังสัตว์เพิ่มเลย สินค้าอะไรในโลกที่ตกต่ำ ขนาดนี้ ก่อนหน้านั้นหนังโค-กระบือ ซึ่งเขาเรียกว่าหนังเค็มที่ใส่เกลือแล้วเคยถึงกิโลกรัมละ ๖๐ บาท ปัจจุบันนี้เหลือ ๙ บาท มันหายไปตั้ง ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะอะไร เพราะว่า เขาส่งเอาหนังต่างประเทศเข้ามาฟอก ไม่ถูกกว่าประเทศเราหรอก แพงด้วย แต่เขากดราคา เหมือนมะพร้าวท่านประธาน หลายเดือนก่อนท่านประธานคงจะได้ยินว่า ราคามะพร้าว เหลือ ๒-๓ บาท ปัจจุบันนี้ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้แก้ไขถูกจุดแล้ว ราคามะพร้าวตอนนี้ ขึ้นมาเป็น ๑๐ กว่าบาท ๒๐ บาท ขอกราบขอบพระคุณ ณ ที่นี้ด้วย วันนี้มาช่วยพี่น้องเกษตรกร เรื่องปศุสัตว์ด้วยครับ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อยู่ที่ไหนช่วยฟังแล้วช่วยคิดช่วยแก้ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องของเกษตรกรทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ขอเรียนว่าโรงงานฟอกหนังนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรกับประเทศเราเลย เพราะอะไรครับ หนังโค-กระบือที่มาฟอกเป็นมลภาวะ ทางน้ำ นำน้ำเสียจำนวนมากมายปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำเจ้าพระยา จะบำบัดถูกต้องหรือเปล่า ไม่ทราบ แต่ในมือผมต้องกราบขออภัย มีเรื่องประชาชนชาวสมุทรปราการไปร้องครั้งแล้ว ครั้งเล่ากับอุตสาหกรรมให้ไปตรวจการลักลอบปล่อยน้ำเสีย ผมอยู่ในกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ ผมได้รับหนังสือจากท่านนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไปช่วย ด้วยกัน ท่านให้หนังสือผมดูฉบับหนึ่ง มีหนังสือจากอดีต ส.ส. ๒ ท่าน ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม ท่าน ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี ท่านอรรถพร พลบุตร ท่าน ส.ส. จังหวัดชลบุรี ท่านพจนารถ แก้วผลึก มีหนังสือมาถึงคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์บอกว่าให้ช่วยเหลือกัน บริเวณก้นอ่าวไทยพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดเพชรบุรี อยู่ในภาวะวิกฤติเนื่องจาก การสะสมของมลพิษที่ระบายมาจากแม่น้ำสำคัญ ๕ สาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา และท่าจีนทำให้เกิดการล่มสลายสัตว์น้ำวัยอ่อนและปลาบางชนิดล้มตายและย้ายถิ่น การเลี้ยงหอยในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดชลบุรีเสียหายอย่างหนัก วันหนึ่งท่านรองอธิบดี กรมประมงได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการของผม คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผมเป็นกรรมาธิการด้วย ท่านมาในเรื่องอื่นไม่ได้เกี่ยวกับโรงงานฟอกหนัง ท่านมาเรื่องอื่น ฉะนั้นผมก็ถามต่อหน้าท่านเลย ถามต่อหน้ากรรมาธิการทั้ง ๑๕ ท่าน ผมถามว่าสภาวะของ อ่าวไทยทุกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง สัตว์น้ำเป็นอะไรบ้าง มีอาการอย่างไร เกิดอะไร ท่านรองอธิบดี กรมประมงซึ่งไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับผมมาก่อน แล้วท่านตอบตรง ๆ บอกว่าสัตว์น้ำในอ่าวไทย ตอนนี้จะบริโภคไม่ได้แล้ว เช่น หอย ปลาหมึก ลักษณะนี้มีสารตกค้างอันตรายต่อผู้บริโภค นี่คือวาระของชาติในการจะแก้ไขเรื่องน้ำเสียและมลภาวะมาจากอะไร ท่านประธานลองคิดดี ๆ ปัจจุบันนี้หนังที่ฟอกมากที่สุดในโลก