โกวิทย์ พวงงาม หารือแนวทางการบริหารจัดการกองทุน กยศ. โดยเน้นย้ำวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาการกู้ยืมที่ควรสอดคล้องกับความสามารถในการใช้คืน รวมถึงเสนอให้ปฏิรูปเป็นกองทุนอุดหนุนการศึกษาเพื่อเน้นสนับสนุนผู้เรียนดีแต่ยากจน และเรียกร้องให้มีการจัดทำข้อมูลนักเรียน-นักศึกษาอย่างชัดเจนจากทุกสถานศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรองรับการพิจารณาของกรรมาธิการอย่างรอบด้าน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้กระผมขอถือโอกาสได้มีส่วนร่วมในการอภิปราย ญัตติที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงในการหาแนวทาง การบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือที่เรียกย่อว่า กยศ. ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายหลายประเด็นที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกันหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการบริหารจัดการกองทุนก็ดี การพูดถึงการเยียวยาช่วยเหลือชำระหนี้ หรือบ้างก็เสนอ ให้มีการพักหนี้แล้วก็เงินกู้ที่กู้ไปไม่มีดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งปรับวิธีการของกองทุนให้เป็นเงินอุดหนุน หรือเงินให้กับนักเรียนที่ยากจน ที่เรียนดี เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าถ้าเราไปดูในวัตถุประสงค์ของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินกู้ให้ยืม เพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ มีวัตถุประสงค์สำคัญว่าให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ย้ำนะครับ การขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการศึกษาครองชีพระหว่างการศึกษา อันนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักที่ผมจะกล่าวไว้เพื่อ จะได้อภิปรายให้ตอบโจทย์ในสิ่งที่เป็นวัตถุประสงค์ แต่การเปลี่ยนแปลงกองทุนเป็นอย่างอื่น อาจจะต้องพิจารณาว่าจะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติหรือจะต้องแก้ไข พ.ร.บ. นี้หรือไม่ อย่างไร ตามที่สมาชิกหลายท่านได้กล่าวถึง ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วได้รับรู้ถึงปัญหาของนักศึกษา เป็นอย่างดี แล้วก็มีส่วนที่จะเซ็นค้ำประกันให้ผู้กู้ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ก็มากราย แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าการที่นักศึกษาได้มากู้เงินแล้วก็ มีส่วนที่อาจารย์หรือในมหาวิทยาลัยได้พิจารณาว่าคนนี้ขาดแคลนทุนทรัพย์มันเป็นประเด็น เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่าประเด็นขาดแคลนทุนทรัพย์ก็เป็นประเด็นในการให้กู้เหมือนกัน
ในส่วนที่ ๒ ผมว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไว้น่าสนใจก็คือว่าหากเขาได้ทำงาน เมื่อจบการศึกษาก็จะไม่เป็นประเด็นในการติดหนี้ กยศ. แต่ผมคิดว่าประเทศเรายังมีปัญหา การศึกษาที่ไม่สามารถทำให้คนมีงานทำได้ การศึกษาเพื่อการมีงานทำจึงเป็นโจทย์ที่อาจจะ แก้เรื่องของ กยศ. ได้ แต่การตกงานของผู้ที่จบการศึกษาก็เป็นประเด็นใหญ่ของประเทศ เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาควบคู่กันไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดและถ่องแท้ แล้วก็ให้ตรงจุดตรงประเด็นว่า เราจะดำเนินการอย่างไรเพื่อจัดการกับกองทุนเพื่อให้เด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แล้วได้เงินนี้ ไปเยียวยา ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เราคาดหวังในการใช้เงินเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ให้มากที่สุด ผมมีสัก ๓-๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าถ้าเรามาตีโจทย์ว่าการบริหารกองทุนมันเป็นปัญหา ปัญหามันอยู่ตรงไหน ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งการให้กู้ผมเคยถามเด็กว่าเขาเข้าใจ หรือไม่ว่ากู้จะต้องใช้หนี้ ผมว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เข้าใจว่ากู้แล้วต้องใช้หนี้ เขานึกว่า