ขจิตร เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ หนุนตั้งกระทรวงการข้าว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓

ขจิตร ชัยนิคม เสนอให้ตั้งกระทรวงการข้าวพร้อมปฏิรูปการผลิตข้าวแบบยั่งยืน โดยส่งเสริมการทำนาอย่างมีคุณภาพและแปลงพื้นที่ส่วนเกินเป็นป่าไม้ เพื่อเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตให้ชาวนาอย่างแท้จริง

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการเสนอญัตติของคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการจัดตั้งกระทรวงการข้าว ต้องขอชมเชย ท่านอุบลศักดิ์ กลับมารอบนี้ขยันมากแล้วก็ดูแลเกษตรกรเป็นเรื่องใหญ่ ๆ สำหรับ พี่น้องชาวไร่ชาวนาทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ชีวิตผมผ่านมา ๖๘ ปี คลุกคลีอยู่กับไร่นา มาตลอดตั้งแต่เกิดจนกระทั่งวันนี้ ในวันนี้ตอนเย็น ๆ วันศุกร์ พรุ่งนี้ผมก็จะไปเดินเลาะ ตามไร่นาผมแล้วก็ของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะว่าคณะกรรมาธิการสามัญได้พิจารณาเรื่องอื่น ๆ เรื่องร้องเรียนเรื่องอะไรเยอะแยะแล้ว แต่ถ้าจะให้ความสำคัญเรื่องนี้ต้องจัดตั้งเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้ผู้แทนราษฎรแล้วก็คนที่เชี่ยวชาญที่ไม่เป็นผู้แทนราษฎร เข้ามามีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ตามโครงสร้างที่เสนอมานี้ผมเห็นด้วย แต่ว่าผมขอเพิ่ม โครงสร้างนิดหน่อย มีกลุ่มที่จะทำเรื่องอำนวยการแล้วก็บริหาร และกลุ่มวิจัยนวัตกรรม กลุ่มที่ทำกิจกรรมการผลิต กลุ่มการตลาดและการค้า ท่านประธานครับ เพี่อรองรับ การอภิปรายของผมในเวลาต่อไปนี้ ผมอยากจะเสนอว่าให้เอากรมป่าไม้มาด้วย และกรมทรัพยากรน้ำมาด้วย โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ท่านประธานครับ ทำไมผมถึงต้องมีสิ่งเหล่านี้ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าสภาพชาวนาในภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของผมเวลานี้เขามีข้าวทำนา ๒๐ ไร่ ก็ทำได้จริง ๆ ข้าวเฉพาะที่ลุ่ม ที่ดอนเขาก็หว่าน ๆ ไป ภาษาบ้านผมว่าพอป่านนั้นล่ะ คือพอปานนั้น แปลว่าไม่ได้เอาใจใส่มาก ผมขอเสนอเวลาท่านตั้งกระทรวงการข้าวแล้วท่านต้องปฏิวัติ ได้ยินไหมปฏิวัติการทำนา ถ้าตั้งแล้วทำวิธีเดิม ๆ ผมไม่เห็นด้วย ถ้าจะเอานักวิชาการ อย่าเอานักวิชาการกลุ่มเดิมที่ทำเรื่องข้าว ที่บอกว่าอย่างไร ๆ ก็ผลิตข้าวได้ ไร่หนึ่งไม่ถึงตัน อย่าเอามา ให้เอานักวิชาการหรือผู้อาสาสมัครที่เขาทำอยู่เวลานี้ เขาบอกว่าเขาผลิตข้าวได้ ตั้งแต่ ๑ ไร่ ๑ ตันขึ้นไปถึง ๖ ตันมีเยอะในแผ่นนี้เขาทำได้ คนที่บอกว่าทำไม่ได้อย่ามาใกล้ กระทรวงการข้าว ผมเริ่มต้นจากการผลิต เราต้องไปส่งเสริมการผลิตของชาวนาเป็นการทำนา แบบประณีต การทำนาแบบแล้ว ๆ ต้องยกเลิก ใครมีที่ทำไร่ทำนา ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ให้ทำแค่ ๒ ไร่ นักวิชาการตามมหาวิทยาลัย ผมฝากไปเกือบทุกมหาวิทยาลัยแล้ว บอกไปทำวิจัยเรื่องอื่นก็ทำ แต่ช่วยทำวิจัยและทดลองให้ผลิตข้าว ๑ ไร่ ได้ ๖ ตันให้ผมหน่อย หรือไม่ ๑ ไร่ ๓ ตันขึ้นไป ทำให้หน่อย อย่างน้อย ๓ ตัน ชาวนาก็ทำนาแค่ ๒ ไร่ ๓ ตันก็เอาไว้บริโภคในครอบครัว อีก ๓ ตันอยากขายก็ขาย รายได้ของชาวนาต้องไม่มาจากการขายข้าวแล้วจะมาจากไหน ต่อไปนี้ฟังให้ดีนะครับ ชาวนาในประเทศนี้ฟังให้ดี โดยเฉพาะชาวนาในภาคอีสานฟังผมให้ดี แล้วจำผมไว้ด้วย ผมจะเป็นคนทำเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ชาวนาต่อไปนี้ต้องรวย รวย เพราะอะไร ผมทำไมเอากรมป่าไม้มา เพราะว่าชาวนาที่ทำ ๕ ไร่ ผมให้ทำไร่เดียว ทำให้ได้ ๒ ตัน ๓ ตัน ๔ ตัน ๕ ตัน ๖ ตัน ทำไป ใส่ปุ๋ยเข้าไปมีวิธีการมากมาย ผมบรรยายเรื่องนี้ได้ ๒ ชั่วโมงที่จะทำให้ได้ แต่ว่าวันนี้ไม่เอาครับพูดไว้แค่นี้ เสร็จแล้วหลังจากพื้นที่ที่ทำนามา ๑๐ ไร่ ๕ ไร่ แล้วไปทำ ๒ ไร่เท่านั้น เสร็จแล้วอีก ๘ ไร่ทำอะไร ๘ ไร่ทำป่าไม้ เพราะว่าไปเดิน ดูตามไร่นาในอดีตมีแต่ป่าไม้ทั้งนั้น เขาแผ้วถางมาบรรพบุรุษผม แต่วันนี้ไม่เป็นอะไรครับ ผมจะไปทำผืนนาที่เป็นที่ดอน ที่ไม่ได้ผลผลิตในการทำนา ในการปลูกข้าว ทำเป็นป่าไม้ ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าป่าไม้ถ้าส่งเสริมให้ปลูกไม่ใช่แบบกรมป่าไม้ไม่ดูแลมาก เอาให้จริงจังเลยครับ ๑ ไร่ ให้ปลูกพืชห่างกัน ๒ เมตร เสร็จแล้วจะได้ ๔๐๐ ต้นครับ เนื้ออ่อน เนื้อแข็งอะไรสลับกันไปเลยครับได้ ๔๐๐ ต้น แล้วผมทำอย่างไร ผมใส่ระบบน้ำลงไปด้วย น้ำบาดาลมีน้ำอยู่ใต้ดินทุกแห่งของภาคอีสาน เสร็จแล้วธนาคารน้ำใต้ดิน บนดินระดมลงไป แล้วสามารถที่จะเจาะบาดาล ลงทุนไม่ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ๑ ไร่ แล้ว ๑ ไร่ ลงทุนพันธุ์ต้นไม้ ๔๐๐ ต้น ๓๐ บาท ไม่เกิน ๑๒,๐๐๐ บาท ให้ไปกับชาวนา รัฐบาลไหนไม่ทำ รีบทำ ถ้าใครไม่ทำผมจะเสนอให้ทำ ๑ ไร่ ๔๐๐ ต้น ไม้ยืนต้น ไม้เนื้อแข็ง ไม้เบญจพรรณ ในระหว่าง ๑-๒๐ ปี ผมให้ตัดให้ได้ ๒๐๐ ต้นด้วย พอถึง ๒๐ ปี ผมขอให้เหลือต้นไม้ไว้ ๒๐๐ ต้น ๒๐๐ ต้น ต้นละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒ ล้านบาท ผมจะให้ ชาวนาที่ปลูกไม้ยืนต้นได้เงินตั้งแต่เดือนแรกที่ปลูกครับ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ๒๐ ปี ใช้ ๒๔๐,๐๐๐ บาท บวกอีก ๖๐,๐๐๐ บาท เป็น ๓๐๐,๐๐๐ บาทครับ ผลลัพธ์ ๒ ล้านบาท ๒ ล้านบาท ลบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท คือ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ๘๕๐,๐๐๐ บาท คืนให้ครอบครัวที่ปลูก อีก ๘๕๐,๐๐๐ บาท คืนให้ธนาคารหรือว่าเงินของรัฐบาลที่จะลงทุน ถ้าอย่างนี้ชาวนาจะได้ปุ๋ยจากใบไม้ไร่หนึ่งปีละ ๖ ตัน ถ้าเขาปลูก ๑๐ ไร่ ๖๐ ตัน ขนลงไป สิครับ ไปใส่ปุ๋ยในไร่นาของเขา และผลผลิตไร่ละ ๒-๖ ตัน จะไปไหนครับ มีวิธีการมากมาย ที่จะทำและชาวนาจะลืมตาอ้าปากได้ โครงการปลูกป่าไม้ในไร่นาไม่ใช่บอกว่าจะทำเอาที่ ที่ไหน ที่นานั่นละลดลงไปทำให้น้อย เสร็จแล้วเกษตรกรจะได้รวยภายใน ๒๐ ปี ถามว่า ๒๐ ปี ทำให้ครอบครัว ไม่ต้องทำให้รายบุคคลครับ ครอบครัวละโครงการ โครงการละ ๒ ไร่ ๓ ไร่ ๔ ไร่ ๕-๑๐ ไร่ และชาวนาที่ไหนจะจนครับ ถ้าขายไม้ต้นหนึ่ง ๒๐ ปี ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท มีบางคนปลูก ๘ ปี เขาไปถามซื้อ ๑๐,๐๐๐ บาทยังไม่ขายเลย นี่คือเรื่องจริง นี่คือเรื่องง่าย ที่ประเทศไทยไม่ทำ ผมจะรณรงค์ให้ทำเรื่องนี้เพื่อที่จะให้ชาวบ้านประชาชนจะได้รวย และไม่ต้องรวยจากการขายข้าว ตลาดข้าวไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร ปลูกข้าวเพื่อบริโภค ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ ตั้งแต่วันที่ผมเกิดจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังเป็นกระดูกสันหลัง ที่ไม่มีเนื้อ มีแต่คนที่จะไปแทะกินชาวนา ถ้าทำแบบผมกระทรวงการข้าวของท่านอุบลศักดิ์ เสนอ ผมเสนอกรมป่าไม้เข้าไปด้วย ป่าไม้จะได้มากขึ้น ๆ แล้วผลพลอยได้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องบอกหรอกว่าให้คนอีสานกลับบ้าน บอกว่าให้อยู่ที่อื่นอย่ากลับมาบ้านเขาก็จะกลับ เพราะว่าเขาไปเฝ้าที่ไร่ที่ปลูกป่าของเขา ในขณะเดียวกันก็ทำนามีข้าวบริโภค อยากขาย ก็ขายไปสิครับ แต่ว่าต้องปรับความคิดปฏิวัติชีวิตชาวนาให้ได้ ชาวนาก็จะมีสุขภาพอนามัยที่ดี เพราะเฝ้าอยู่กับป่าไม้ที่ไร่นาของตัวเอง และมีน้ำบาดาลเอาเครื่องสูบน้ำสูบจากบาดาลขึ้นมา รัฐบาลลงทุนให้ ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นหรอกครับ ทำแค่นี้ชาวนาก็ลืมตาอ้าปากแล้ว อย่ามา คิดระบบเก่าที่จะต้องมาทำอะไร แม้แต่ขายข้าวไปเจอเจ้าพ่อค้ายักษ์ ๕ บริษัทก็เจ๊งแล้ว รัฐบาลก็ถอยอ่อนปวกเปียกแล้วไม่รู้ไปถูกอะไรช่วยชาวนาไม่ได้ ยกเว้นการปฏิวัติการผลิต ให้ผลิตเฉพาะพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เสร็จแล้วก็ปลูกป่าสร้างชาติ วันนั้นประชาชน จะหลั่งไหลกลับไปที่นาตัวเอง วันนี้ผมไปเยี่ยมประชาชนผ่านป่าไม้ ผ่านอะไรที่รกร้างว่างเปล่า มีหญ้าเต็มไปหมด เขาได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าครับ เขาต้องทิ้งที่นาไปทำงานที่อื่นเพื่อที่จะมี ชีวิตรอดได้ แต่การปฏิวัติชาวนาคือสิ่งที่ผมพูด ลดไร่นาเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น อหังการ ให้สูงหน่อยคนที่จะวิจัยหรือช่วยชาวนา ๑ ไร่ต้องได้ ๑-๑๐ ตัน ๑ ไร่ ต้องได้ ๑ ตัน ๒ ตัน ๓-๖ ตัน ที่เหลือปลูกป่าโดยรัฐบาล ๒๐ ปีรัฐบาลก็จะรวย ชาวนาก็จะรวย ประเทศชาติจะสมบูรณ์ เสร็จแล้วก็จะได้ค่าคาร์บอนแก๊สอะไรจากนานาชาติด้วย อันนี้ยังไม่มีเวลาพูดถึงผลพลอยได้ ที่จะได้จากป่า จากปีแรกถ้ามีระบบน้ำชาวนาก็ออกไปอยู่ที่นาสามารถปลูกพืชอะไรก็ได้ ตั้งแต่ปีที่ ๔ ไปชาวนาสามารถตัดต้นไม้ไปเผาถ่านตามรูปแบบของกระทรวงพลังงาน เตาเผาถ่าน กระทรวงพลังงาน ๒๐๐ ลิตรใส่เข้าไป ครั้งหนึ่งได้ถ่านมาประมาณ ๑๘-๒๒ กิโลกรัม ๓๐ วัน เผาได้ ๑๐ ครั้ง และยังไม่รวมว่าจะต้องเอาผึ้งไปเลี้ยง ยังไม่รวมที่จะไปปล่อยเชื้อเห็ดลง ยังไม่รวมที่จะทำอะไรในป่านั้น นี่คือสิ่งที่จะพลิกฟื้นชีวิตของชาวนาให้เลิกเป็นกระดูกสันหลัง ที่ผอม ๆ สักที นี่คือสิ่งที่ผมเสนอ ก็ขอฝากกรรมาธิการไปดูแลแล้วผมจะเสนอความเห็น ต่อกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ไม่เห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ขอบคุณมากครับ