กนก สนับสนุนตั้งกรรมาธิการ กยศ. ชี้จิตวิญญาณต้องมาก่อนหนี้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒

กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการแก้ปัญหากองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยย้ำถึงจิตวิญญาณของกฎหมายที่มุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการศึกษาอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เน้นการเรียกเก็บหนี้หรือฟ้องร้องผู้กู้ พร้อมเสนอให้แยกกองทุนออกจากกระทรวงการคลังเพื่อรักษาเจตนารมณ์เดิม และผลักดันการปลูกฝังจริยธรรมในสถานศึกษาควบคู่กัน

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนสภาให้ตั้งคณะกรรมาธิการในญัตติการแก้ไขปัญหากองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงเรื่องของหัวใจและจิตวิญญาณ ของ กยศ. เพราะเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงปัญหาในรายละเอียดทั้งในทางหลักการ แล้วก็วิธี ปฏิบัติอยู่พอสมควร แต่ผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญมากที่สุดของ กยศ. คือหัวใจและจิตวิญญาณ ของ กยศ.

ในเรื่องที่ ๑ หัวใจและจิตวิญญาณของการจัดตั้ง กยศ. เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๘ คณะรัฐมนตรีของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย มีมติให้ตั้งกองทุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้ โอกาสกับคนยากคนจนที่จะได้มีโอกาสเรียนหนังสือ หรือเรียกง่าย ๆ ว่ารัฐบาลชวน ๑ แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่ทันทีที่ท่านชวน หลีกภัย กลับมา เป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งที่เรียกว่ารัฐบาลชวน ๒ ในปี ๒๕๔๐ ท่านก็ได้ออกพระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ขึ้น เพื่อที่จะเป็นหลักประกันว่ากองทุนนี้ จะเป็นนิติบุคคลที่จะยั่งยืนตลอดไป เพื่อที่จะช่วยให้คนยากคนจนได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ในระดับมหาวิทยาลัยครับ ถ้าเราไปดูชีวิตแล้วก็จิตวิญญาณของ พ.ร.บ. นี้จะเห็นชัดเจนว่า พ.ร.บ. นี้บอกว่าให้กู้ยืมแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน เรื่องที่ ๒ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพราะในมหาวิทยาลัย เขาจะมีค่าธรรมเนียม ค่ากิจกรรม อะไรต่าง ๆ มากมาย และเรื่องที่ ๓ คือค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ต่อการครองชีพระหว่างการศึกษาครับ ซึ่งทั้ง ๓ เรื่องนี้เป็นค่าใช้จ่ายของคนยากคนจน โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่มาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ และพ่อแม่จะต้องรับผิดชอบ มีค่าเล่าเรียน ไม่มีข้าวกินก็ต้องไปอาศัยวัดแล้วก็ไปอยู่ที่วัด พระให้เงินเพื่อที่จะไปจ่ายค่าธรรมเนียมใน มหาวิทยาลัยแล้วก็ให้สามารถเรียนได้ กลับมาก็นอนไม่มีเงินค่าหอก็มาอาศัยกุฏิวัด เป็นต้น ท่านประธานครับ ชีวิตนี้ที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ. ที่ผมได้กล่าว คือ พ.ร.