จาตุรงค์ เสนอตั้งกระทรวงการข้าว เร่งช่วยเหลือชาวนาอย่างเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดตั้งกระทรวงการข้าว เพื่อแก้ปัญหาชาวนาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเน้นการยกระดับอาชีพเกษตรกร แก้ปัญหาหนี้สิน และเพิ่มอำนาจในการกำหนดราคาข้าว รวมถึงการรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงสร้างเดียวเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยจำนวนมากกว่า ๒๐ ท่าน หรือว่าทั้งพรรค โดยเฉพาะพี่น้องที่มาจากชาวไร่ชาวนา แล้วก็ที่ดูแลได้ร่วมกันเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการจัดตั้งกระทรวง การข้าว ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่ของประเทศประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด ๓๒๑ ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ๑๕๐ ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ๖๙.๒๕ ล้านไร่ นาปี ๖๐.๗๙ ล้านไร่ นาปรัง ๘.๔๖ ล้านไร่ ชาวนา ๔.๑๖ ล้านครัวเรือน สามารถผลิตข้าวเปลือกได้ ๓๑-๓๒ ล้านตันต่อปี ส่งออกข้าวสารทำรายได้เข้าประเทศปีละ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากสถิติการทำนามีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ชาวนาไม่สามารถขาย ข้าวได้ราคาดี ไม่สามารถกำหนดราคาได้เอง จนกลายเป็นหนี้ครัวเรือนสะสม ข้าวเป็นพืช เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศไทย และเป็นอาชีพหลักของคนส่วนใหญ่ แต่สภาพชาวนาไทยนั้น กลับมีฐานะยากจนและเป็นอาชีพที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอด รัฐบาลต้องเข้ามา ช่วยเหลือชาวนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อีกทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและสนับสนุน ชาวนาไม่ได้อยู่ในกระทรวงเดียวกัน อาจมีหน้าที่ซ้ำซ้อนกันเป็นปัญหาอุปสรรคในการแก้ไข ปัญหาของชาวนาซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งและจำเป็นที่รัฐบาลต้องช่วยเหลืออย่างจริงจัง จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการจัดตั้งกระทรวงการข้าวขึ้นมาดูแล การจัดตั้งกระทรวงการข้าว ควรจะแบ่งเป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มภารกิจยุทธศาสตร์และอำนวยการ ๒. กลุ่มภารกิจวิจัย และนวัตกรรมข้าว ๓. กลุ่มภารกิจการผลิตและแปรรูป ๔. กลุ่มภารกิจการตลาดและการค้า โดยจะมีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาในแต่ละกลุ่มภารกิจ จะมีรัฐวิสาหกิจ ๓ หน่วยงาน ในสังกัดประกอบด้วยองค์การข้าว องค์การคลังสินค้า และองค์การสินค้าเมล็ดพันธุ์ข้าว ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา โครงการจัดตั้งกระทรวงการข้าวตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะขอชี้แจงในที่ประชุมทราบต่อไป ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าวันนี้ประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ จะต้องได้ จารึกว่าวันนี้ผู้แทนทั้ง ๕๐๐ ท่านมีความตระหนักและรับทราบปัญหาของเกษตรกรที่เป็น