สงวน พงษ์มณี วิพากษ์รัฐธรรมนูญที่เอื้ออำนาจสู่ศูนย์กลาง โดยเฉพาะเสนาบดี ผ่านกลไกงบประมาณและกฎหมาย จนจำกัดบทบาทประชาชนและสภานิติบัญญัติ พร้อมเรียกร้องให้เปิดโปงความจริงเพื่อสร้างการรับรู้และผลักดันการแก้ไขในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ผมคงจะพูดทางกลยุทธ์ในการทำความเข้าใจ รัฐธรรมนูญมากกว่าทางเทคนิคกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่าภายใน ๕ ปีสภาแห่งนี้ จะมีปัญญาแก้รัฐธรรมนูญได้ ถ้าถามต่อว่าแล้วทำไมเราถึงพยายามจะตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษา เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าเราต้องการให้พี่น้องประชาชนทราบว่าปัญหาจริง ๆ ของบ้านเมืองอยู่ที่รัฐธรรมนูญอย่างไร ท่านครับถ้าเราทำให้ชาวบ้านเข้าใจ คนต่อต้านการศึกษา เรื่องนี้ กับคนต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเดินตลาดไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซ่อนกล ซ่อนเรื่องราวที่สำคัญ ๆ ไว้มากมาย ผมอาจจะมองต่างจากคนอื่น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มาจากการยึดอำนาจเท่านั้น การยึดอำนาจเป็นปรากฏการณ์เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ครอบคลุมเป็นกระดูกสันหลังของการบริหารบ้านเมืองคือสภาความมั่นคงแห่งชาติ กฎหมายฉบับนี้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ แล้วได้มาแก้ไขครั้งสุดท้ายคือปี ๒๕๕๙ ในมาตรา ๑๓ ยังสามารถตรากฎหมาย ตราข้อบังคับได้เอง ผมพูดเรื่องนี้ทำไม เพื่อจะบอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญ ของประเทศนี้มีความมั่นคงเป็นกระดูกสันหลัง มีคำสั่งมาตรา ๔๔ และมีรัฐธรรมนูญ ฉบับเฉพาะกาลเป็นเกราะคุ้มกันเหมือนหอย จึงสร้างรัฐบาลหอยใหม่ขึ้นมาในรัฐธรรมนูญนี้ หอยใหม่ตัวนี้เปลือกหอยจะอยู่ได้ ๕ ปีพี่น้องครับ จากนี้ไปก็เหลือ ๔ ปีกว่าแล้ว เมื่อไรที่มี การเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ถ้าประชาชนเห็นด้วยกับเราเขาจะถูกลงโทษ แล้วเมื่อนั้นจะเกิดการ แก้ปัญหารัฐธรรมนูญได้ ท่านครับผมกำลังจะบอกอะไรกับพี่น้อง จะบอกพี่น้องว่าดอกผลของ รัฐธรรมนูญคือการบริหารจัดการประเทศของรัฐบาล ในปี ๒๕๔๐ ผมเป็นผู้ร่างด้วย เป็น ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญสมัยนั้น คนยกร่างเขาเขียนว่าเรากำลังจะสร้างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จะสร้างรัฐของพลเมืองขึ้น รัฐของพลเมืองอำนาจอยู่ที่ประชาชน นักการเมืองต้อง ตั้งพรรคการเมืองร่วมกันเสร็จแล้วก็มาแถลงนโยบาย ใช้เงินตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อสภา และแถลงต่อประชาชน ประชาชนเลือกมาเสียงข้างมากก็มาแถลงต่อสภา แล้วทุกปีต้องมา แถลงเรื่องนี้ เงินใช้ตามนโยบายของนักการเมือง เป็นมิติใหม่ของการทำลายล้างระบบเก่า ซึ่งเงินใช้จากส่วนกลาง จากนั้นมาเมื่อถูกปฏิวัติยึดอำนาจปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ เกิดขึ้นและรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำอยู่เรื่องเดียว ต้องการให้อำนาจการใช้เงินหลวงกลับไปอยู่ใน ส่วนกลาง กลับมาอยู่ในศูนย์อำนาจ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างรัฐของ เสนาบดีขึ้น อำนาจรัฐของเราอยู่ที่เสนาบดี เงินหลวงจะจ่ายเอง ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญมา ตั้งแต่มาตรา ๑๔๑ เขียนอย่างสวยหรู เงินหลวงจะใช้ต้องออกพระราชบัญญัติ ต้องใช้ตาม พระราชบัญญัติ ต้องผ่านรัฐสภา พอมามาตรา ๑๔๔ บอกว่า ส.