อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนรัชดาภิเษก ตลาดด้านหลังห้างเอสพลานาด และพื้นที่ร่วมมิตร จากการขาดพื้นที่จอดรถและการไม่ร่วมมือของผู้ขับขี่รถโดยสารและรถส่วนบุคคล พร้อมเสนอให้ทบทวนการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นมาตรการระยะสั้นผ่านความร่วมมือจากผู้ประกอบการทัวร์ ร้านค้า และหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ตลาดที่ไม่มีโครงสร้างให้กลายเป็นอาคารพาณิชย์ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบต่อสังคมโดยไม่ใช้พื้นที่ถนนเกินความจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ เป็นไปตามที่ท่านได้เรียนให้ทราบดังนี้ ปัญหาของถนนรัชดาภิเษก ทั้งขาขึ้นขาล่อง ขาออกขาเข้าห้างเอสพลานาดอยู่นี้ ตลาดที่ท่านว่าก็อยู่ด้านหลังตามที่ ท่านได้เรียนแล้ว ในขณะนี้สภาพก็คือว่าผู้ประกอบการอยู่ข้างในได้มีร้านค้าย่อยประมาณ พันกว่าร้านด้วยกัน แล้วก็มีทั้งคนไทยที่มาโดยรถไฟฟ้า มีทั้งนักท่องเที่ยวที่ใช้รถบัส (Bus) แล้วก็มีผู้ที่ใช้รถแท็กซี่ (Taxi) รถแกร็บ (Grab) เข้าไปสู่ตลาดแห่งนี้โดยที่ว่าไม่มีเรื่องของที่จอดรถ รองรับเลย ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เลยเกิดขึ้นกับผู้ที่สัญจรบนถนน ๒ สายกับบริเวณใกล้เคียงของ พื้นที่ คือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบมาก ในเรื่องนี้แนวทางที่ผมอยากเรียนก็คือ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นผมก็กลับไปว่าอันดับแรกเลยต้องกลับไปหาเรื่องของกฎหมายก่อนว่า ทำอย่างไรกัน ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พยายามดำเนินการใช้กฎหมายเต็มที่ในพื้นที่ ดังกล่าว และพื้นที่ใกล้เคียงคือพื้นที่จอดรถบริเวณเทียมร่วมมิตรกับแถวศูนย์วัฒนธรรมกับ ทางสถานทูตเกาหลีทั้งสามเหลี่ยมนี้ตำรวจบังคับใช้กฎหมายสภาพที่เกิดขึ้นก็คือว่าผู้ที่ใช้รถนี้ ไม่ให้ความร่วมมือ บนถนนรัชดาภิเษกเขาจอดถึง ๒-๓ ช่องทำให้การจราจรติดขัดไปหมด จับเขาก็มีคนมาออกเงินให้ทางผู้ที่ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะรถบัส (Bus) รถแท็กซี่ (Taxi) ก็จอดคอย รถแกร็บ (Grab) ก็จอดคอยไม่ให้ความร่วมมือ ตำรวจที่มีอยู่ใช้กำลังลงไปเท่าไร จับเขาก็มีวิธี คือเขาไม่เคยสนใจต่อกฎหมาย อันนี้สภาพที่เกิดขึ้นจริง ตำรวจก็พยายามที่จะขอความร่วมมือ กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ได้ในระยะหนึ่งเท่านั้น ทุกภาพก็เป็นไปอย่างที่ว่าผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนตรงนั้นที่การจราจรติดขัดรวมทั้งที่เข้าไปจอดรถด้วยของประชาชนที่สัญจรตรงนี้ แน่นอนทางกรุงเทพมหานครเพราะมันเป็นห่วงโซ่ของการจราจรเป็นไปตามที่ท่านว่าเลย เจ้าหน้าที่พยายามใช้กฎหมายแล้วก็ไม่ได้ผล
คำถามข้อที่ ๑ คือมีมาตรการระยะสั้นอย่างไร ผมคิดว่าต้องกลับไปที่กฎหมาย ทางกรุงเทพมหานครเองผู้ที่ดูแลตลาดท่านชี้แจงว่าตรงนี้เป็นตลาดที่ไม่ต้องมีโครงสร้าง นั่นคือไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องที่จอดรถอะไรเลย ในขณะนี้ได้ตรวจสอบแล้วก็มีความพยายาม ที่จะใช้ช่องกฎหมายเป็นการสร้างร้านเป็นอาคารพาณิชย์ส่วนหนึ่ง ผมก็เลยให้นโยบาย กรุงเทพมหานครว่าเมื่อเขาอยู่ในลักษณะของตลาดที่ไม่มีโครงสร้าง ไม่มีที่จอดรถ ก็ต้องบังคับ ให้เขาอยู่อย่างนั้น อย่าไปเพิ่มให้มีอาคารพาณิชย์ขึ้นมาอีก นโยบายทางกฎหมายที่ให้ กรุงเทพมหานครดำเนินการ
