วีระกร คำประกอบ หารือการตั้งกระทรวงการข้าวเพื่อบูรณาการการผลิตและการตลาดข้าวอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอให้จัดโซนนิ่งการเพาะปลูกและปรับปรุงระบบชลประทานตามลักษณะพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาการผลิตที่ไร้การวางแผนและสอดคล้องกับความต้องการตลาด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึงในเรื่องของการที่จะขอตั้งกระทรวงการข้าวโดยที่ยื่นเข้ามาเป็นญัตตินี้ ด้วยความเห็น ของคนที่เป็นลูกหลานชาวไร่ชาวนาก็คงจะต้องเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เพราะเหตุว่า ในปัจจุบันนี้การทำนาหรือปลูกข้าวทั้งประเทศไทยนี่เราจะเห็นได้ว่าต่างคนก็ต่างทำนะครับ ความเป็นระบบมันไม่มีหลาย ๆ อย่าง ซึ่งจริง ๆ แล้วข้าวสมควรที่จะต้องดูเป็นเรื่องที่ ๑ เนื่องจากว่าในพื้นที่ทั่วประเทศการเกษตรที่เรามีประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่ เราเป็นพื้นที่นา ถึง ๗๐ ล้านไร่ กล่าวคืองบประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ที่เราทำการเกษตรกันทั่วทั้งประเทศ แต่ว่าการทำนาของเราต่างคนก็เหมือนต่างทำ ต่างกรมก็คิดกันไปทำกันไป โดยที่ไม่มีอะไร ที่จะมาเป็นการบูรณาการร่วมกันเลยนะครับ ในส่วนของต้นน้ำก็มีกรมการข้าว ในส่วนของ กลางน้ำก็มีกรมชลประทาน ในส่วนของปลายน้ำก็จะเป็นเรื่องของกรมการค้าต่างประเทศ แล้วก็กรมการค้าภายใน ซึ่งเหมือนกับว่าต่างคนต่างทำ ถ้ามีกระทรวงการข้าวขึ้นมาผมเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะเป็นการบูรณาการร่วมกันทุกอย่างจะเป็นระบบขึ้น ท่านประธานครับ ในประเทศอิสราเอลการจะเพาะปลูกอะไรขึ้นมารัฐบาลต้องวางแผนล่วงหน้าโดยการเริ่มจาก การตลาดก่อน ประเทศอิสราเอลเขาจะต้องรู้ว่าในแต่ละปีจะปลูกอะไรเป็นจำนวนเท่าไร จะปลูกข้าวหรือจะปลูกผลไม้ จะปลูกดอกไม้ที่จะส่งไปประเทศต่าง ๆ เขาต้องมีคอนแทรกต์ (Contract) ล่วงหน้าก่อนครับ เขาถึงจะทำการเพาะปลูกและกำหนดกฎเกณฑ์ในการเพาะปลูก จัดโซนนิง (Zoning) เพื่อการเพาะปลูกให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นการเพาะปลูกก็สะเปะสะปะกันไป ต่างคนนึกจะปลูกอะไรก็ปลูก เช่น ปีนี้ราคาข้าวโพดดีก็แห่กันไปปลูกข้าวโพด ปีนี้ราคาอ้อยดี ก็แห่กันไปปลูกอ้อย ปลูกจนกระทั่งจากอ้อย ๗๐ ล้านตันต่อปี ปัจจุบันไปจนถึง ๑๓๐ ล้านตัน ระยะเวลา ๓-๔ ปี พออ้อยราคาดีก็แห่ปลูกอ้อย จนกระทั่งวันนี้ก็ต้องมาแก้ไขปัญหาอ้อย ข้าวโพดดีก็แห่ปลูกข้าวโพดกันไป เดี๋ยวปีหน้าละครับจะมีปัญหาเพราะปีนี้ราคาข้าวโพดดี ปีหน้าก็จะแห่ปลูกข้าวโพดกันไป ราคามันสำปะหลังปีที่แล้วดี ปีนี้ก็ปลูกกันเยอะ และปีหน้า จะหนักขึ้นไปอีกเพราะราคามันสำปะหลังขณะนี้ ๒.