ประกอบ ชี้จุดอ่อนรัฐธรรมนูญ มาตรา 91-144 ขัดเสรีภาพ-เสนอทบทวนผ่านมาตรา 256

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒

ประกอบ รัตนพันธ์ หารือจุดอ่อนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเฉพาะมาตรา 91 ที่ใช้ระบบบัตรใบเดียวซึ่งจำกัดเสรีภาพประชาชนในการเลือกตั้ง และมาตรา 144 ที่ห้าม ส.ส. เสนอแก้ไขงบประมาณ จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนและปรับปรุงผ่านมาตรา 256 เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและเพิ่มบทบาทของประชาชนและตัวแทนในการมีส่วนร่วมตัดสินใจ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมดีใจมากที่สภาแห่งนี้ได้นำญัตติของเพื่อนที่ได้ยื่นต่อสภาก็คือ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ผมคิดว่า เป็นนิมิตหมายอันดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาถึงจุดแข็ง จุดอ่อน ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยเราเริ่มมีรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยคณะราษฎรได้มีบทบัญญัติขึ้นมา และรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นใช้เวลาเพียงประมาณ ๕ เดือนเศษ ๆ ก็มาเปลี่ยนแปลงเป็นฉบับถาวรในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ ซึ่งใช้เวลาในการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยาวนานที่สุดถึง ๑๓ ปีเศษ ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพอย่างนี้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครอง ประเทศชาติไม่มีฉบับไหนที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีฉบับไหนที่ไม่มีจุดอ่อนจุดแข็ง เพราฉะนั้นใน ๒๐ ฉบับมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาตามลำดับ เช่นเดียวกันรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ที่เราใช้ในปัจจุบัน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้กรุณาอภิปราย ถึงจุดแข็งจุดอ่อนของฉบับนี้ว่ามีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้มีความสมบูรณ์ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตย อย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพูดถึงหลายมาตรา ที่เป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าควรจะเพิ่มเติมแก้ไขให้เป็นกฎหมายที่ดีที่สุดนะครับ กราบเรียนท่านประธาน ผมเห็นว่ามีอยู่ ๒ มาตราที่ผมจะพูดเพื่อให้ท่านประธานได้เห็นว่า เป็นจุดอ่อนของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งควรที่จะปรับปรุงแก้ไขก็คือในมาตรา ๙๑ ที่ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคำนวณจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคการเมืองโดยใช้ระบบ บัตรใบเดียว รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ท่านประธานจำได้นะครับว่ามีบทบัญญัติให้ใช้บัตร ๒ ใบ คือเลือกคน เลือกพรรค เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ เป็นการให้สิทธิเสรีภาพแก่พี่น้อง ประชาชนอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่บังคับนะครับ รักคนเลือกคน รักพรรคเลือกพรรค แยกกันเลย ระหว่างคนกับพรรค ผมเรียนว่าเป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่พี่น้องประชาชน ชื่นชอบมาก แต่ว่าเมื่อถึงปี ๒๕๖๐ จากบัตร ๒ ใบ เหลือใบเดียว เป็นการบังคับ ผมไม่ชอบคน แต่ชอบพรรคก็ต้องเลือก พี่น้องประชาชนชอบพรรคไม่ชอบคนก็ตัดสินใจยาก เป็นการบังคับ พี่น้องประชาชนในการเลือกผู้แทนราษฎรทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขตพื้นที่ ผมเรียนว่า ตรงนี้เป็นจุดอ่อน ผมได้มีโอกาสไปพบปะพี่น้องประชาชนหลายคนบอกว่าการเลือกบัตร ใบเดียวนั้นเป็นสิ่งที่บังคับเขา ข่มขืนเขา ข่มน้ำใจเขา เขาไม่อยากเลือกนาย ก แต่ชอบพรรค ก ก็จำใจต้องเลือก ไม่เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ผมเรียนว่าบทบัญญัติของมาตรา ๙๑ นั้นก็มีจุดอ่อนอยู่ซึ่งควรจะเปลี่ยนแปลง

อีกมาตราหนึ่งที่ไปกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่างมากก็คือ มาตรา ๑๔๔ ที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ รวมทั้ง เรื่องการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ตลอดทั้งการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ที่เป็นการโอนรายการ ทั้ง ๓ เรื่องนั้นมีบทบัญญัติของมาตรา ๑๔๔ ว่าห้ามไม่ให้ผู้แทนราษฎร เข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปชี้แนะ เข้าไปเปลี่ยนแปลงได้ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ หน้าที่หลัก ของผู้แทนราษฎรนั้นนอกจากทำหน้าที่ในด้านนิติบัญญัติแล้ว ก็มีหน้าที่อันหนึ่งที่ทุกคน ปฏิเสธไม่ได้ก็คือไปดูความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนของพื้นที่ ผมเรียนท่านประธานว่า ถ้าเกิดผู้แทนราษฎรไม่มีโอกาสที่จะมานำเสนอโครงการงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงรายการ ผมถามว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชนจะดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ผมเข้าใจได้นะครับว่าผู้ที่ร่างกฎหมายฉบับนี้คิดมิติเดียวว่าผู้แทนราษฎรนั้นเป็นผู้ที่ไป แสวงหาผลประโยชน์ ผมเรียนท่านประธานว่าไม่จริงเสมอไปหรอกครับ ผู้แทนหลายท่าน ก็เป็นคนดีมีคุณธรรม แต่คนที่คิดหาผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินต้องมีมาตรการอื่น ในการกำจัด ในการลงโทษเขาให้รุนแรง ผมคิดว่าเอา ๒ เรื่องนี้มาผนวกเข้าด้วยกันแล้ว ก็ทำให้พี่น้องประชาชนเสียโอกาสก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน ผมเรียนว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นยังให้โอกาสสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถ ปรับลดรายการและเสนอแนะขึ้นมาได้ การเสนอแนะเพิ่มเติมรายการในงบประมาณรายจ่าย ประจำปีนั้น ไม่ใช่ว่าคณะกรรมาธิการเสนอแนะแล้วจะดำเนินการได้ทันทีทันใด ก็ไม่ใช่ครับ ต้องผ่านกระบวนการในการพิจารณาอย่างรอบคอบและต้องผ่านคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่า ถ้าเกิดมาตรา ๑๔๔ กลับไปใช้เหมือนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น จะยังประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนได้อย่างมหาศาล ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่าถ้าเราจะเปลี่ยนแปลง จะเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้นั้นต้องไปแก้ไขในมาตรา ๒๕๖ ถ้าไม่ไป แก้ไขในมาตรา ๒๕๖ ซึ่งมีอนุมาตราถึง ๙ อนุมาตรา แต่ละอนุมาตรานั้นเป็นข้อจำกัดอย่างมาก ที่จะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า จำเป็นที่จะมีบทบัญญัติในมาตรา ๒๕๖ ให้สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นมีบทบัญญัติหลายมาตราและ มีความละเอียด มีความรอบคอบมากพอสมควร แต่การที่มีบทบัญญัติครอบคลุมในทุกเรื่อง ในทุกรายละเอียดนั้นไม่นานก็ล้าสมัย ไม่นานก็ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราปดดประตู ไม่ให้มีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมนั้น ก็ทำให้รัฐธรรมนูญจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี ที่ยังประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในประเทศชาตินั้นคงไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพื่อที่จะไปรื้อ ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในบทบัญญัติที่ทำให้ประเทศชาติ เสียหาย ทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับผลประโยชน์ และที่สำคัญที่สุดไม่เป็นประชาธิปไตย เท่าที่ควร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณมากครับ