นิกร จำนง หารือปัญหาการจัดตั้งกระทรวงการข้าว โดยเสนอให้ยกระดับกรมการข้าวเพื่อฟื้นฟูศักยภาพการผลิตและสนับสนุนชาวนาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเร่งปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มงบประมาณ และจัดตั้งสำนักงานข้าวจังหวัดในพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขช่องว่างการดำเนินงานและลดความเหลื่อมล้ำในการสนับสนุนเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขอให้ความเห็นต่อญัตติการขอให้พิจารณาศึกษาโครงการจัดตั้งกระทรวงการข้าว แบบตรงไปตรงมาแล้วก็แบบประสงค์ต่อผล ในฐานะที่ได้เคยเข้าไปช่วยงานที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์อยู่หลายปีได้มีโอกาสพบปะกับท่านประธาน ก็เคยรับทราบกันอยู่นะครับ คือผมเห็นด้วยมากเป้าหมายในการปรับปรุงสมรรถนะ อัปเกรด (Upgrade) กรมการข้าว ที่มีสมรรถนะให้มีสมรรถนะในการตอบสนองต่อความจำเป็นอย่างยิ่งยวดของประเทศไทย และชาวนาไทยให้ดีขึ้น เห็นว่าในการจัดตั้งเป็นกระทรวงนั้นผมไม่แน่ใจว่าสามารถกระทำได้ หรือเปล่า เพราะก็ทราบอยู่ว่าด้วยข้อจำกัดของระบบราชการไทยขณะนี้การตั้งกระทรวงใหม่ แม้แต่ขยายหน่วยงานในกระทรวงเดิมก็ยังทำไม่ได้ แล้วก็มีข้อจำกัดมากมาย มีระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี มีระเบียบของ ก.พ.ร. มีอะไรต่อมิอะไร ตรงนี้เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน มันเป็นประเด็นรองลงมาจากที่เราจะทำอะไร ดังนั้นผมจึงเห็นว่าสมควรที่จะสนับสนุนส่งเสริม กรมการข้าวให้มีความสามารถในการทำหน้าที่ดูแลข้าวและชาวนาไทย ข้าวและชาวนาไทย ผมย้ำตรงนี้ ได้ตามที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยซึ่งอดีตเราเคยเป็นประเทศ มหาอำนาจทางด้านข้าวของโลก และเราสูญเสียสถานะนี้ไปอย่างน่าเสียดายตลอดระยะหลัง พันธุ์ข้าวที่เป็นอันดับ ๑ ของโลกก็เสียไปแล้ว การส่งออกเป็นอันดับ ๑ ของโลกก็เสียไปแล้ว เราสมควรมาทบทวน ท่านประธานครับ ผมจะชวนท่านประธานและสมาชิกมาเหลียวหลังไปดู เพื่อที่จะได้แลหน้าว่าเราจะทำอย่างไรกันดีความเป็นมาของกรมการข้าว เรื่องข้าวนี่นะครับ อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วสภาวะหรือว่าความเป็นมาเดิมที่ท่านได้กล่าวแล้วว่าเราเป็น ๑ ใน ๔ ของจตุสดมภ์ในอดีตมา สมัยพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือพระเจ้าอู่ทองในอดีต เรามีเวียง วัง คลัง นา กรมนาดูแลเกี่ยวกับการทำมาหากินประกอบอาชีพของราษฎรและเก็บรักษา เสบียงอาหารเพื่อใช้ในยามสงคราม ต่อมาสมัยพระบรมไตรโลกนาถ กรมนาเปลี่ยนชื่อ เริ่มมาแล้วกระทรวงเกษตรนี่จริง ๆ แล้วมาจากกรมนาเสียด้วยซ้ำ กรมนาเปลี่ยนชื่อเป็น กรมเกษตราธิการทำหน้าที่ตรวจตราและส่งเสริมการทำนาเก็บข้าวไว้เป็นเสบียงยามสงคราม ตัดสินคดีความเกี่ยวกับข้าว ออกกรรมสิทธิ์ที่นาให้แก่ราษฎร ตรงนี้เป็นชื่อว่ากรมเกษตราธิการ ต่อมามีการสถาปนากรมการข้าวขึ้นมาเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๔๙๖ ก่อนผมเกิด ๒ ปีนะครับ ซึ่งต่อมาในปี ๒๕๑๕ ได้มีการยุบ มีกรมนาในอดีต ๑ ใน ๔ แล้วก็มีกรมเกษตราธิการ แล้วต่อมาเป็นกรมการข้าวแล้วถูกยุบ นี่ครั้งแรกนะครับ ไปรวมกับกรมการข้าวแล้วเข้าเป็น กรมกสิกรอีกครั้ง แล้วกรมการข้าวก็มีฐานะเป็นกองการข้าวสังกัดไม่ได้สังกัดกระทรวง สังกัด กรมวิชาการเกษตร แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันวิจัยข้าว อันนี้เป็นการเดินผิดทางครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๒๕ ต่อมาเราได้มีการทบทวนดูว่ากรมนี้จำเป็นจะต้องกลับมาใหม่ เราก็เลยตั้งขึ้นมา เมื่อปี ๒๕๔๗ นี้เองท่านประธาน มีการจัดตั้งหน่วยงานที่จะทำหน้าที่กำกับดูแลข้าวไทยขึ้น มีชื่อว่าสำนักงานข้าวแห่งชาติ มีฐานะเทียบเท่ากรม แล้วจนกระทั่งวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๔๙ ก็มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ตั้งกรมการข้าว มีพระราชกิจจานุเบกษา ทำให้เกิดกรมการข้าวขึ้น ท่านประธานครับ ผมอยากให้ดูตรงนี้ดูตรงที่เราตั้งกรมการข้าวครั้งนี้ ขึ้นมาว่าเรามีหลักการ หมายถึงว่าเราเคยมี เราเลิกไป เรากลับมาใหม่ดูสิว่าเรามีหลักการ อย่างไร มีหลักการและเหตุผลในการแนบท้ายพระราชบัญญัติความว่าอย่างนี้ครับ เนื่องจาก ข้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ เรื่องข้าวมีอยู่หลายหน่วยงานและกระจัดกระจายอยู่ในส่วนราชการต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ย้ำตรงนี้นะครับ จึงสมควรให้มีการตั้งกรมการข้าวขึ้น มีฐานะเป็นส่วนราชการระดับกรมเพื่อทำหน้าที่ เรามาดูหน้าที่ที่มีการกำหนดในกฎหมายนะครับ ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลเรื่องข้าวโดยเฉพาะ ให้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงพัฒนาการปลูกข้าวให้มีผลผลิตต่อพื้นที่และคุณภาพสูงขึ้น นี่เราทำอยู่ครับพัฒนาพันธุ์ การอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์และผลิตเม็ดพันธุ์ตอนนี้เราก็ทำอยู่ ตามสมควร ตรวจสอบรับรองมาตรฐานตรงนี้ไม่ชัดนะครับ ส่งเสริมและเผยแพร่เพื่อพัฒนา ชาวนาตรงนี้ไม่ได้ทำเลย กรมการข้าวที่ตั้งขึ้นมาตรงนี้ก็ไม่ได้ทำเลยนะครับ แปรรูปและ การจัดการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าของข้าวรวมทั้งการตลาดตรงนี้ไม่ได้ทำ ส่งเสริมวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับข้าว จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้นี่คือเราออกกฎหมายใหม่ หลังจากเราผ่านกระบวนการมาตั้งแต่เรามีแล้วไม่มี แล้วกลับมามีใหม่ เรามีโจทย์ไว้ตรงนี้ แต่ว่าเราไม่ได้ทำ นี่คือการที่เราเหลียวหน้า
ทีนี้เรามาดูปัญหาของกรมการข้าวปัจจุบันนี้นะครับ ปัญหาสภาพปัจจุบัน ของกรมการข้าวนี่นะครับ ผมเรียนว่าพอเราตั้งกรมการข้าวแล้วเรามีบัญญัติเรื่องหน้าที่ อะไรต่าง ๆ ไว้ กรมการข้าวเองถูกลอยแพเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะว่ากรมอื่น ๆ ที่อยู่ มันเหมือนกับว่าเราออกเรือนไปแล้ว กรมการข้าวออกไปเป็นกรมแล้ว เดิมเรามีเชื่อมโยงกับ กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ กรมส่งเสริมใช้เกษตรจังหวัด ทางนี้ไปดำเนินการเป็นคนดูแล แล้วก็กรมวิชาการเกษตรก็เชื่อมโยงกันอยู่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ที่มีการพูดถึงเมื่อสักครู่ก็เชื่อม คือดึงเอาชาวนาเข้ามาร่วมพอเป็นกรมการข้าวที่มีเป้าหมาย มีเป้าประสงค์แล้วก็มีหลักการ มีภารกิจตามกฎหมายแล้วก็ถูกทิ้ง กรมต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไปทำภารกิจของตัวเองตามที่เหลืออยู่ ปรากฏว่าปัญหาที่ใหญ่มากของกรมการข้าวที่ตั้งขึ้นมาครั้งหลังก็คือไม่ได้รับความสำคัญ ต่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่มีการกำหนดไว้ในกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับข้าวและชาวนาของกรม ท่านประธานครับ กรมการข้าวเองได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับภารกิจ ที่ว่ามันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับเรื่องการเกษตรของประเทศทั้งหมดเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ของประเทศโดยรวม เพราะว่าชาวนาคือผู้บริโภคเป็นคนซื้อ เป็นผู้บริโภคซึ่งทำให้เศรษฐกิจ ด้านอื่นขยายตัวตอนนี้เรามีปัญหามาก กรมการข้าวในปี ๒๕๖๓ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อใช้จ่ายเพียงแค่ ๓,๐๒๔ ล้านบาทเท่านั้นเอง ผมเทียบให้ดูกับภารกิจที่มีการกำหนดไว้ ในกฎหมายแล้วคนอื่นไม่มาช่วยแล้ว เพราะคุณโตแล้วเป็นกรมแล้ว ออกเรือนไปแล้ว บุคลากรล่ะครับท่านประธาน บุคลากรของกรมการข้าวไม่เพียงพอต่อภารกิจเลย ขณะนี้ บุคลากรของกรมการข้าวที่มีนะครับ มีอยู่ไม่มากนักนะครับ มี ๙๐๐ กว่าเป็นข้าราชการ แล้วก็มีพนักงานราชการประมาณ ๕๐๐ กว่าคน คือไม่เพียงพอ งบประมาณก็ไม่พอ บุคลากร ก็ไม่พอ กรณีปัญหาก็เลยเกิดขึ้นมากในปัจจุบัน ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำตอนนี้นะครับ เราจะต้องมีการเข้าไปดูแลตรงนี้ ผมไม่ทราบว่าเราจะตั้งกระทรวงได้ไหม แต่เมื่อสักครู่นี้ เราเหลียวหลังไปดูแล้วความเป็นมาแต่เดิม แล้วก็การจัดการขึ้นมา แล้วเราจะไปดูข้างหน้าว่า เราจะทำการอย่างไร อันที่ ๑ เราต้องให้ความสำคัญกับกรมการข้าวต่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ที่เกี่ยวกับตรงนี้ อันต่อมาคือเพิ่มงบประมาณและกำลังคนให้เหมาะสมกับภารกิจนี้ เพราะว่า ภารกิจมีความสำคัญมาก เสนอให้ปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับความจำเป็น คือการเพิ่มครับ โครงสร้างขณะนี้กรมการข้าวพยายามเสนอตลอดมา แล้วก็เป็นกองงาน กองงานสำคัญ ที่เสนอขึ้นมาตอนนี้ก็คือเป็นเกี่ยวกับเรื่องการวิจัย เป็นการวิจัยซึ่งอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนนี้ลงทุนไปประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาทแล้วก็ไม่ได้เดินไปไหน แล้วก็มีหน่วยงาน ที่เสนอขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ งานตรงนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบ จาก ก.พ.ร. กลายเป็นกองเถื่อนอยู่ขณะนี้นะครับ ดังนั้นตรงนี้จะต้องเพิ่มเพราะไม่อย่างนั้น นักวิชาการเราจะไม่มีมาก็เลยเสนออย่างนี้ครับ ขอให้จัดตั้งสำนักงานข้าวจังหวัดขึ้นมา เพื่อจะดูแล จังหวัดไหนบ้างครับท่านประธาน จังหวัดภูเก็ตไม่ต้องไปตั้งเพราะว่าไม่มีข้าว จังหวัดที่มีจำนวนการปลูกข้าวเพียงพอมีอยู่ ๖๐ จังหวัด อยากเสนอให้มีสำนักงานข้าวจังหวัด ขึ้นมาคอยดูแลข้าวและชาวนา รวมทั้งการตลาดด้วยนะครับ ในจังหวัดที่มีการปลูกข้าวมาก พอสมควร จำนวนประมาณ ๖๐ จังหวัด สถานที่สำนักงานอยู่ที่ไหน ขณะนี้เรามีศูนย์วิจัยข้าวอะไรอยู่แล้วประมาณ ๓๐ แห่ง เราก็เพิ่มอีกประมาณ ๓๐ แห่งเท่านั้นเองไม่มาก เพิ่มที่ยังไม่มีศูนย์ ที่ศูนย์ก็ไปใช้ตรงนั้นเลย บุคลากรอัตรากำลังคนก็เพิ่มเข้าไปเชื่อว่าจะใช้จังหวัดละประมาณ ๑๕ คนเท่านั้น เท่ากับว่า เพิ่มอีกสัก ๙๐๐ คน ดังนั้นผมขอเสนอว่าอยากจะให้มีการศึกษาจะโดยรูปแบบใดก็ได้ ให้มีการอัปเกรด (Upgrade) กรมการข้าวขึ้นมาโดยย้ำอีกครั้งว่า ๑. ก็คือเพิ่มงบประมาณ ให้สมกับภารกิจที่ยังไม่ได้ทำและมีความจำเป็นและถูกทิ้งให้ทำอยู่ตามลำพังครับ และ ๒. เพิ่มสำนักงานข้าวจังหวัดคือเพิ่มบุคลากรเข้าไป ในส่วนนี้เองผมไม่ทราบว่าเราจะเห็นด้วย ให้ตั้งเป็นกระทรวงหรือไม่ แต่ผมเสนอว่าเวลาเร่งด่วนขณะนี้ต้องมีการอัปเกรด (Upgrade) มีการพัฒนากรมการข้าวเพราะเรากำลังแย่แล้วเรื่องข้าว ก็ขอนำเรียนที่ประชุมนี้และเรียน ท่านประธานเพื่อจะได้พิจารณาด้วยความเคารพท่านประธาน ขอบพระคุณครับ