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม มันสูงก็จะแห่ปลูกกัน ตามแฟชั่นนั่นละครับ มันไม่มีอะไรที่จะมาควบคุมดูแลหรือกำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องการจัด โซนนิง (Zoning) การเพาะปลูกของประเทศไทย ถ้าเรามีกรมการข้าวอย่างน้อยเราจะได้จัดการ ๗๐ ล้านไร่ จาก ๑๕๐ ล้านไร่ ให้เป็นระบบว่า ๗๐ ล้านไร่ พื้นที่ทำนามันมีความเหมาะสม ประการใด เรามีตลาดที่จะส่งออกข้าวแต่ละชนิดเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะแยกเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว หรือข้าวเหนียวว่ากันไปเลยว่าประเทศนั้นเรามีคอนแทรกต์ (Contract) ล่วงหน้า ในการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิเท่าไร ก็ทำการเพาะปลูกให้มันได้ผลครับ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้าว ตายเหมือนทุกวันนี้ แล้งตายบ้าง น้ำท่วมตายบ้าง จังหวัดอุบลราชธานีปีนี้ผลผลิตข้าวหอมมะลิ ไม่ออกเลย จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ เพราะน้ำท่วม เสร็จแล้วมาเจอภัยแล้ง พอปลูกรุ่นหลังน้ำท่วม ภัยแล้งขึ้นมาอีกครับ แทบจะไม่มีผลผลิตข้าวหอมมะลิออกสู่ตลาดเลยนะครับจากทุ่งกุลาร้องไห้ ก็อยากจะเรียน ท่านว่าถ้าเรามีระบบที่ชัดเจน เรารู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เรามีความจำเป็นต้องปลูกข้าวหอมมะลิ เช่น ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้เราจะต้องเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ เราก็ต้องจัดระบบชลประทาน ให้ชัดเจน ระบบชลประทานในภาคอีสานก็จะต้องต่างจากระบบชลประทานในภาคกลาง ซึ่งมีความชุ่มชื้นกว่า ดินเป็นดินเหนียว แต่ในเขตภาคอีสานดินเป็นดินทราย ท่านจะไปทำ คลองส่งน้ำเป็นดินไม่ได้ ปัจจุบันนี้น้ำที่ลงไปในคลองส่งน้ำในเขตชลประทานภาคอีสาน ผมว่าไม่ใช่ครึ่งหนึ่ง ผมว่าประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ซึมหายไปใต้ดินหมด น้ำไม่ถึงนาข้าว หรอกครับ ต้องมีวิธีการที่กรมชลประทานจะต้องดูว่าพื้นที่ตรงนี้เมื่อเราจำกัดว่าเราจะ เป็นพื้นที่ในการปลูกข้าวหอมมะลิ เราก็จะต้องดาดคอนกรีตให้เขาในเขตพื้นที่ภาคอีสาน เป็นคลองดาดคอนกรีตทั้งหมดหรือจะใช้ระบบท่อส่งก็สุดแท้แต่ เพราะน้ำในเขตภาคอีสาน เป็นของหายากแล้วก็ซึมลงดินมากมายเหลือเกินนะครับ เพราะลักษณะดินของภาคอีสาน เป็นดินทราย ในส่วนของคลองส่งน้ำภาคกลางเป็นดินเหนียวก็ไม่เป็นไร ยังคงความเป็น คลองส่งน้ำดินเหนียวต่อไปก็ยังพอได้ แล้วก็ตรงไหนเป็นดาดคอนกรีตอยู่แล้ว อย่างเช่น คลองขนาดใหญ่ที่จะต้องมีปริมาณน้ำผ่านเยอะ ๆ ก็เป็นดินเหนียวจะเป็นดาดคอนกรีต ก็ทำดาดคอนกรีตไปเฉพาะคลองส่งน้ำที่ใหญ่ ๆ ท่านประธานครับ นั่นก็คืออยากจะเรียน ให้ท่านทราบว่าถ้าเรามีกระทรวงการข้าวทุกอย่างจะคิดเป็นระบบไปจนถึงระบบการตลาด เมื่อเราตั้งอยู่ที่การตลาดเป็นตัวนำว่ารัฐบาลไปหาตลาดข้าวขาวปีนี้ สมมุติข้าวขาวมีอยู่ ๕-๖ ล้านตัน ๖ ล้านตันเราก็ต้องผลิตข้าวขาว ๖ ล้านตัน เรามีข้าวหอมมะลิ ๔ ล้านตัน ก็ผลิตข้าวหอมมะลิ ๔ ล้านตัน บริโภคในประเทศเป็นข้าวประเภทไหนบ้างรัฐบาลต้องกำหนด โซนนิง (Zoning) การปลูกขึ้นมาว่าตรงไหนจะปลูกข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอม มะลิปทุม หรือข้าวหอมมะลิจังหวัดต่าง ๆ จะปลูก คนไทยกินหรือไม่ หรือคนไทยต้องกิน ข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้เหมือนที่เราส่งออกไปประเทศจีนอะไรอย่างนี้นะครับ ต้องกำหนดหมด เมื่อตลาดเป็นผู้กำหนดแน่นอนเมื่อมาอยู่ต้นน้ำก็คือเรื่องของพันธุ์ข้าว รัฐบาลจะต้องจัดพันธุ์ข้าวให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าวันนี้จังหวัดนครสวรรค์แห่ปลูกข้าว โน่นครับ ไปเอาพันธุ์มาจากประเทศเวียดนาม ข้าวเวียดนามท่านประธานรู้ไหมครับ ๑ ไร่มันให้ตั้ง ๑,๓๐๐ กิโลกรัม หรือประมาณ ๑.