ไกลก้อง ไวทยการ หารือปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีความคืบหน้าเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการต่อสัญญาถึง 4 ครั้งและอาจมีการต่อสัญญาครั้งที่ 5 จากปัญหาการจัดหาผู้รับจ้างวางท่อร้อยสายและงานระบบไอซีทีที่ยังไม่แล้วเสร็จ เขาเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบทานความโปร่งใสและเร่งติดตามความคืบหน้าของโครงการ พร้อมให้เจ้าหน้าที่นำเสนอข้อมูลด้วยสื่อนำเสนอเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี้ สภาแห่งนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ๑๒,๒๘๐ ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารหลักก็คืออาคารหลังนี้และอาคารประกอบอีก ๑๓ อาคาร รวมเป็น ๑๔ อาคาร ซึ่งวันนี้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกก็เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วนะครับว่าการก่อสร้าง ยังไม่แล้วเสร็จในทุกอาคารที่ประกอบเป็นโครงการในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่นี้ จะเห็นได้ว่าผมเองทำงานในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำงานในการติดตามการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่แห่งนี้มาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามมีการต่อสัญญาครั้งที่ ๔ โดยระหว่างการต่อสัญญาในระหว่างการจบสัญญาครั้งที่ ๓ แล้วมาต่อสัญญาครั้งที่ ๔ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเองก็ได้สอบถามในเรื่องต่าง ๆ เพื่อที่อยากจะทำ ให้เรื่องของการต่อสัญญาในครั้งที่ ๔ มีความรัดกุมแล้วก็สามารถรับประกันได้ว่าโครงการ จะเสร็จในระยะเวลาของการต่อสัญญาในระยะที่ ๔ แต่อย่างไรก็ตามมีการตัดสินใจต่อสัญญา ออกไป ซึ่งเรื่องนี้เราก็เห็นว่าเรื่องการต่อสัญญามีรายละเอียดมากกว่าที่คณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาได้ จึงคิดว่าน่าจะเป็นหน้าที่ของสภาใหญ่แห่งนี้ ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรื่องของการต่อสัญญาถึง ๔ ครั้ง มีในเรื่องของรายละเอียด นั่นก็คือเรื่องของการต่อสัญญาและความคืบหน้าในการก่อสร้างในแต่ละสัญญา การต่อสัญญาครั้งที่ ๑ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ มีการต่อสัญญา ๓๘๗ วัน ที่จะไปสิ้นสุดวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๙ ในช่วงนั้นมีการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ การต่อสัญญาครั้งที่ ๒ เริ่มต้นเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๙ จะไปสิ้นสุด วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ การต่อสัญญาครั้งนี้มีระยะเวลา ๔๒๑ วัน แต่มีความคืบหน้า ออกไปแค่ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็หมายถึงว่าระหว่างครั้งที่ ๑ กับครั้งที่ ๒ มีความคืบหน้าเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การต่อสัญญาครั้งที่ ๓ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ และมีการต่อสัญญาครั้งที่ ๔ ครั้งนี้ก่อสร้างคืบหน้า ไปถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นก็จะเห็นได้ว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่จริง ที่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้นในการต่อสัญญาครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๒ มีความคืบหน้า เพียงแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเห็นคำกล่าวอ้างของผู้รับจ้างว่ารัฐสภาแห่งนี้ส่งมอบพื้นที่ ล่าช้าและมีปัญหาในการขนย้ายดิน ผมขอแสดงข้อมูลถึงเรื่องของการส่งมอบพื้นที่ ดังนี้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ในสไลด์ (Slide) ที่ ๑ เป็นแผนงานของการส่งมอบพื้นที่ตามสัญญาเดิม จะเห็นได้ว่าตามสัญญาเดิมนั้น จะมีการส่งมอบพื้นที่เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ ซึ่งจะต้องส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้ อันนี้เป็นในตามสัญญาเดิม กรอบแดงที่ท่านเห็นนั้นคือพื้นที่ในการก่อสร้างอาคารหลัก ก็คืออาคารรัฐสภาแห่งใหม่แห่งนี้อยู่ในกรอบสีแดง ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๒ ท่านจะเห็นว่านี่คือการส่งมอบพื้นที่จริง ท่านจะเห็นได้ว่าการส่งมอบพื้นที่จริงสิ้นสุด เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ พื้นที่ที่มีปัญหาในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาหลัก จริง ๆ แล้วท่านจะเห็นพื้นที่ในพื้นที่เล็ก ๆ ทางด้านขวามือด้านล่างของท่านมีพื้นที่เป็นติ่งเล็ก