เงินที่ได้ไปจะเป็นเงินให้เปล่าด้วยซ้ำไป นี่คือเป็นประเด็น เมื่อคิดว่าไม่ใช้หนี้เขาก็ละเลย แต่อย่างไรก็ตามยังมีโจทย์อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าผมอยากจะเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยแล้วก็ วิทยาลัยหรือโรงเรียนก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับการทำข้อมูลเกี่ยวกับเด็กยากจน เด็กขาดแคลน ทุนทรัพย์ พิจารณากันยากมากว่าใครขาดแคลนทุนทรัพย์ เพราะว่าเด็กที่มากู้ส่วนใหญ่ก็บอกว่า ขาดแคลนทั้งนั้น แล้วก็มาแจกแจงดู บางทีเราไปดูในทะเบียนแล้วพ่อแม่ก็มีงานทำ พ่อแม่ก็มีเงินเยอะอยู่แต่ยังกู้ แบบนี้ก็ต้องพิจารณาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์ ของการให้กู้ถ้าขาดแคลนทุนทรัพย์มหาวิทยาลัยจะต้องทำทะเบียนหรือข้อมูลนักศึกษาไว้ เป็นทะเบียนเลยว่า อย่างไรคือขาดแคลนทุนทรัพย์ เพราะว่านักศึกษาปัจจุบันก็มีหลายประเภท บางทีเขาอยู่ กับยาย บางทีเขาไม่มีผู้ที่ส่งเสียให้เล่าเรียน โดยเฉพาะผู้ปกครองอาจจะแยกกันอยู่เป็นต้น เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาให้รอบคอบทุกอย่างเพื่อจะทำให้การปล่อยเงินกู้หรือการให้เงิน ตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ที่เขาขาดแคลนทุนทรัพย์จริง ๆ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนนะครับ นี่เป็นประการที่ ๒
ประการที่ ๓ ผมอยากจะเรียนว่าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ต้องประชาสัมพันธ์ ที่ผมบอกว่าบางทีต้องให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาด้วยว่าเขาอาจจะไม่เข้าใจแล้วก็ต้อง สร้างความรู้ความเข้าใจให้เกิดขึ้นให้มากว่า เมื่อกู้เงินไปแล้วจะต้องผูกพันอย่างไรบ้าง นี่คือประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะฝากไว้
อย่างไรก็ตามเรื่องการมีงานทำที่ผมพูดถึงก็เป็นประเด็น รัฐบาลเองจะต้อง ไม่ละเลยในการวางเป้าหมายในการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ แล้วนี่ละมันจะเป็นส่วนช่วย ที่สำคัญที่ทำให้ผู้ที่กู้ยืมเงินนี้ไปจะได้มีโอกาสใช้หนี้ต่อไป ผมคิดว่าประเด็นหลายประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดสิ่งที่สมาชิกได้เสนอ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นมาจะต้องเก็บเกี่ยวประเด็นที่ผมได้พยายามสรุปแล้วว่ามันมีหลายประเด็นที่จะต้อง คุยกัน ผู้ที่เป็นกรรมาธิการจะต้องเก็บเกี่ยวข้อมูลทั้งหลาย มีประเด็นตั้งแต่ว่ากองทุนนี้จะต้อง เปลี่ยนแปลงไปสู่การให้นักศึกษาเป็นการให้นักเรียนที่ยากจนแล้วเรียนดีเป็นต้น หรือจัดการ เปลี่ยนชื่อกองทุนใหม่เป็นกองทุนอุดหนุนการศึกษาเป็นต้น นี่เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนไปข้างหน้าให้มี ประสิทธิภาพถ้าไม่มีการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำอย่างไรกับการให้กู้ต่อไป ผมเสนอ ให้ทำข้อมูลทั้ง กยศ. เองก็จะต้องมีข้อมูล โดยเฉพาะการนำข้อมูลจากโรงเรียน จากวิทยาลัย มหาวิทยาลัยให้ชัดเจน แล้วก็ทำข้อมูลคนที่ยากจนอาจจะตามเกณฑ์ที่ว่า แต่การมาเสนอนี่ สำคัญต้องฝากไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งจะต้องทำทะเบียนข้อมูลให้ชัดเจน ผมเข้าใจว่า ทะเบียนนักศึกษาที่มีอยู่นั้นไม่สามารถที่จะทำให้ครอบคลุมได้ แต่ละคณะต้องไปทำว่า เด็กแต่ละประเภทมันมีปัญหาต่างกัน แต่ละปัญหาต้องแยกแยะแจกแจงให้ชัดเจน เพื่อทำให้ การบริหารกองทุนนั้นไปตอบโจทย์อย่างที่ผมกล่าวแล้ว สิ่งที่ผมพูดมาผมอยากจะกราบเรียนว่า ต่อไปนี้กรรมาธิการจะต้องไปพิจารณาเพื่อนำข้อมูลส่วนหนึ่งที่ผมได้เสนอไป กับอีกส่วนหนึ่ง ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเพื่อจะทำให้เปิดความคิดที่กว้างขวาง เพราะมันเป็นปัญหาใหญ่ แล้วละในการเยียวยาให้ทุนการศึกษากับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แล้วเราจะรู้ข้อมูลว่า การขาดแคลนทุนทรัพย์ของนักศึกษาในปัจจุบันมีเท่าไร อย่างไร นี่คือข้อมูลที่ผมได้เสนอ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณครับ