ฐิตินันท์ ชี้ปัญหาดิน-สัญญาจ้าง ขอตั้งกรรมาธิการสอบงบก่อสร้าง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒

ฐิตินันท์ แสงนาค ชี้ประเด็นความล่าช้าของโครงการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการจ้างที่ปรึกษา การส่งมอบพื้นที่ และการจัดการดินขุด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการดังกล่าวอาจเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้างมากกว่าผู้ว่าจ้าง โดยเฉพาะกรณีการขนย้ายดินปริมาณมากที่ใช้เป็นข้ออ้างในการล่าช้า ซึ่งควรได้รับการวางแผนรองรับตั้งแต่ต้น และเรียกร้องความชัดเจนในทั้งด้านการบริจาค การจำหน่าย และพื้นที่รับดิน รวมถึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการบริหารงานและงบประมาณจำนวนมากเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสภา

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น

กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้เข้า มาดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นที่รับตำแหน่งกับคณะกรรมาธิการทั้งหมด ณ วันนี้ เมื่อวันพุธที่แล้วเรา ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ๓ หน่วยงาน ผมจะเล่าเบื้องต้นให้ฟังดังนี้นะครับ หน่วยงานแรกก็คือสำนักงานอัยการสูงสุดเข้ามาดูในเรื่องของสัญญา หน่วยงานที่ ๒ ก็คือ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และหน่วยงานที่ ๓ ก็คือบริษัทที่ปรึกษาโครงการคาม่า หรือซีเอเอ็มเอ (CAMA) ข้อมูลที่ผมได้สอบถามในที่ประชุมสำคัญที่สุดก็คือ ผมถามบริษัท ที่ปรึกษาซีเอเอ็มเอ (CAMA) ซึ่งถามว่าบริษัทนี้เป็นที่ปรึกษาของใคร ก็คือเป็นที่ปรึกษาของ ผู้ว่าจ้างก็คือสภาของเรา แต่ในการต่อสัญญาทั้ง ๔ ครั้งที่เข้าไปดูในรายละเอียด ซึ่งจะมี รายละเอียดประกอบมากมายเลยครับ เอกสารเยอะมาก เพราะผมเรียกท่านเหล่านั้น มาชี้แจง ๓ รอบแล้ว ล่าสุดก็คือเอกสารชิ้นนี้ ผมถามว่าการให้คำปรึกษาทั้ง ๔ ครั้ง เราอ่านรายละเอียด เราสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรากฏว่าผมดูแล้วการปรึกษานี้ จะเป็นคุณกับผู้รับจ้างมากกว่า บริษัทที่ปรึกษาคามาเป็นบริษัทที่ทางสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรจ้างเป็นที่ปรึกษาโครงการ แต่ว่าคำปรึกษาที่ออกมาทั้ง ๔ ครั้ง ผมดูแล้ว เป็นคุณกับผู้รับจ้างมากกว่า ผมก็เลยถามท่านไปตรง ๆ ท่านก็ตอบในวันนั้นว่าก็พยายาม เต็มที่ ก็มีหน่วยงาน มีกฤษฎีกา มีสำนักงานอัยการสูงสุดเข้ามาดูแลหลายหน่วยงาน เรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งที่คณะผมได้ถามไปว่าการก่อสร้างที่ล่าช้าส่วนหนึ่งก็คือการส่งมอบ พื้นที่ล่าช้า อันนี้รับฟังได้ครับ เดี๋ยวท่านต่อไปจะเอาผังมาให้ดูว่าพื้นที่ติดขัดอะไรบ้าง ส่วนที่ยังไม่ได้คำตอบถามไป ๓ ครั้งก็คือการขนดินออกไปจากพื้นที่ก่อสร้าง พื้นที่บริเวณ ก่อสร้างทั้งหมดมีปริมาณดินที่ขุดขึ้นแล้วจะขนไปประมาณ ๑ ล้านคิว ทางผู้รับจ้างบอกว่าให้ ผู้ว่าจ้างเป็นผู้หาสถานที่เก็บดิน ซึ่งทางผู้ว่าจ้างก็คือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็มีนโยบาย ๒ ข้อด้วยกัน ก็คือ

