ศุภชัย ใจสมุทร หารือปัญหาความล่าช้าของโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย ซึ่งล่าช้าต่อเนื่องถึงครั้งที่สี่จากปัญหาดิน พื้นที่ทิ้งดิน และการส่งมอบพื้นที่ไม่ทันเวลา ทำให้ต้องใช้สถานที่ชั่วคราวและสิ้นเปลืองงบประมาณ โดยเฉพาะความคืบหน้าที่ล่าช้ากว่าแผน 20–25 เปอร์เซ็นต์ และงานระบบสำคัญหลายส่วนยังไม่แล้วเสร็จ จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบสวนทั้งสาเหตุความล่าช้าและการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อความโปร่งใส ความรับผิดชอบของทั้งฝ่ายราชการและผู้รับเหมา รวมถึงการตรวจสอบการดำเนินงานระบบสายสัญญาณที่ขาดความต่อเนื่องและไม่เปิดเผยข้อมูลเพียงพอต่อสมาชิกสภา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมได้เสนอ ญัตตินี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อท่านประธานพร้อมกับท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย โดยผมได้เสนอต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ขอเสนอ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาสอบสวนเกี่ยวกับ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า โดยความในหนังสือของผมระบุว่า ด้วยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้มีความจำเป็นต้องมาใช้สถานที่หอประชุมทีโอที สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะเป็นการชั่วคราว เนื่องจากความล่าช้าในโครงการก่อสร้างรัฐสภา แห่งใหม่ เกียกกาย ที่เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๖-๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน ๙๐๐ วัน ต่อมาได้มีการขยายเวลาอีก ๓ ครั้ง ซึ่งในปัจจุบันการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ยังไม่แล้วเสร็จส่งผลต่อการใช้งบประมาณ ในการเช่าสถานที่หอประชุมทีโอที สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ และความไม่สะดวก ในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเกิดความสงสัยของประชาชนว่า สาเหตุแห่งความล่าช้าเกิดจากเหตุใด ซึ่งผมได้มีการเสนอต่อท่านประธานและท่านก็ได้บรรจุ ทำให้ต้องมีการพิจารณากันในวันนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ผมได้เสนอเรื่องนี้มา ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ตอนนั้นเราอยู่ทีโอทีกัน และนับเป็นความกรุณาและเป็น การตัดสินใจของท่านประธานอย่างดียิ่งที่ตัดสินใจให้เราย้ายมาอยู่ที่นี่ นอกจากจะทำให้เรา ไม่ต้องเสียค่าเช่าจำนวนมหาศาลที่นั่นแล้ว ก็ถือว่าเราได้มาเริ่มต้นด้วยกันที่นี่ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือพวกเราที่นี่ ทุกคนควรที่จะได้มีโอกาสหันมาดูสิ่งที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมคิด เชื้อคง ที่ท่านบอกว่า นี่คือบ้านของเรา วันนี้เราต้องมาดูกันว่าบ้านของเราที่มีการเริ่มต้นก่อสร้างกันมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๖ วันนี้ยังไม่เสร็จสักที ผมได้มีการพยายามไปค้นหาข้อมูลเท่าที่หาได้ ก็ได้พบว่า สัญญานี้เฉพาะเรื่องของการก่อสร้างมีงบประมาณทั้งสิ้น ๑๒,๒๘๐ ล้านบาท ระยะเวลา ๙๐๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ ซึ่งควรจะต้องสิ้นสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ แต่ปรากฏว่าได้มีการต่อขยายระยะเวลามาตอนที่ผมได้เสนอญัตติไปคือเป็นครั้งที่ ๓ ซึ่งหมด ในวันที่ ๑๕ ธันวาคมไม่กี่วันที่ผ่านมาแล้วก็ได้มีการอนุมัติให้มีการต่อขยายระยะเวลาเพิ่มขึ้น อีก ๓๘๒ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม จะไปสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ คือปีหน้า แปลว่าความเดิมที่เราตั้งใจจะให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐๐ วัน ปรากฏว่าเราคาดว่า จะเสร็จภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ปีหน้า จะใช้เวลาทั้งสิ้น ๒,๗๔๗ วัน แน่นอนครับ นานมากพวกเรารอกันและเราก็มั่นใจว่ากว่าจะถึงวันนั้นสภาของพวกเราที่นี่ทุกคนก็คงได้อยู่ ใช้กัน ขอภาวนาเช่นนั้น ท่านประธานครับ ผมได้มีการไปสำรวจย้อนหลังว่าปัญหาที่มี การขยายระยะเวลากันแต่ละครั้งมีปัญหาเรื่องอะไรที่จะต้องมีการขยายกัน ก็พบสาเหตุของ การขยายสัญญา
ครั้งที่ ๑ ที่มีการขยายไปเป็นเวลา ๓๘๗ วัน ก็มีปัญหาเรื่องของการก่อสร้าง เกี่ยวกับระบบฐานรากก็จะต้องมีการขยายไปเรื่อย ๆ มีปัญหาเรื่องของดิน นั่นคือครั้งแรก
ครั้งที่ ๒ ขยายเวลาไป ๔๒๑ วัน จากปัญหาดินขุดชั้นใต้ดินนี่ก็เป็นปัญหา เพราะว่าพอขุดมาแล้วสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะต้องจัดหาพื้นที่สำหรับ การทิ้งดินในรัศมี ๑๐ กิโลเมตรจากพื้นที่ แต่ปรากฏว่าท่านก็ไม่สามารถที่จะหาพื้นที่ที่จะไป ทิ้งดินที่ขุดขึ้นมาได้ ก็เป็นปัญหา