ชาวไร่ชาวนาเป็นอย่างดี วันนี้ผมเรียนว่าสมาชิกทุกคนเหมือนกับที่ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ได้เสนอ สาเหตุจริง ๆ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนปลูกข้าวตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย จนถึง รุ่นลูกหลาน แต่ปรากฏว่าขายข้าวไม่ได้ราคา หนี้สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาตรงนี้เป็นปัญหาที่รัฐบาลหรือพวกเราจะต้องเร่งแก้ปัญหาแบบครบวงจร ปัญหาที่สำคัญ เมื่อก่อนพ่อแม่พี่น้องทำไร่ทำนาปลูกข้าวไม่สามารถขายข้าวได้ราคาก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทำอาชีพต่าง ๆ ปรากฏว่าทำให้ครอบครัวแตกแยก ครอบครัวคนแก่มีลูกชาวไร่ชาวนาคนหนุ่ม ต้องไปทำงานอบอุ่นก็ไม่อบอุ่น ดังนั้นปัญหาต่าง ๆ นั้นมารุมเร้าของเกษตรกรทั้งหมด ดังที่เราทราบนะครับว่าเกษตรกร ๔.๒ ล้านครัวเรือนที่เป็นชาวนา ถ้าเราคูณจำนวนคนเข้าไป อย่างน้อย ๓-๕ คน ปรากฏว่าเป็นเกษตรกรที่ทำงานจริง ๆ ส่วนใหญ่อาชีพต่าง ๆ ผมว่า ครึ่งค่อนประเทศ ดังนั้นไฉนเราจึงไม่ดูแล เราจึงไม่จัดการให้ครบวงจร ผมอยากเห็น ๑. ให้มี การยกระดับอาชีพชาวนาเหมือนต่างประเทศที่มีรายได้ มีเงินเหลือ มีเงินออมและภาคภูมิใจ ว่าเขาทำนาแล้วเลี้ยงคนทั้งประเทศ ทั้งโลก ผมอยากให้รัฐบาลเอาใจใส่ทั้งหมด ที่ผ่านมานั้น มีพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ แค่ฉบับเดียวมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ดูแลกำกับ แล้วหลังจากนั้นก็มีการออกกฎกระทรวง ออกระเบียบ โดยอาศัย พ.ร.บ. ๒๔๘๙ เท่านั้นเอง ถ้าเปรียบเทียบแล้วตอนนี้อายุพวกเรา ยังไม่ได้เกิดเลย ดังนั้นค่อนข้างที่จะล้าสมัย นี่คือตัวอย่างหนึ่ง สหกรณ์ ผมต้องเรียนว่า สหกรณ์ก็เหมือนกัน เมื่อก่อนสหกรณ์ที่ดูแลเรื่องข้าว เรามีนโยบายหลักจริง ๆ ของสหกรณ์ก็คือ ปรัชญาจริง ๆ ก็คือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เขาประกอบธุรกิจครบวงจรได้เมื่อปี ๒๕๔๒ แต่ว่า พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ เปลี่ยนครับ เป็นมุ่งเน้นในการควบคุมและกำกับดูแล ทำให้ปัญหาในการที่สหกรณ์จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวนั้นไม่ได้ ต้องได้รับการอนุญาต จากนายทะเบียน ก็คือท่านอธิบดีสหกรณ์เท่านั้นเอง นี่คือปัญหาเล็ก ๆ เองที่เราเห็น แต่ปัญหาทั้งหมดนั้นมีอยู่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ดังนั้นผมจึงเรียนว่าทำอย่างไร เพราะว่าพอเราไม่มีและเราก็มีระเบียบแล้วก็มีมติบริหาร ของรัฐบาลคือ กนข. ก็แก้ปัญหาเฉพาะ ไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจนเป็น พ.ร.