ส. ยุ่งเกี่ยวไม่ได้ เห็นไหมครับ ตัวแทนประชาชนใกล้ไม่ได้ แล้วใครจัดการครับ เสนาบดี การประมูลรับเหมาทั่วประเทศ รวมศูนย์ที่เดียว อีบิดดิง (e-Bidding) จากไหนครับ จากกรมบัญชีกลาง นี่ละคือรัฐธรรมนูญ ที่กดหัวประชาชนอยู่ เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าถ้ามีรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราจะมีอยู่มีกินกัน เหมือนเมื่อก่อนนี้ ลำบากมากเพราะอะไร เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจออกกฎออกระเบียบ ของส่วนกลาง มัดมือมัดเท้าประชาชนหมดเลย เปดดโอกาสให้ทุกอย่างอยู่ที่เสนาบดีหมด รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่าปราบโกง เงินงบประมาณทั้งหลายดูแลอย่างดี เขียนไว้ อย่างชัดเจน ขอโทษครับพี่น้องประชาชน เงินนอกงบประมาณมหาศาล นับวันจะเพิ่มขึ้น ๆ จะมากกว่า งบประมาณแผ่นดินด้วยซ้ำไป แล้วใครใช้จ่ายครับ เสนาบดีทั้งนั้นเลย ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีกองทุนของตัวเอง ใช้กฎหมายเก็บเงินสะสมเงินไม่ต้องส่งเข้าคลังก็ได้ ใช้เงินเอง ท่านครับ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาว่าการกู้เงินก็ถือว่าเป็น เงินงบประมาณ เงินกู้ แล้วก็ออกระเบียบมา ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านสั้น ๆ ระเบียบนี้ ออกเมื่อไรครับ ออกปี ๒๕๖๐ เรียกว่า พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐที่พูดถึงเงินงบประมาณพูดไว้อย่างชัดเจนว่าอะไรคือเงินงบประมาณบ้าง ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ผลประโยชน์อื่นใดที่ตกเป็นรายได้ของแผ่นดิน รายได้ของท้องถิ่นเป็นเงิน งบประมาณหมด เงินกู้ก็เป็นรายได้ เป็นงบประมาณ ใช้งบประมาณจ่ายต้องผ่านสภา เงินช่วยเหลือ เงินอื่น ๆ ที่เก็บได้ตามกฎหมายเป็นเงินงบประมาณที่ต้องผ่านบัญชีงบประมาณ ทั้งหมด แต่วันนี้รัฐธรรมนูญกลับกลายเป็นว่าเงินนอกงบประมาณ มาตรา ๕๓ เงินกองทุน ใหญ่ ๆ ไม่เข้าไปก็มี ที่ผมพูดถึงมาตรา ๕๓ หมายถึงพระราชบัญญัติงบประมาณที่กำลังทำอยู่เป็นเรื่องกองทุน ทั้งนั้นเลย เงินเหล่านี้เป็นเงินนอกงบประมาณมีมากกว่าเงินงบประมาณอีก นับวันจะเพิ่มขึ้น ๆ อย่างนี้พูดทำไม พูดเพื่อจะบอกว่าที่บอกว่ารัฐธรรมนูญนี้ปราบโกง หลอกเรา และทำอย่างไร ผมอยากให้กรรมาธิการซึ่งผมจะได้เป็นหรือไม่ยังไม่รู้ ใครได้เป็นครับท่าน ให้ ส.ส. ทุกเขต เป็นตัวแทนของสภาเราไปรับฟังความคิดเห็นที่เจ็บปวดของประชาชนว่าวันนี้ทำมาหากิน เป็นอย่างไรบ้าง ข้อกฎหมายใด ระเบียบใดที่มีอุปสรรคกับเราเอามาให้สภาเห็นภาพ และเรา จะจัดชุดความคิด แล้วก็มาร่วมกันว่าเราจำเป็นต้องแก้อย่างไร ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ที่บอกว่ารักษาสิทธิประชาชน ดูแลประชาชน ปกป้องแผ่นดิน มาตรา ๒๖ ในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เขียนเรื่องสิทธิของพลเมือง กฎหมายที่ออกมาจะละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิไม่ได้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนดไว้ในมาตรา ๒๙ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ในมาตรา ๒๖ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับไปรองรับว่าคำสั่งของนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. ด้วย คำสั่งมาตรา ๔๔ เป็นกฎหมายได้ ไปรับรองคำสั่งซึ่งละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิ บุคคลมาเป็นกฎหมายใครแตะต้องก็ไม่ได้ จะตั้งคณะกรรมาธิการศึกษายังไม่ได้เลย วันนี้ผม ก็ยังไม่แน่ใจว่าซีกฝ่ายรัฐบาลจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการจริงหรือเปล่า ถ้าไม่ตั้งอย่างไรภาคเอกชน ก็สามารถศึกษาได้ ผมจะจบลงที่อย่างนี้นะครับ ขอให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ และพี่น้องประชาชนมาร่วมกันสะท้อนปัญหา ร่วมกันสร้างบทบาทภาคประชาชน เพื่อบังคับ ให้รัฐสภาไทยต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