ครั้งที่ ๓ ขยายระยะเวลาไป ๖๗๔ วัน อันนั้นก็คือปัญหาเรื่องของการส่งมอบ พื้นที่โรงเรียนโยธินบูรณะ ชุมชนทอผ้า และศูนย์สาธารณสุข ๓๘ ของกรุงเทพมหานคร นี่ก็เป็นปัญหาที่เป็นผลทำให้ต้องขยายระยะเวลาไปตั้ง ๖๐๐ กว่าวัน
วันนี้ไม่ว่าด้วยเหตุผลเป็นประการใด นับจากนี้ไปที่มีการขยายระยะเวลา เป็นครั้งที่ ๔ ผมว่าเป็นเรื่องที่เราก็ต้องอยู่ที่ จะทำอย่างไรให้การก่อสร้างที่นี่แล้วเสร็จ สมบูรณ์จริง ๆ ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม แต่เหมือนที่ท่านสมาชิก สมคิด เชื้อคง ท่านได้ อภิปรายไปปัญหาสำคัญที่สุดก็คือพวกเราที่นี่ ๕๐๐ ท่าน ส.ว. ๒๕๐ ท่าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่มากันทุกเช้ากลับกันดึก ๆ ดื่น ๆ เราก็ไม่ทราบว่าที่นี่ไม่เสร็จจริง ๆ เพราะอะไร มีเหตุผลในการที่จะต้องขยายสัญญาให้จริงหรือไม่ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรท่านก็ บอกว่าเป็นความผิดของราชการ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการขยายระยะเวลาให้เอกชน แต่ในขณะเดียวกันก็ปรากฏว่ามีผู้ที่ร้องเรียนออกทางสื่อเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเรา ซึ่งท่านก็ห่วงใยเรื่องของการก่อสร้างที่นี่ว่ามันมีเรื่องความไม่ชอบมามาพากลหรือไม่ เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้น และพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษีอากรที่นำมาสร้างที่นี่ก็มี การตั้งคำถาม พวกเราที่เป็นสมาชิกกลับไปจังหวัด กลับไปในเขตของตัวเอง กลับไปแล้ว พอชาวบ้านถาม พี่น้องประชาชนถามเราก็ตอบไม่ได้ ผมจึงคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่จะต้องไปค้นหาสอบสวนความจริง ในการที่จะหาความจริงทั้งหมดว่ามันเกิดขึ้น มันเป็น ความผิดของเอกชนผู้รับเหมาหรือไม่ หรือว่าของราชการ เหตุผลมันเป็นเท่าใด มีการขยาย ระยะเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ และวันนี้งานที่เหลือมันสามารถที่จะทำต่อได้ไหม ผมได้ทราบว่า ตอนนี้ผลงานที่มีจนถึงเวลานี้ก็เข้าใจว่ามันทำได้แค่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ แผนงานความตั้งใจของผู้ก่อสร้างตั้งใจไว้ว่าจะต้องทำ ณ เวลานี้ก็ควรจะต้องได้ประมาณ ๙๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ในที่สุดแล้วกลายเป็นว่ามันยังเหลืออีกประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงจะทำให้แล้วเสร็จ งานที่เหลือมันมีอีกหลายอย่าง ซึ่งผมทราบว่านอกจาก งานก่อสร้าง ซึ่งมันสะดุดหยุดลงเพราะมันมีงานอื่นที่เข้ามาแทรกแล้วทำให้การก่อสร้าง เดินต่อไปไม่ได้ เท่าที่ทราบเท่าที่ผมไปสืบค้นมา มันมีงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อสาร หรือไอซีที (ICT) มีงานระบบสาธารณูปโภคและระบบประกอบอาคาร ซึ่งตรงนี้ มันก็มีเรื่องเครื่องปรับอากาศ เรื่องระบบความปลอดภัย ซีซีทีวี (CCTV) สถานีไฟฟ้า ๖๙ เควี (69 KV) ระบบการรักษาความเสถียรของไอซีที (ICT) ทั้งอาคาร มีระบบไฟร์พัมป์ (Fire pump) ระบบเด็มมิง (Deming) ภายในห้องประชุมทั้ง ส.ส. ส.ว. แล้วรวมถึงงานระบบไฟสัญญาณ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเหล่านี้ถามว่าสมาชิกของเราทราบว่ามีงานประเภทนี้อยู่ ท่านก็ยัง ไม่ทราบ
เรื่องต่อมาที่เป็นงานที่จะต้องดำเนินการให้มันแล้วเสร็จก็คืองานจัดจ้าง ผู้รับจ้างประกอบอาคารด้านสายสัญญาณคือระบบท่อ สาย แล้วก็เต้ารับ งานเหล่านี้มันเป็นงาน จุกจิก ๆ ที่ไม่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ มันอาจจะเป็นไปอย่างที่เขาชอบพูดกันว่ายักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก มันไม่สมูท (Smooth) แต่ไม่ว่ากรณีอย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมอยากกราบเรียน ต่อท่านประธานก็คือเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินของพี่น้องประชาชน พวกเราต้องร่วมกันดูแล และผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เรามีการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบหน่วยงาน นอกสภาเรามากมายด้วยอำนาจที่มีอยู่ วันนี้ถึงเวลาที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมอยากจะขอให้สภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องนี้ ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ เรื่องเหล่านี้จากการที่พวกเราจะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่าผมอยากจะเสนอ ญัตตินี้เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาและได้ร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการต่อไป ตามอำนาจหน้าที่เราครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