๓ เกวียนด้วยกัน กว่า ๑ เกวียนได้ประมาณ ๑,๓๐๐ กิโลกรัม ในขณะที่ข้าวขาวทั่วไปถ้าในพื้นที่ชลประทานก็จะได้ประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ถ้า เป็นข้าวหอมมะลิในเขตภาคอีสานก็จะได้ ๓ ไร่เกวียน หรืออย่างมากที่สุดก็สัก ๔๐ ถัง หรือ ๔๐๐ กิโลกรัมอะไรอย่างนี้ มันจะน้อยกว่ากันเยอะ เพราะฉะนั้นลักษณะที่เราจะต้องวางแผน การตลาด วางแผนการปลูก วางแผนการจัดหาพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร พันธุ์ข้าวก็จะต้อง ดูว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม กรมการข้าวในปัจจุบันดังที่เพื่อนสมาชิกก็ได้ชี้แจงไปแล้วครับ งบประมาณก็น้อย ๓,๐๐๐ ล้านบาทเอง ข้าราชการก็น้อยในการทำวิจัย ในการทำเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกให้กับชาวนาก็ดูแล้วทำอย่างอเนจอนาถเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ กรมการข้าวก็น่าที่จะเป็นกรมนำร่องที่จะไปเป็นกระทรวงข้าวต่อไป แต่งบประมาณได้แค่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยรับงบประมาณที่ค่อนข้างเล็ก เจ้าหน้าที่ที่ดูแลไม่สมกับ เป็นกรมที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ คนกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศเกี่ยวข้องกับ การทำนาทั้งนั้น ลูกหลานไม่ทำก็พ่อแม่ทำ อย่างไรก็ตามพันธุ์ข้าวจะให้ดีจะต้องมีหน่วยงานที่ รับผิดชอบ กรมการข้าวที่ทำอยู่ในปัจจุบันถามว่าทำได้ดีไหม เมื่อมีโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เรามีศูนย์วิจัยข้าวถึง ๒๘ แห่ง แต่ ๒๘ แห่ง ซึ่งก็แบ่งไป เช่น เป็นภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือ ตอนล่าง อีสานบน อีสานล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ทั้งหมด ๗ ศูนย์ใหญ่ ๆ ด้วยกันนะครับ ๗ พื้นที่นี้ก็มีศูนย์รวมกันทั้งหมด ๒๘ แห่ง แล้วก็มีศูนย์เมล็ดพันธุ์อีก ๒๙ แห่ง ทั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์และศูนย์วิจัยข้าวสมควรที่จะเป็นจุด ที่จะกระจายพันธุ์ข้าวที่ดีให้กับเกษตรกรชาวนา ชาวไร่ แต่ถามว่าวันนี้ มีชาวนาสักกี่คน ที่ไปเอาเมล็ดพันธุ์จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ของราชการ แทบจะไม่มีครับท่านประธาน ก็หาซื้อกัน แล้วก็ไปหากันว่าข้าวพันธุ์ไหนที่ปลูกและได้ยิลด์ (yield) หรือได้ผลผลิตที่สูงก็ไปเอากันมา วันนี้ไปเอาพันธุ์ข้าวของประเทศเวียดนามเขามาครับ ในหลาย ๆ พื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชลประทานทำได้ถึง ๑,๓๐๐ กิโลกรัม อันนี้เป็นค่าเฉลี่ยบางแห่งได้ถึงตันครึ่ง ซึ่งถือได้ว่ากรมการข้าวยังไม่ทันจะไปคิดเลย ชาวนาคิดล่วงหน้าไปเอาพันธุ์มาเรียบร้อยแล้ว สมควรไหมที่กรมการข้าวจะต้องไปเอาพันธุ์ของเขามาต่อยอดทำอย่างไรเอาพันธุ์ของเขามา ซึ่งมีปริมาณที่สูง ต่อไปก็อยากจะเรียนถึงระบบชลประทานสักนิดท่านประธาน พอมีเวลาให้ ผมอีกสัก ๑ นาทีไหมครับท่านประธาน