ปดิพัทธ์ ชี้ปัญหาหนี้ กยศ. เรียกร้องปฏิรูปเพื่อความเท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒

ปดิพัทธ์ สันติภาดา หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษา โดยเฉพาะกรณีกองทุน กยศ. ที่ก่อหนี้สูงและมีเงื่อนไขเข้มงวด จนส่งผลกระทบต่อผู้กู้ รวมถึงผู้ที่เคยต้องโทษจำคุกและผู้ได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวของรัฐ จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบายการเก็บหนี้และปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เป็นสิทธิที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมในบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมขอใช้โอกาสนี้เป็นตัวแทนของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากกองทุน กยศ. ผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปี ๒๕๔๒ กองทุน กยศ. เกิดขึ้นในปี ๒๕๓๙ ครอบครัวของผม ประสบภาวะเศรษฐกิจในวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งทำให้ผมสามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดีได้ ในมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ทำให้ผมมีโอกาสที่ดีจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นผมเห็นชัดเจนว่า กองทุน กยศ. เป็นกองทุนที่มีความสำคัญในการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษา แต่ในเมื่อเราใช้ กองทุน กยศ. มากว่า ๒๐ ปีแล้ว และเกิดสภาวะหนี้มากมายขนาดนี้ผมคิดว่าถึงเวลา ที่ต้องทบทวนว่ากองทุน กยศ. ของเรายังตอบโจทย์การศึกษาในปัจจุบันนี้และเป็นการผลิตคน ที่มีคุณภาพให้กับประเทศนี้ได้จริงหรือเปล่า และผมเข้าใจหัวอกของผู้กู้ ผู้ค้ำประกัน แล้วก็คนที่ได้รับผลกระทบจาก กยศ. ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาของ กยศ. เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นเอง เพราะจริง ๆ แล้วการที่ผู้คนในประเทศนี้ประสบภาวะ หนี้สินมากมายขนาดนี้เป็นผลผลิตจากโครงสร้างระบบการศึกษาที่มีความเหลื่อมล้ำสูง ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและปัญหาความรุนแรงของการว่างงาน ถ้าเราถอย ออกมาในมุมมองที่กว้างขึ้น คำถามที่สำคัญกว่าว่าเราจะเก็บหนี้อย่างไร เราควรจะถามว่า การศึกษาและสวัสดิการสังคมของประเทศนี้เป็นอย่างไรที่ทำให้เกิดลูกหนี้สะสม ๕,๖๐๐,๐๐๐ คน มูลค่าเงินกู้กว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และร้อยละ ๖๑.๖ เป็นการผิดชำระหนี้ เราลองคิดง่าย ๆ ถ้าเราจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างง่ายที่สุด เราก็แค่เปลี่ยนนิยามของเงินกู้ กยศ. ให้เป็นเงินบริจาคก็ได้ และปัญหาหนี้ก็จะหายไปหมดเลย ถ้า กยศ. ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ลอง ปรึกษา กกต. ดูนะครับ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการ โดยเน้นถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการเข้าถึงโดยมุมของผู้กู้เป็นหลัก ผู้กู้ไม่สมควรจะต้อง ถูกมองว่าเป็นจำเลยในเรื่องนี้ การที่นักเรียนคนหนึ่งเข้าสู่การหาแหล่งเงินทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาควรจะเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจว่าเขาสามารถรับผิดชอบการเรียนของเขาเองได้ แต่ท่านประธานครับ การเข้าไปสู่กระบวนการกู้ยืมนี้ผมเข้าไปด้วยตัวเองพบว่าผู้กู้จะต้อง พิสูจน์ความยากจน จะต้องหาผู้ค้ำประกันที่เป็นข้าราชการด้วยซ้ำไป รวมถึงการเข้าสู่สัญญา เงินกู้ตอนอายุ ๑๘ ปีที่ตัวเองไม่มีความรู้ที่ชัดเจน ไม่รู้ว่าจะต้องมีการผ่อนชำระเมื่อไร อย่างไร มีอัตราดอกเบี้ยเท่าไร แน่นอนมีสัญญา แต่ถ้าท่านนึกถึงนักเรียนอายุ ๑๘ ปีที่ต้องทำ สัญญาเงินกู้เป็นฉบับแรกในชีวิตของเขา ผมคิดว่าเรื่องนี้เราจำเป็นต้องปฏิรูประบบการรับรู้ ของผู้กู้ด้วย ท่านประธานครับ นักเรียนหลายคนไม่ได้มีปัญหาแค่ความยากจนเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของครอบครัวด้วย หลายคนตอนนี้บริบทของปีนี้เทียบกับ ๒๐ ปีก่อน เราพบว่ามีนักเรียนที่อยู่กับครอบครัวที่เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมากขึ้นหรือว่าไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มากขึ้น ภาวะของค่าเล่าเรียนที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่สูงขึ้นสวนทางกับค่าแรงขั้นต่ำ ภาวะว่างงานและภาวะตกงาน เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถใช้โจทย์ของการเก็บหนี้ กยศ. ๒๐ ปีเหมือนแบบเดิมได้นะครับ เราจำเป็นต้องปฏิรูปทั้งระบบ และแน่นอนว่าต้องไปถึงระบบของสิทธิในการศึกษาด้วย ลักษณะของผู้กู้ผมอยากจะขอนำเสนอเรื่องของลักษณะต้องห้ามบางประการที่ทำให้ผู้กู้ จะต้องพิสูจน์ตัวเองไม่ใช่แค่ว่าตัวเองจนพอที่จะกู้หรือเปล่านะครับ แต่ต้องเป็นคนดีพอที่จะกู้ ด้วยหรือเปล่า ผมไม่ได้ปฏิเสธความดีนะครับ แต่มันหมายความว่าเรากำลังสะท้อนว่ารัฐไม่ได้ มองว่าการศึกษาเป็นสิทธิที่รัฐจะต้องพยายามให้ประชาชนทุกคนเข้าถึง แต่ประชาชนจะต้อง ใช้ความพยายามเข้าถึงการศึกษาโดยพึ่งพาการพิจารณาจากรัฐเป็นหลักนะครับ คุณสมบัติ ของตัวผู้กู้มีหลายอย่างที่ต้องทบทวน เช่นจะต้องเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ต่อสังคมและสาธารณะ ในช่วงที่ปีการศึกษาก่อนหน้าที่จะกู้จะต้องมีหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการที่เป็น ประโยชน์ต่อสังคมและสาธารณะที่น่าเชื่อถือ มีจำนวนชั่วโมงกำหนดเพื่อให้ผู้ขอรับ ทุนการศึกษาใช้คืนได้ในแต่ละกลุ่ม ซึ่งแน่นอนครับนิยามในการที่เราจะให้ประชาชนไทย โดยเฉพาะนักเรียนมีจิตสาธารณะ มีจิตอาสาเป็นเรื่องดีนะครับ แต่สิ่งนี้ไม่ควรจะมาเป็น เงื่อนไขนะครับ ถ้านักเรียนคนนั้นไม่สามารถจัดสรรเวลาได้ ถ้านักเรียนเหล่านั้นต้องช่วย พ่อแม่ทำงาน เขาไม่มีเวลาว่างที่จะมาเก็บชั่วโมงอาสาเหล่านี้ นี่ไม่ควรจะเป็นข้ออ้างในการที่ ทำให้เขาไม่สามารถกู้เงินได้นะครับ ท่านประธานครับ อีกอย่างหนึ่งที่เป็นเงื่อนไขที่เรา จำเป็นต้องพิจารณาก็คือรายได้ครอบครัวที่ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อปีนะครับ ตัวเลขนี้ มีการปรับลดลงเนื่องจาก กยศ. อ้างว่ามีจำนวนเงินกองทุนลดลง แต่ถ้าเราดูตัวเลขนี้ดี ๆ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปี ถ้ามีพ่อแม่ทำงานทั้งคู่จะตกอยู่ที่คนหนึ่งมีเงินเดือนแค่ ๘,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ท่านลองจินตนาการดูนะครับว่าครอบครัวที่มีรายได้ของพ่อและแม่ เดือนละ ๘,๐๐๐ บาท จะมีสถานะในการใช้ชีวิตอย่างไร และท่านประธานครับ พวกเราทุกคน รู้ดีว่าทุกวันนี้แม้แต่พ่อแม่ที่มีเงินเดือนถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่สามารถส่งลูกเรียน ในมหาวิทยาลัยที่มีค่าเล่าเรียนแพงขึ้นทุกปีได้ เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์พวกนี้ควรจะต้องมี การทบทวนใหม่ทั้งหมดเพื่อการเข้าถึงสิทธิของนักเรียนจะต้องได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกันครับ

อีกอันหนึ่งที่เป็นคำถามสำคัญ อาจจะเป็นเรื่องของความดีก็ได้ ก็คือผู้กู้ที่จะ เข้ากู้แล้วก็เข้าเรียนในสถานศึกษาได้จะต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ที่ได้รับโทษจำคุกนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้จำเป็นต้องศึกษาให้ละเอียดรอบคอบเพราะผู้ที่เคยจำคุกนั้น มีจำนวนมากที่สมควรได้รับโอกาสในอาชีพ แล้วก็การกู้ยืมในระบบการศึกษาอาจจะเป็น ลู่ทางหนึ่งในการที่ทำให้เขาสามารถกลับตัวและสร้างอาชีพได้ การที่เราบอกว่าผู้ที่เคยถูก รับโทษจำคุกและเรายังตัดสิทธิในการศึกษาเขา ยังตัดสิทธิในการเช่นทำใบประกอบใบขับขี่ สาธารณะแบบนี้ทำให้หลายคนที่อาจจะผิดพลาดในอดีตไม่สามารถจะมีต้นทุนในการที่เขาจะ สามารถกลับมายืนหยัดแล้วก็ทำอาชีพอย่างสุจริตได้ แน่นอนครับเรื่องนี้จำเป็นต้องพิจารณา ข้อกฎหมายนะครับ มิติทางสังคมแล้วก็มิติทางความยุติธรรมให้รอบคอบ แต่ผมเห็นว่า เราจำเป็นต้องกลับมาทบทวนเรื่องนี้ ท่านประธานครับ สำหรับผู้ที่ผิดชำระหนี้ผมเห็นด้วยกับ ผู้อภิปรายหลายท่านว่าเราไม่ควรจะตกใจว่า ๒.๒ ล้านคนเป็นคนไม่ดีทั้งหมด เราจำเป็นต้อง ทำข้อมูลให้ละเอียดว่า ๒.๒ ล้านคนที่ผิดชำระหนี้นั้นมีกลุ่มใดบ้าง ยกตัวอย่างถ้าบัณฑิต คนหนึ่งจบมาแล้วก็อยากจะเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่แต่ปรากฏว่าเขาไปทำเกษตรในพื้นที่ที่รัฐ ละเลยผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ำ และผลผลิตในปีนั้นที่เขาลงทุนทั้งหมดนั้นหายไปกับ สายน้ำ คำถามคือเขาจะเอาที่ไหนมาใช้หนี้ ลำพังแค่เงินชดเชยของรัฐบาลที่ให้เขาในเรื่อง ของความผิดพลาดของรัฐเองยังไม่สามารถชดเชยผลผลิตที่เขาเสียไปกับการบริหารจัดการน้ำ ที่ผิดพลาดได้เลย และเขาจะเอาที่ไหนมาใช้หนี้ นี่เป็นกลุ่มใหญ่นะครับ แล้วก็เมื่อเราไปรวม กับหนี้ของ ธ.ก.ส. ของพ่อแม่ด้วย ลูกก็ติดหนี้ กยศ. สภาพที่เกษตรกรรุ่นใหม่จะเกิดขึ้น ในประเทศนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ทำให้จะต้องเกิดการที่เขาจะต้องสู่ระบบแรงงาน ที่มีคุณภาพต่ำเพื่อจะได้เงินรายวัน เพื่อจะได้ชำระหนี้ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ฉุดรั้งประเทศไทย ของเราจากการพัฒนานะครับ ถ้าเราบอกว่าเราจะมีประเทศไทย ๔.๐ แต่บัณฑิตของเรา จบออกมาด้วยหนี้ก้อนโต ไม่มีใครกล้าลงทุนกล้าเสี่ยงครับ ไม่มีใครคิดจะทำสตาร์ตอัป (Startup) ที่พร้อมจะไม่ประสบความสำเร็จได้ตลอดเวลา เพราะทุกคนอยู่ในกับดักของเรื่องนี้ ท่านประธานครับ เรื่องช่วงอายุของผู้กู้กับภาระในชีวิต ก็เป็นเรื่องสำคัญนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกของผม ดอกเตอร์วิโรจน์ได้อธิบายให้ฟังแล้วว่า ช่วงเวลาที่มีการผิดชำระมากที่สุดอยู่ในปีที่ ๙ ปีที่ ๙ ก็คือช่วงอายุประมาณ ๓๐ ปี ที่มีการสร้างเนื้อสร้างตัวสร้างอาชีพที่มั่นคง แล้วก็มีการแต่งงาน มีบุตร รวมถึงการดูแล พ่อแม่ที่สูงอายุด้วย เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะให้ กยศ. เป็นกองทุนที่มีความสามารถ เชี่ยวชาญในการเก็บหนี้ แต่ควรจะเป็น กยศ. ที่มีความสามารถเชี่ยวชาญในการพัฒนาคน และมองคนให้ครบทุกมิติไปด้วยกัน ท่านประธานครับ ความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล ในปีนี้จึงเป็นบริบทที่เร่งด่วนที่ทำให้เราต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญในปีนี้ เราไม่สามารถ จัดการหนี้ กยศ. ในบริบทที่อยู่ในรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ แต่เรากำลังจะมีการจัดการหนี้ กยศ. ในรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารเศรษฐกิจ ท่านลองคิดดูนะครับ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและความล้มเหลวของเศรษฐกิจในประเทศนี้ ถ้าคนจบออกมา เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งในจังหวัดพิษณุโลกหาแทบไม่ได้เลยนะครับ ตอนนี้คนที่จบ ปริญญาตรีมาในจังหวัดพิษณุโลกนี้อาจจะมีเงินเดือนแค่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง พวกเขาต้องมีค่าเดินทาง มีค่าเช่าบ้าน พวกเขาจะต้องมีค่าอาหาร จะต้องดูแลพ่อแม่อยู่ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นั้นผู้กู้จะสามารถ ชำระเงินกู้ได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอโดยไม่ผิดพลาดเลย เพราะฉะนั้นคำว่า เซฟตีเนตส์ (Safety nets) หรือว่าการที่เรามีมาตรการรองรับ ไม่ว่าจะเป็นการตกงาน การว่างงานหรือ แม้แต่มาตรการของรัฐที่ผิดพลาด เราไม่ควรจะผลักภาระนี้ให้เป็นหน้าที่ของประชาชน ในการชำระหนี้และถูกมองว่าเป็นตัวร้ายที่ทำให้เงินทุนของ กยศ. นั้นมีปัญหาได้ ท่านประธานครับ สรุปตอนนี้คนไม่มีงานทำ ไม่มีเงินออม ไม่มีเงินชำระหนี้ เพราะฉะนั้นเรา อย่าคิดเลยนะครับว่าประชาชนในประเทศไทยจะมีเงินเพื่อลงทุนในเรื่องที่จะทำให้เขา มีคุณค่ามากขึ้น จะมีเงินซื้อ จะมีเงินท่องเที่ยวในต่างประเทศที่มีคุณภาพดี จะมีเงิน ในการลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพราะมันมีหนี้สูง ค่าครองชีพสูง ตอนนี้วิธีคิดของคนในประเทศนี้ ก็คือเป็นเหมือนหนูที่วิ่งอยู่ในลู่ ทำงานหนัก วิ่งไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้แล้วก็ รอการเลี้ยงดูจากรัฐ ถ้าเราเป็นไปอย่างนี้ผมว่าการศึกษาหนี้ กยศ. จะทำให้เราเข้าใจระบบ โครงสร้างของประเทศนี้ที่ซับซ้อนและเป็นระบบโครงสร้างที่ผลิตหนี้มหาศาลนะครับ ผมยังไม่ได้พูดถึงหนี้ของครูนะครับ ซึ่งครูก็ต้องไปค้ำประกันสิทธิอีกนะครับ เพราะฉะนั้น มันซับซ้อนมาก หนี้ ธ.ก.ส. หนี้นอกระบบที่มีอีกมากกว่าเท่าตัว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ จากเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าการที่เราจะต้องนำเสนอมาตรการแก้ไข ผมนำเสนอว่ากรรมาธิการ ชุดนี้ไม่ควรจะศึกษาแค่เรื่องของการชำระหนี้ แต่ควรจะต้องนำเสนอมาตรการที่ก้าวหน้า ไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง หรือแม้แต่ท้องถิ่นต่าง ๆ ที่จะสามารถจัดการ ปัญหานี้ด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจึงเห็นควรอย่างยิ่งที่เราจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาการแก้ปัญหาหนี้ กยศ. นี้และขยายผล ควรจะต้องทำให้เราเห็นว่าเราจะ สามารถจัดการการศึกษาของประเทศนี้อย่างเท่าเทียมกันได้อย่างไร จนกว่าเราจะมี การศึกษาที่คุณภาพและเป็นสิทธิโดยที่ไม่ต้องมีเยาวชนของประเทศไทยจะต้องบากหน้า เป็นคนยากจนที่จะต้องไปขอกู้ยืมอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