สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒

เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เสนอญัตติเกี่ยวกับการศึกษา และขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการสอบสวนปัญหาการตรวจสอบการชำระหนี้ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยชี้ว่ามีปัญหาทั่วประเทศที่มีผลกระทบต่อผู้กู้ยืม และเรียกร้องให้รัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาความยากจน ขาดวินัยทางการเงิน และขาดจิตสำนึกในการชำระหนี้ และให้เน้นบุคคลกลุ่มนี้เป็นหลักในการจ้างงานเพื่อให้ได้รายได้มา ชำระหนี้ และได้มีโอกาสทำงาน นอกจากนี้ยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อการศึกษาปลดภาระผู้ค้ำประกันที่ไม่ใช่คนในครอบครัว และเสนอให้ยกเลิกการค้ำประกันของผู้ที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือผู้ปกครอง

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผม ขอเสนอญัตติที่เกี่ยวกับการศึกษา กยศ. กับขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาสอบสวนปัญหาระบบการตรวจสอบการชำระหนี้ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ปัญหาการให้กู้ยืมเงิน กยศ. มีปัญหาทั่วประเทศ และมีผลกระทบต่อคน ที่กู้ยืมทั่วประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกู้ยืมไปแล้ว และการใช้เงินคืนบางครั้งอาจจะเป็นไป ได้ยาก ซึ่งแต่ละคนมีความไม่พร้อม ความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งการกู้ยืมเงินกองทุน เพื่อการศึกษานี้ประมาณ ๕,๗๐๐,๐๐๐ รายที่กู้ยืมไป และชำระไปแล้วก็หลายราย ที่ยังค้างอยู่ คือ ๓ ล้านกว่ารายนี้ เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ยังไม่ได้ใช้จ่ายให้กับกองทุน ซึ่งการใช้จ่ายนี้บางรายอาจจะทราบดีว่าบุคคลเหล่านั้นไม่มีความพร้อม คนที่ยังไม่ได้ใช้จ่ายนี่คือ ยังไม่มีงานทำ ที่ไม่มีงานทำบางครั้งจำเป็นต้องหาทางศึกษาข้อนี้ให้ดีว่าทำอย่างไรเขาจะหาเงิน มาชำระใช้จ่ายให้กับ กยศ. ส่วนนี้ เพราะว่าการใช้จ่ายในเมื่อตัวเองยังไม่มีงานทำไม่สามารถ ที่จะหาเงินมาใช้จ่ายได้ ก็ต้องเห็นใจเขา และทางรัฐบาลต้องหาทางออกให้เขา เพราะบุคคล กลุ่มนี้เขาไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้ได้ จึงขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อดูรายละเอียด เรื่องนี้ สาเหตุการชำระหนี้คือความยากจน ขาดวินัยทางการเงิน และขาดจิตสำนึก ในการชำระหนี้ ความยากจนเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ได้มีติดตัวมาเพื่อเป็นการต่อรอง แต่มีมา โดยการเลือกเกิดไม่ได้ และสิ่งนี้อยากจะให้รัฐเข้ามาแก้ไขโดยการหาบุคคลกลุ่มนี้เพื่อที่จะให้ เขามีโอกาสได้ชำระเงินให้กับ กยศ. ได้ โดยทางภาครัฐที่ต้องการทำงานส่วนต่าง ๆ ที่ภาครัฐ ต้องการจะจ้างงานอยากจะให้เน้นบุคคลกลุ่มนี้เป็นหลัก เพื่อที่จะให้บุคคลกลุ่มนี้มีรายได้ ขึ้นมา และจะได้เอาเงินก้อนนี้มาชดใช้กับหนี้สินที่เขากู้ยืมไป และเพื่อให้เขาได้มีโอกาส ทำงานจะได้ไม่ถูกตราหน้าว่าเขาเป็นหนี้ กยศ. แล้วไม่ได้ชดใช้ แล้วมีอีกสิ่งหนึ่งที่ภาครัฐ ต้องเข้าไปดูแลคือการอบรม การจะปล่อยกู้ ไม่ใช่ว่าต้องการปล่อยกู้ไปแล้วต้องการให้ตัวเลข ขึ้นมา ให้ กยศ. มีตัวเลขขึ้นมาว่าโอเค (OK) ปีนี้รัฐสามารถปล่อยกู้ไปได้เท่าไรแล้ว ความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ หรือที่ท่านกมลศักดิ์ที่เมื่อสักครู่อภิปรายไปว่ามีบางที่เขาไม่ได้ต้องการกู้โดยเจตนา มีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปในสถานศึกษาเพื่อต้องการทำยอดรายได้การกู้ให้กับ กยศ. ส่วนนี้ต้องปรับความเข้าใจให้กับทางคนที่กู้ว่าเราจะกู้เพื่ออะไร แล้ววินัยการกู้ การชำระเงิน จะจ่ายอย่างไรถึงจะได้ ถ้าเขาจบมาแล้วไม่มีงานทำภาครัฐจะต้องเพ่งเล็งจุดนี้ให้เป็นพิเศษ เพราะว่าจุดนี้ที่เขาอยู่ถ้าเกิดเขาไม่มีงานทำเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะมาใช้จ่ายเงินได้ ภาครัฐที่ลงทุน ในการแจกเงิน อะไรต่ออะไรให้กับประชาชนทั่วไป อยากจะให้เน้นบุคคลกลุ่มนี้เป็นสำคัญครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบ และต้องการ ให้พิจารณาเป็นพิเศษคือกลุ่มบุคคลที่ไปค้ำประกัน อย่างเช่น ครูที่ไปค้ำประกันให้ลูกศิษย์ ที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ที่ไปค้ำประกันให้กับลูกศิษย์ อันนี้มีปัญหามาก เพราะว่าบุคคลกลุ่มนี้เขาจะมีปัญหาคือโดนสังคมต่อว่า โดนญาติพี่น้องที่บอกว่าทำไมคุณครู ต้องไปค้ำประกันให้เขาจนถูกฟ้อง ตอนนี้มีหลายรายที่มาขอความเห็นใจ ขอความเป็นธรรม ว่าเขาไปค้ำประกันให้ลูกศิษย์ จากการค้ำประกันให้ลูกศิษย์นี้บางครั้งครูที่เขาไปค้ำประกัน ให้ลูกศิษย์ ๑๐ ราย ตอนนี้ถูกฟ้องประมาณ ๖ ราย ๗ ราย มีอยู่ ๒-๓ รายที่เขามีงานทำ ที่เขาไม่ถูกฟ้อง ๖-๗ รายนี้เป็นภาระให้กับทางคนที่ค้ำประกัน คนที่ค้ำประกันถ้าเป็นพ่อเป็นแม่ อาจจะไม่มีปัญหาอะไร เป็นญาติพี่น้องก็คงมีปัญหาน้อย แต่คนที่เป็นครูที่เขาเกษียณมาแล้ว ยังต้องรับภาระส่วนนี้มา ซึ่งส่วนนี้อยากจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อตัด การค้ำประกันของบุคคลกลุ่มนี้ออกไปโดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบ และการรับผิดชอบส่วนนี้ อยากจะให้ทางญาติพี่น้องหรือว่าผู้ปกครองบิดามารดาเป็นผู้รับผิดชอบ กระผมจึงขอให้ ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อการศึกษาปลดภาระผู้ค้ำประกันที่ไม่ใช่คนในครอบครัว แก้ปัญหาคนค้ำประกันเดือดร้อนจากการมารับใช้หนี้แทนผู้กู้ครับ และเสนอปลดภาระ ผู้ค้ำประกันที่มิใช่บิดามารดาหรือญาติ ซึ่งมีแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒๕,๐๐๐ คน ที่คิดว่าปัจจุบันนี้ติดตามหนี้กับผู้กู้ยืม ซึ่งมีเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้นทาง กยศ. ก็สามารถ ติดตามได้โดยง่ายนะครับ และไม่ทำให้บุคคลภายนอกที่มิใช่คนในครอบครัวเดือดร้อน สาเหตุส่วนใหญ่ ๓ ประการหลัก ก็คือความยากจน ขาดวินัยทางการเงิน ขาดจิตสำนึก ๓ อย่างนี้ถ้ามีการอบรม มีการปรับความเข้าใจในการกู้ยืมเงินก็คงจะเป็นผลดีกับทางรัฐบาล ขอบคุณมากครับ