มาฟอกที่จังหวัดสมุทรปราการเรานี้ ต่างชาติขนเข้ามา ไม่มีพิกัด ไม่มีอัตรา ไม่มีโควตา ไม่มีภาษี เขามาตั้งบริษัทในประเทศเราเลยเอาหนังบ้านเขา มาฟอกแล้วก็ส่งออกไปโดยที่เราไม่ได้อะไร ท่านประธานครับ กุ้ง ปู ปลา ไม่น่ารับประทานแล้วจากคำบอกเล่าของท่านรองอธิบดี กรมประมง ประเทศไทยกลายเป็นที่รับขยะพิษจากต่างประเทศตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ เป็นที่รับขยะพิษ สิ่งเหล่านี้ท่านประธานอาจจะห่วงใยไปถึงเรื่องตัวเลขการส่งออก ถ้าเราไป เรื่องหนังสติก (Stick) มาก ๆ อย่างโน้น อย่างนี้ การส่งออกจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ กราบเรียนด้วยความเคารพเขานำเข้ามาไม่เสียภาษี ส่งออกหนังก็ไม่เสียภาษีแล้วเราได้อะไร ได้ตัวเลขปลอม ๆ อย่างนั้นหรือท่านประธาน แต่สิ่งที่เราได้รับอะไรครับท่านประธาน ที่ไหน ในโลกไม่มีอนุญาตให้ฟอกหนังเสรีเหมือนประเทศไทย ทุกวันนี้ประเทศจีนจะนำหนังไปฟอก ประเทศเขา เขาคิดภาษี ๒๕ เปอร์เซ็นต์จากราคาหนัง สมมุติหนังกิโลกรัมละ ๕๐ บาท เขาคิดไปเลยครับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๑๒.๕๐ บาท แต่ทีนี้ประเทศรอบ ๆ บ้านเราก็ขนเข้ามา เมืองไทยมาปั่นในประเทศเราแล้วก็ขนไปที่ไหนก็ขนไป ท่านประธานอาจจะกังวลในเรื่อง แรงงานจะตกงาน ขอกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านไปที่กิโลเมตร ๓๐ กิโลเมตร ๓๔ จังหวัดสมุทรปราการ ป้ายข้างถนนมีแต่ภาษาพม่า ไม่มีแรงงานไทยเลย แทบจะไม่มีครับ มีแต่แรงงานต่างด้าว ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะตกงาน ผมเป็น ส.ส. จากเขตอำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก บ้านที่หรูหราใหญ่โตที่สุดในเขตเลือกตั้งผมที่ใหญ่โต รโหฐานที่สุดเป็นของเจ้าของโรงงานกะทิโรงงานหนึ่งไปปลูกทิ้งไว้เล่น ๆ ก็เขาไม่รวย ได้อย่างไรท่านประธาน มะพร้าวลูกละ ๒๐ บาท พวกกดเหลือ ๒-๓ บาทเท่านั้น เขาไม่รวย ได้อย่างไร นี่คือความทุกข์ยากของพี่น้องเกษตรกร ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ ผมเห็นภาษีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไปเก็บกับชาวไร่ยาสูบบ้าง เก็บภาษีหลักหอยบ้าง ผมสลดหดหู่เกิดความเศร้าว่าทำไมเรื่องใหญ่โตไม่ไปเก็บเขาเข้าไป เป็นเงินไม่รู้กี่หมื่น ๆ ล้านบาท ไปเมินไม่รู้เรื่องกัน แต่เล็ก ๆ น้อยกับชาวบ้านขึ้นเอา ๆ จะไปหาภาษีโน่น ภาษีนี่ กราบเรียน ท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ผมกราบขอความกรุณาให้มีการสรุปเรื่องนี้ แต่อย่างไร ก็ตามกราบเรียนด้วยความเคารพผมนำเรื่องนี้เสนอต่อสภาตั้งแต่ผมเริ่มเข้ามาในสภาใหม่ ๆ มันผ่านมาหลายเดือน ผมก็ได้มีโอกาสไปอยู่ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ก็นำเรื่องนี้เข้าไปศึกษาแล้วก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหาและพัฒนาการปศุสัตว์ โดยมีท่านนริศ ขำนุรักษ์ เป็นประธาน เราเริ่มประชุมมา ๒ ครั้งแล้วที่จะแก้ไขปัญหานี้ ฉะนั้นจุดมุ่งหมายสูงสุดของผมไม่มีอะไรนอกจากที่จะเก็บภาษีแพง ๆ เข้ามาในประเทศ ให้เป็นรายได้ของประเทศนะครับ แล้วก็ให้รักษาสิ่งแวดล้อมและไม่จำเป็นที่จะต้องตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในสภานี้ ถือว่ามอบให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการต่อไป ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับท่านประธาน