ๆ ๑ งาน นั่นก็คือพื้นที่ที่ขวางการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาหลักไว้ พื้นที่ที่เราอ้างว่าเป็นปัญหาตลอดคือพื้นที่ของโรงเรียนโยธิน บูรณะที่อยู่มุมขวาล่างนะครับ ตรงนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ส่งมอบหลังสุด นั่นก็คือครั้งที่ ๔/๓ ส่งมอบเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ที่ก่อสร้างอาคารหลักเลย ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๓ ครับ ภาพนี้จะเน้นให้เห็นว่าพื้นที่ที่ส่งมอบ หลังสุดครั้งที่ ๔/๓ นั้น ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ ๔/๑ ครั้งที่ ๔/๒ ครั้งที่ ๔/๓ จะส่งมอบในช่วง ปี ๒๕๕๙ และเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างหลักน้อยมาก โครงสร้างของอาคารหลัก อยู่เส้นสีแดง และในส่วนพื้นที่ที่เป็นติ่งที่กระทบต่อโครงสร้างหลักนั้นส่งมอบไปในครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการส่งมอบพื้นที่ ปัญหาต่าง ๆ ของการส่งมอบพื้นที่ได้สิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ แล้ว ส่วนการขนย้าย ดิน คำชี้แจงของการขนย้ายดิน การขนย้ายดินได้สิ้นสุดปัญหาสามารถหาที่ทิ้งดิน บริจาคดิน หรือขายทอดตลาดอะไรก็แล้วแต่ในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๙ ซึ่งพอมาดูปัญหาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการส่งมอบพื้นที่ การขนย้ายดิน สิ้นสุดในระยะเวลาสัญญา ครั้งที่ ๒ ดังนั้นเวลาที่เหลือกว่า ๓๐๐ วัน เอากลม ๆ ๓๐๐ กว่าวัน กว่า ๑ ปีเราได้งานมา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นเรื่องที่เราต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงนั้น ทำไมอาคารรัฐสภา แห่งนี้ถึงมีความคืบหน้าในการก่อสร้างแม้แต่โครงสร้างแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามเหตุผลของการต่อสัญญาครั้งที่ ๔ ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ถึงแม้โครงสร้างเรา เกือบจะแล้วเสร็จแล้ว แต่ในครั้งที่ ๔ เราต่อสัญญา ผู้ว่าจ้างใช้เหตุผลว่ามีงานนอกสัญญา ยังไม่เสร็จ นั่นคือเรื่องของงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ยังไม่เสร็จ ซึ่งปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหลัก ๆ มีประมาณ ๑๐ ระบบด้วยกัน นั่นก็ได้แก่ ระบบเรื่องของการรับสัญญาณดาวเทียม แล้วก็ระบบไอพีทีวี (IPTV) ที่ใช้ถ่ายทอดภาพ ไปทั่วอาคารรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ระบบที่เรียกว่าศูนย์ข้อมูลหลัก หรือดาต้า เซ็นเตอร์ (Data center) นั่นก็คือห้องที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเก็บข้อมูล ฐานข้อมูลต่าง ๆ ของอาคารรัฐสภานะครับ ระบบที่เรียกว่าศูนย์รักษาความปลอดภัยทางระบบคอมพิวเตอร์ และระบบควบคุมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อันนี้ก็จะอยู่ในสัญญาของไอซีที (ICT) ห้องประชุม ส.ส. ส.ว. ห้องประชุมกรรมาธิการที่เราเห็นก็คือระบบไมโครโฟน ระบบจอภาพ ระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ (Video conference) ระบบโหวต ระบบภาพและเสียงในห้องประชุม ดังนั้นก็จะเป็นระบบที่อยู่ในไอซีที (ICT) ระบบดิจิทัล ไซเนจ (Digital signage) จริง ๆ แล้ว ทุกห้องประชุมหน้าห้องประชุมจะมีจอคอมพิวเตอร์บอกว่าห้องประชุมห้องนี้ใช้ประชุม ในวาระเรื่องอะไรของกรรมาธิการชุดไหน เป็นต้น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่าย ระบบงานสื่อสาร ระบบแอปพลิเคชัน (Application) ในการประชุมพัฒนาใหม่หมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นระบบลงชื่อ ระบบโหวต ระบบเสนอญัตติ ระบบจัดการวาระการประชุมต่าง ๆ เหล่านี้พัฒนาใหม่ทั้งหมด แล้วก็ระบบเรื่องของคอมพิวเตอร์ลูกข่ายและการต่อพ่วง ดังนั้นระบบสัญญาณเรื่องของไอซีที (ICT) ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๓,๐๐๐ ล้านบาท ตามแผนงานวันนี้ต้องอยู่ที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ทำงานได้จริง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าเหลืออีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะต้องทำตามสัญญาให้หมด ที่สำคัญก็คือระบบคอมพิวเตอร์ เน็ตเวิร์ก (Computer network) ต่าง ๆ จะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีเรื่องของท่อร้อยสาย ณ วันนี้รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรยังหาผู้รับจ้างวางระบบท่อร้อยสายไม่ได้ อันนี้เป็นสัญญาณที่สำคัญว่า เรามีแนวโน้มสูงที่จะต่อสัญญาครั้งที่ ๕ นะครับ