๑. ดินปริมาณมหาศาลก็คือ ๑ ล้านคิวไปบริจาคที่ไหน ๑. ก็คือให้ไปบริจาค กับหน่วยงานราชการเพื่อใช้ประโยชน์ ๒. ก็คือให้จำหน่ายออกไป แต่มีข้อติดขัดที่ว่าบริเวณที่ ขนย้ายไปนั้นต้องไม่เกินรัศมี ๑๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นเป็นข้ออ้างหนึ่งที่ทางผู้รับจ้างเอามา อ้างว่าไม่สามารถขนย้ายดินออกไปได้ เพราะฉะนั้นการก่อสร้างจึงดำเนินการไม่ได้ การนำวัสดุ อุปกรณ์เข้ามาก็ไม่สามารถที่จะเอาเข้ามาวางเพื่อการดำเนินการก่อสร้างได้ ผมได้ถาม ท่านเลขาธิการสภาไปว่าก่อนที่จะเซ็นสัญญาทำทีโออาร์ (TOR) กันนี่ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่า ต้องมีดินปริมาณ ๑ ล้านคิวที่จะเอาออกไปจากพื้นที่ก่อสร้าง ท่านก็ต้องเตรียมการไว้แล้วว่า จะเอาไปไว้ที่ไหน ไม่ว่าจะสร้างปีนี้ ปีหน้า หรือปีต่อ ๆ ไป พื้นที่เก็บก็ต้องคงเดิม คำตอบ ณ วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจน ทางคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรขอเอกสารไปว่าบริจาค ที่ไหน ปริมาณเท่าไร และจำหน่ายนั้นจำหน่ายให้กับใครบ้าง มูลค่าเท่าไร ณ วันนี้ก็ยังไม่ได้ รับคำตอบ อาทิตย์หน้าจะเรียกมาชี้แจงอีกรอบหนึ่งเรื่องขนดิน เรื่องดินที่ขุดออกมานี่ ถ้าจำได้ เคยมีกรณีมีปัญหาฟ้องร้องกันไปรอบหนึ่งแล้ว นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้รับจ้างเอามาอ้างว่า ที่ล่าช้าก็เพราะว่าเรื่องขนดินออกจากพื้นที่ก่อสร้าง ไม่สามารถทำได้ตามระยะเวลา

ส่วนพื้นที่ส่งมอบนั้นในระยะเวลาที่กำหนดพื้นที่ส่งมอบ ส่งมอบไป ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่โครงสร้างหลัก พื้นที่ที่เหลือ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่รอบนอก บริเวณตกแต่ง สวน หรือรั้ว หรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่อยู่ในโครงการ ซึ่งไม่เกี่ยวกับโครงสร้างหลัก ดังนั้นเหตุผลที่เอามาอ้างว่าการก่อสร้างล่าช้าเพราะว่า ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทั้งหมดนั้น อันนี้ไม่น่าจะถูกต้องทั้งหมดครับ เพราะว่าพื้นที่ โครงสร้างหลักได้ส่งมอบไปหมดแล้วนะครับส่วนที่ ๑

ทีนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่จะให้ท่านได้รับทราบกันนะครับ เนื่องจากว่า ทางคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าไปตรวจหน้างาน ได้เข้าไปดูรายละเอียด ในงานว่าเท็จจริงอย่างไร ไปเห็นกับตาเลยนะครับ ผมมีภาพที่ให้ท่านประธานได้ดู ขอภาพที่ ๑ ไม่ทราบว่าทางกลุ่มงานโสตทัศนูปกรณ์ทันหรือไม่ครับ เป็นภาพที่คณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรทั้งชุดพร้อมกับสถาปนิกต่าง ๆ วิศวกร ผู้รับจ้าง พาเข้าไปชม สถานที่จริง ซึ่ง ณ วันนั้นรับปากกับคณะของเราว่าภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๓ จะสามารถ เข้าไปใช้ห้องสุริยันได้ พร้อมกับห้องประชุมกรรมาธิการบางส่วน และล่าสุดเมื่อประชุมกัน วันพุธที่ผ่านมาก็มีการขยับไปว่าอาจจะแล้วเสร็จประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ อันนี้ไม่ว่ากัน ถ้าท่านเห็นภาพจริงของการก่อสร้างท่านจะรู้ว่าความเป็นไปได้นั้นมีแค่ไหน ขณะที่รอภาพ ผมจะพูดอีกเรื่องหนึ่งให้ฟังนะครับ

มันมีสัญญาอยู่ตัวหนึ่ง เนื่องจากการต่อสัญญาครั้งที่ ๔ ๓๘๒ วัน ยังมีสัญญา อีกตัวหนึ่งในเรื่องของระบบสาธารณูปโภคที่จะเสร็จเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๔ เห็นหรือไม่ สัญญาที่ต่อครั้งที่ ๔ จะเสร็จสิ้นลงที่เดือนธันวาคม ๒๕๖๓ แต่ว่ามีระบบสาธารณูปโภคจะ เสร็จในเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ นั่นแสดงว่าอะไรครับท่านประธาน แสดงว่ายังจะต้องมีการต่อสัญญา ครั้งที่ ๕ อีกแน่นอน เรื่องนี้ผมจึงต้องการให้สภาของเราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ตรวจสอบดูแล ในขั้นต้นในการทำงานของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เราคิดว่าเราจะเอาอยู่นะครับ คุยกันไว้ เราดูแล้วเราคิดว่าจะเอาอยู่ แต่พอมาดูสัญญา มาดูรายละเอียดแล้วเราคิดว่าเราเอาไม่อยู่ครับท่าน ต้องให้สภาแห่งนี้เข้าไปดูแลตรวจสอบ ให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้ งบประมาณ ๑๒,๒๘๐ ล้านบาท ถ้าภาพขึ้นทันนะครับ ท่านจะเห็นรายละเอียดเยอะแยะที่ผมถ่ายมาทุกซอกทุกมุมให้ดูว่ามีอะไรบ้าง ท่านเห็นแล้ว ท่านจะตกใจ ผมเดินดูทุกซอกทุกมุมที่มีปัญหานะครับ ถ่ายภาพเก็บไว้ทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณาในการต่อสัญญา ไม่ทราบว่ากลุ่มงานโสตทัศนูปกรณ์ ภาพทันหรือไม่ครับ ถ้าท่านเห็นภาพแล้วท่านก็จะรู้ว่าสิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคตข้างหน้า ก็คือการต่อสัญญาครั้งที่ ๕ หรืออาจจะมีครั้งที่ ๖ การต่อสัญญาแต่ละครั้งใครได้ประโยชน์ ท่านประธาน แน่นอน เอาผู้เสียประโยชน์ก่อน สภาของเราเสียประโยชน์แน่นอน ๑. เราต้องไปเช่าพื้นที่อื่น ๆ รอบนอกให้เจ้าหน้าที่สภาทำงาน ข้าราชการทั่วไปต้องมีพื้นที่ เช่น อาคารสุขประพฤติ อาคารทิปโก้ที่เราไปเช่ากันอยู่ แม้แต่ทีโอทีที่ผ่านมานะครับ ๒. ก็คือค่าใช้จ่ายในการเดินทางของบุคลากรต้องเพิ่มมากขึ้น ๓. ก็คือค่าเสียเวลา แต่ผู้รับ จ้างได้ประโยชน์ครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผมจะพูดในลำดับต่อไปว่าบริษัทผู้รับจ้าง ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ซึ่งท่านเห็นแล้วท่านก็จะรีบตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ตรวจสอบดูแล ขอบคุณมากครับท่านประธาน