ในส่วนของการแก้ปัญหาที่ถนนนี้ แนวทางระยะสั้นก็คือจะต้องขอความร่วมมือ ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกันจริง ๆ ผมต้องใช้คำว่าต้องเรียกผู้ประกอบการมา ซึ่งเขาได้ประโยชน์ แล้วเขาจะต้องไปชี้แจง ร้านค้าทั้งหมดต้องร่วมมือกัน ถามว่าร่วมมืออย่างไรกับทหาร กับตำรวจ กับเขตในพื้นที่ กับขนส่งในพื้นที่ จะต้องให้ใช้พื้นที่ถนนที่ผ่านด้านหน้าที่ทางเข้าอยู่ด้านนี้ หยุดได้เฉพาะที่ส่งลงเท่านั้น ผมใช้คำว่าหยุดนั้นจอดไม่ได้ หยุดได้ในพื้นที่ที่กำหนดให้ แล้วจะต้องไม่เกิน ๑ ช่องทางจราจร ในระยะสั้นนี้ส่งลง ในส่วนการที่จะใช้ชัตเทิล บัส (Shuttle bus) หรืออะไรนี้ผมคิดว่ายิ่งสร้างปัญหาหนักเข้าไปอีก เพราะรถทัวร์ (Tour) นี้เป็น ร้อย ๆ คัน ถ้าเป็นชัตเทิล บัส (Shuttle bus) ชัตเทิล บัส (Shuttle bus) ก็ยิ่งมามาก หนักเข้าไปอีก ก็น่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นผมก็จะต้องให้เขาร่วมมือไปประชาสัมพันธ์ว่า เขาได้ประโยชน์ตรงส่วนนี้ ต้องรับผิดชอบต่อสังคม จะใช้ช่องทางจราจรเกินมาไม่ได้ ทั้งผู้ประกอบการทัวร์ (Tour) ทั้งนักท่องเที่ยวแล้วก็ตลาด โดยที่ว่าจัดเจ้าหน้าที่มาร่วมมือกับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ ช่วยมาประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานครทำให้ทุกคนทำตามนี้โดย บังคับใช้กฎหมายว่าหยุดได้ส่งคนลงแล้วไป ห้ามจอด แล้วในส่วนของรถแท็กซี่ (Taxi) อะไรก็ ต้องห้ามจอดแล้วก็ต้องไม่เกิน ๑ ช่องจราจรต้องบังคับใช้ให้ได้ เป็นหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหา ตรงนี้ได้ในระยะสั้น ส่วนพื้นที่ที่ต่อเนื่อง อันนี้ท่านก็คงทราบเพราะว่าเขาร้องเรียนท่านมา คือ ที่เขาไปยุ่งตรงสามเหลี่ยมเทียมร่วมมิตรตัดกับศูนย์วัฒนธรรม เพราะไปจอดตรงนี้เป็นร้อย ๆ คันมันก็ส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังพื้นที่ถนนเส้นอื่น แล้วก็เป็นปัญหาเดือดร้อน กับประชาชนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมดเลยที่เขาร้องเรียน แล้วการจราจรก็ติดขัดหนักเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นในระยะสั้นมาตรการที่ ๒ คือผมจะไม่ให้จอดที่นี้ อย่างไรก็ได้ต้องเจรจากับเขา คือบังคับให้เขาต้องรับผิดชอบสังคมส่วนหนึ่ง เขาได้รับประโยชน์จากทัวร์(Tour) ผู้ประกอบการร้านค้าได้ประโยชน์ คนขายได้ประโยชน์ แต่จะไม่ฟังอะไรเลยไม่ได้ ต้องบังคับ ให้เขาต้องเอาไปจอดที่อื่นก่อน ในระยะสั้นนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายให้ได้โดยเขาต้องร่วมมือ ถ้าให้บังคับใช้กฎหมายโดยตำรวจจับล็อกล้อไม่มีจบ ยิ่งล็อกล้อก็ยิ่งติดหนักเข้าไปอีก แล้วตำรวจก็เดินไปเดินมาทำอะไรไม่ได้ จะ ๕ คน ๑๐ คนอย่างไร ๒๔ ชั่วโมง ๓๑ วัน ท่านคงทราบมันเป็นไปไม่ได้เลย ต้องให้เขาร่วมมือ ต้องบังคับ ถ้าไม่ร่วมมือผมก็จะหา มาตรการทางกฎหมายอย่างอื่นไปบังคับเขาคือสิ่งที่จะทำในระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาให้ ประชาชนที่นี่กับประชาชนที่เขาสัญจรผ่านถนนรัชดาภิเษก อันนี้เรื่องแรก เอาคำถามระยะ สั้นก่อน ระยะยาวเดี๋ยวค่อยว่ากันครับ