บ. กยศ. นี้เป็นชีวิตจริง ของคนชื่อ นายชวน หลีกภัย นี่คือความงดงามของระบอบประชาธิปไตย ที่คนยากคนจน สามารถที่จะขึ้นมาถึงตำแหน่งสูงสุดคือนายกรัฐมนตรีของประเทศ และนำวิถีชีวิตของเขา ที่เห็นอุปสรรค เห็นปัญหา และนำมาออกเป็นกฎหมายเพื่อให้โอกาสกับคนในประเทศของเขา สามารถที่จะมีศักดิ์มีศรีและมีเกียรติในการที่จะเป็นคนผ่านระบบการศึกษาของประเทศของเรา เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. กยศ. จึงเป็นชีวิตและจิตวิญญาณของคนยากคนจนที่ผมคิดว่าเราควร ที่จะต้องตระหนักและไม่ลืม หลักการ กยศ. ที่สำคัญ ๒ เรื่อง ก็คือ เรื่องที่ ๑ ทำให้คนจนมี โอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัย และได้รับความเป็นธรรมจากสังคมที่เขาอาศัยอยู่ เรื่องที่ ๒ ให้เกิดกองทุนหมุนเวียน คือหมายความว่าเมื่อกู้แล้วจะต้องชำระคืน เพราะการชำระคืนนี้ เป็นความรับผิดชอบของผู้กู้ที่เราเรียกกันในภาษาสมัยใหม่ว่าวินัยทางการเงิน ถ้าเรียกเป็น ภาษาทั่วไปทางสังคมเรียกว่าเป็นจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เพราะฉะนั้น กองทุนนี้เราต้องการที่จะสร้างให้คนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม สำหรับการคืน เงินกู้นั้นคือการเพิ่มโอกาสให้กับคนยากคนจนในรุ่นต่อไปที่จะได้มีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับที่เราเคยได้รับมาครับ จากหลักการและจิตวิญญาณนี้เอง กยศ. จึงเป็นบริการ สาธารณะที่เรียกกันภาษาเศรษฐศาสตร์ว่าเป็นพับบลิก กูดส์ (Public goods) เพื่อที่จะสร้าง โอกาสทางการศึกษาให้กับคนยากคนจน และมาตรการนี้เป็นมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศที่สำคัญมาก ปรากฏว่า ๒๐ ปีถัดมาคนที่ได้รับรางวัลโนเบลไพรซ์ (Nobel Prize) ในปีนี้เขาทำเรื่องนี้ แล้วพิสูจน์สิ่งที่ท่านชวนทำเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้วว่าการให้โอกาสกับคนยากคนจนเรียน หนังสือคือการพัฒนาประเทศที่ให้ประโยชน์สูงสุดนี่คือหลักการที่สำคัญ เพราะฉะนั้น กยศ. จึงไม่ใช่เรื่องของการหากำไร กยศ. ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ขาดทุนไม่ได้ กยศ. ไม่ใช่เรื่องของการที่จะ เสี่ยงต่อการไม่ชำระเงินของผู้กู้ไม่ได้ ไม่ใช่ครับ ความสำเร็จของ กยศ. คือการทำให้คนจนได้ เรียนหนังสือได้เรียนมหาวิทยาลัย มีงานทำ มีรายได้ ไม่ใช่การชำระเงินกู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ทำให้ผู้กู้เป็นจำเลยในศาลแล้วก็ต้องเสียประวัติของตนเอง นั่นไม่ใช่ความสำเร็จของ กยศ. นี่คือจิตวิญญาณของ กยศ. ที่ผมต้องการให้รักษาไว้ถ้าเราจะต้องมีการศึกษาเพื่อการปรับปรุงแก้ไข ในส่วนตัวผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมต่อสู้เพื่อโอกาสในการศึกษาของนักเรียน ที่ยากจนมาตลอด และการอภิปรายในสภาของผมนี้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ผมพูดเรื่องนี้มาโดยตลอด เรื่องอื่นผมไม่ได้พูดเลยครับ เพราะผมต้องการที่จะรักษาหลักการและจิตวิญญาณที่จะให้ โอกาสกับคนยากคนจนได้มีโอกาสเรียนหนังสือ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่ผมอยากให้ที่ประชุมแห่งนี้ ได้บันทึกไว้และตระหนักถึงความสำคัญของมัน

ประการที่ ๒ ปัญหาของ กยศ. ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมากมาย แต่ผมอยากจะชี้ประเด็นในเชิงการบริหารที่สำคัญครับ กยศ. ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ กระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นกระทรวงการคลังจึงกำกับ กยศ. ด้วย พ.ร.บ. บริหารราชการ แผ่นดินและกฎระเบียบของทางราชการ และจากกฎระเบียบของทางราชการนี้เองทำให้ กองทุน กยศ. ต้องฟ้องร้องต้องเรียกเงินคืนจากผู้กู้ทั้งหลาย และในที่สุดก็บังคับให้ กยศ. ต้องฟ้องศาล สิ่งเหล่านี้เกิดปัญหาตามมามากมายที่เพื่อนสมาชิกได้พยายามอภิปรายและหา มาตรการในการแก้ไข แต่ผมคิดว่าการแก้ไขมาตรการเหล่านั้นเป็นเรื่องปลายเหตุ ต้นเหตุของมัน ก็คือการปฏิบัติตามระบบราชการ ตามระเบียบราชการที่กระทรวงการคลังไม่มีทางเลือก เพราะเราได้วางโครงสร้างของกองทุนนี้ให้อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง และระบบราชการกฎระเบียบของกระทรวงการคลังนี้เองที่เป็นตัวสำคัญในการทำลาย จิตวิญญาณและชีวิตของบริการสาธารณะหรือพับบลิก กูดส์ (Public goods) ของกองทุน กยศ. นี้เอง เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาของ กยศ. เราจะต้องแยกกองทุนนี้ออกจากระบบ ราชการแล้วก็รักษาหลักการและจิตวิญญาณที่ผมได้กล่าวไว้แล้วเพื่อให้โอกาสกับคนยากคนจน ทั้งประเทศสามารถที่จะเรียนมหาวิทยาลัย มีงานทำและมีรายได้ได้ครับ การไม่สามารถชำระ กองทุน กยศ. นี้อีกด้านหนึ่งถือว่าเป็นความล้มเหลวทางด้านการศึกษาของเรา ก็คือ การศึกษาของเราไม่สามารถที่จะปลูกฝังศีลธรรม จริยธรรม สำนึกความรับผิดชอบต่อตนเอง และส่วนรวมให้กับนักศึกษาได้ การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะต้องกลับไปที่มหาวิทยาลัยด้วย เช่นเดียวกันและโรงเรียนด้วย เพราะฉะนั้นความสำเร็จของ กยศ. ผมขออนุญาตย้ำว่า ความสำเร็จของ กยศ. คือการช่วยให้คนยากคนจนได้มีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัย มีงานทำ มีรายได้ ไม่ใช่การไล่จับฟ้องร้องเพื่อให้บังคับชำระหนี้โดยใช้อำนาจของศาล ด้วยเหตุผล ดังกล่าวนี้เองผมคิดว่าประเด็นที่เราจะต้องรักษาไว้ให้ชัดเจนในคณะกรรมาธิการที่เราจะ จัดตั้งขึ้นก็คือชีวิตและจิตวิญญาณของกองทุน กยศ. ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว และสิ่งที่เราจะต้อง ศึกษาเพื่อการแก้ไขให้ชัดเจนก็คือการแยกการกำกับกองทุน กยศ. ออกจากระบบราชการ เพื่อที่จะให้กองทุน กยศ. นี้ไม่ตกภายใต้ข้อบังคับของระเบียบราชการที่จะต้องฟ้องร้อง เพราะถ้าไม่ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็จะต้องเป็นผู้รับผิดเอง เมื่อเจตนารมณ์ที่ดี การเกิดของกองทุน กยศ. เกิดด้วยตัวอย่างของคนยากคนจนที่ได้มีโอกาส เป็นนายกรัฐมนตรี เช่น นายชวน หลีกภัย ดังนี้ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ผมคิดว่าตรงนั้นคือหัวใจของมันครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฝากว่า เราจะต้องแก้เรื่องนี้แต่รักษาจิตวิญญาณที่นายชวน หลีกภัย ได้ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นครับ ขอขอบพระคุณครับ