บ. ที่ดูแลครบวงจร เมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐบาลหรือว่าใครเป็นเจ้ากระทรวงก็จะดูแต่ของตัวเอง ไม่ได้ดูทั้งระบบ เมื่อรัฐบาลมุ่งเน้นจะเน้นเรื่องขายก็ไปเน้นเรื่องขาย เรื่องผลิต เรื่องต้นน้ำ เรื่องแหล่งน้ำ เรื่องพันธุ์ข้าวก็ดูแลน้อย กรมต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ บางคนเชี่ยวชาญ ยกตัวอย่างเช่น กรมการข้าว จะพูดว่ายักษ์ไม่มีกระบองก็ว่าได้ เพราะว่าการวิจัยพันธุ์ข้าวก็ไปเน้นอยู่ ที่กรมวิชาการเกษตร ทำไมเราไม่เอานักวิชาการเก่ง ๆ ที่ดูเรื่องพันธุ์ข้าวมีเป็น ๑๐๐ ชนิด แต่ตอนนี้ก็มีแค่ ๕ ชนิด ซึ่งถ้านักวิชาการเก่ง ๆ มาอยู่ที่กรมการข้าวแล้วมาตั้งเป็นกระทรวง ต้นน้ำเราก็จะมีตั้งแต่ปัจจัยการผลิต ตั้งแต่ที่ดิน ตั้งแต่น้ำ ตั้งแต่สภาพดิน ต้นน้ำทั้งหมดแล้ว เราก็มารวมทั้งหมด นี่คือต้องเรียนว่าถ้าพันธุ์ข้าวขณะนี้เป็นที่น่าเป็นห่วง มีพันธุ์ข้าว จากประเทศเวียดนามเข้ามาปลูกเป็นข้าวที่ไม่ไวต่อแสง เป็นข้าวนุ่ม ปลูก ๑ ไร่ได้ถึง ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วก็ระบาดไปในภาคกลาง ส่วนมากจะเป็นนาปรัง ของเราก็มี กข ๗๙ ซึ่งเป็นข้าวที่ปลูกได้ใกล้กัน ดังนั้นผมในฐานะที่เสนอญัตติเมื่อคราวที่แล้วในเรื่องแก้ไขปัญหา ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำและได้ตั้งอนุกรรมาธิการถึง ๖ คณะ มีอนุกรรมาธิการข้าว โดยประธานคือ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านประธานชุดใหญ่คือ ท่านวีระกร คำประกอบ เราได้เสนอไปแล้ว และในขณะนี้เป็นการติดตามเพื่อจะให้ได้มีกระทรวงการข้าวเกิดขึ้น เพื่อจะได้ครบวงจร ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนเลยว่าต้นน้ำ พอกลางน้ำในระยะสั้น ระยะยาว ระยะกลาง ก็มีตั้งแต่ปฏิรูประบบการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ปฏิรูปการแปรรูปอุตสาหกรรม ปลายน้ำ ปฏิรูปการตลาด และปฏิรูปกลไกภาครัฐ ซึ่งทุกองคาพยพเกี่ยวพันกันหมด แต่ว่าถ้าอยู่ นอกกระทรวงเวลาจะประชุมกันทุกคนก็ทำงานในหน้าที่ของตัวเองไม่ได้มาเชื่อมโยงกัน ดังนั้น ถ้ามาอยู่ในกระทรวงการข้าวเดียวซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่ผมว่าจะเป็นประโยชน์มาก หลายคน ถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลอยู่แล้วไฉนเหตุใดถึงต้องมีกระทรวงการข้าว ผมก็ต้อง ขอเรียนตอบว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นเป็นกระทรวงที่ใหญ่ดูแลตั้งแต่ข้าว ปาล์ม มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย สินค้าเกษตรทุกตัวอ้อยจะอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งหมดนั้น ก็ทำให้ในการโฟกัส (Focus) เรื่องข้าวมีการโฟกัส (Focus) ที่หลากหลายไม่ชัดเจน แต่ถ้าเรา จัดผู้เชี่ยวชาญใครอยากจะย้ายมาอยู่กระทรวงการข้าวที่เราจัดองคาพยพไว้ทั้ง ๔ หน่วยงาน ที่มีกลุ่มภารกิจนั้น แล้วเราบูรณาการทั้งหมดในที่นี้แล้วผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นกระทรวงการข้าว เกิดขึ้นโดยเฉพาะจะได้ทำงานเป็นระบบ ปลายน้ำผมต้องเรียนว่าสหกรณ์การเกษตรมีศักยภาพ ขณะนี้มีสหกรณ์การเกษตรประมาณ ๔,๔๐๐ แห่ง สหกรณ์การเกษตรประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีศักยภาพพร้อมที่จะจัดงานระบบเรื่องเกี่ยวกับการซื้อ การขาย การบรรจุ การแปรรูป ส่งออกครบวงจรได้ แต่ก็ติดระเบียบต่าง ๆ แต่ถ้าเราคลี่คลายตรงนี้สหกรณ์การเกษตรก็จะ เป็นช่องหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรขายตรง เงินก็ไม่ตกกับพ่อค้าคนกลาง เขาก็จะได้ลืมตาอ้าปาก นี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง เงิน เม็ดเงินในการหมุนเวียนก็เช่นเดียวกัน อยากให้รัฐบาลดูแลตรงนี้ครับ เพราะว่าถ้าเม็ดเงินในสหกรณ์การเกษตรไม่มีเงินซื้อหรือดอกเบี้ยราคาถูกให้กับเขา ก็จะอยู่ กับพ่อค้าคนกลางหมด นี่คือตัวอย่างของปลายน้ำ การแปรรูปก็เหมือนกันท่านประธาน เราได้มีโอกาสไปดูงานแล้วก็ได้เชิญผู้ซึ่งเกี่ยวข้องมาทั้งหมดแปรรูป ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย จังหวัดลพบุรี เพราะฉะนั้นการแปรรูปนั้นถ้าแปรรูปแบบชั้นต้นก็ได้ตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท ชั้นสูงอย่างที่ท่านอุบลศักดิ์นี่ ๑๖๐,๐๐๐ บาท แต่ชั้นสูงอาจจะไม่ได้มีเยอะ แต่ชั้นต้น เป็นประโยชน์อย่างมาก ดังนั้นข้าวหรือผลิตภัณฑ์ทุกเม็ดอยากจะให้ดูแล และในช่วงที่เรา กำลังพิจารณาศึกษาว่าเราจะตั้งกระทรวงการข้าวหรือไม่ก็รอไม่ได้ ชาวนารอไม่ได้ ก็อยากให้ รัฐบาลแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ขณะนี้เรื่องภัยแล้งก็ต้องเร่งดูแลเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องพันธุ์ข้าว ทำอย่างไรจะเอาข้าวพันธุ์ที่ดีที่สุดต้านทานโรคเรื่องไวแสง ไม่ไวแสงก็เหมือนกันเพราะว่า ข้าว กข ๑๐๕ ข้าว กข ๕ ที่ไวแสงปลูกตามที่ต่าง ๆ เราพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีที่สุดโดยเฉพาะ ให้มาอยู่รวมกัน ในเรื่องของการบริหารจัดการการขาย การแปรรูป ถ้ารัฐบาลเร่งทำตอนนี้ คู่ขนานไปกับการพิจารณาในการจัดตั้งกระทรวงการข้าว ผมต้องเรียนว่าเราเดินทางมาถึงตรงนี้ เท่าที่ผมได้คุยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเห็นด้วยแล้วก็อยากให้เกษตรกรชาวนานั้น ได้ยกระดับมีอาชีพที่มั่นคง และลูกหลานไม่ต้องเป็นหนี้อยู่ในสังคมได้ แต่ถ้าเกิดสมมุติ เรามองเห็นแล้วว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราอยากตั้งขึ้นเกิดคิดว่าถ้าจะมีช่องทาง อีกช่องทางหนึ่งก็คือไปให้คณะกรรมาธิการสามัญการเกษตรและสหกรณ์ศึกษาตรงนี้เพื่อจะ ให้จัดตั้งกระทรวงการข้าว ผมเน้นที่ปลายทางคือวัตถุประสงค์เป้าหมายขอให้เกิดขึ้น จะเป็น ช่องทางไหนกรรมาธิการวิสามัญก็ได้ จะเป็นช่องทางในกรรมาธิการสามัญที่รับไปดูแลแล้ว ให้ผู้ที่อภิปรายร่วมกันตรงนี้รวมทั้งผู้ที่เสนอญัตติเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการ แล้วมุ่งเน้นไปที่การเกิดผลิตผลคือกระทรวงการข้าวก็ไม่ขัดข้อง เพราะทราบว่าตอนนี้ กรรมาธิการเราก็ตั้งกรรมาธิการวิสามัญหลายคณะในการพิจารณา วันนี้ก็อย่างที่พวกเรา รับทราบครับ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาเขารอฟังอยู่ เขาอยากเห็นกระทรวงการข้าวเกิดขึ้น เพราะนั่นคือเรามุ่งเน้นให้เขาได้มีอาชีพ ไม่ต้องมีหนี้สินแล้วก็มีความภาคภูมิใจในตัวเกษตรกร ในตัวเขาเอง ดังนั้นจึงขอกราบวิงวอนท่านประธาน ท่านสมาชิกและพวกเราทุกคนได้ร่วมกัน สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกระทรวงการข้าวขึ้นโดยจะใช้ช่องทางกรรมาธิการวิสามัญหรือสามัญ ผมก็ไม่ขัดข้อง ขอกราบขอบพระคุณครับ