อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงถึงระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครที่ประกอบด้วยคันกั้นน้ำ คลอง ท่อ รวมถึงอุโมงค์ ปั๊มน้ำ และแก้มลิง พร้อมอธิบายขีดความสามารถและข้อจำกัดในการจัดการน้ำท่วม โดยรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนในคลองเปรมประชากรระยะที่ 1 ซึ่งอยู่ระหว่างรื้อถอนและปรับพื้นที่ในเขตจตุจักร คาดสามารถลงเสาเข็มได้ภายในเดือนนี้ และมีแผนพัฒนาต่อเนื่องถึงเฟส 4 รวมถึงเตรียมเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีต้นปีหน้า พร้อมเดินหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนเพิ่มในคลองหลักอีก 7 แห่งของกรุงเทพมหานครภายในปี 2565 และ 2566 เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบระบายน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ท่านประธาน ท่านผู้เข้าร่วมรับฟัง ในประเด็นเรื่องของการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ผมใคร่ขออนุญาต เรียนท่านสักเล็กน้อย แม้ว่าท่านจะทราบดีกว่าผมเพราะท่านอยู่มานาน ก็อธิบายภาพง่าย ๆ ว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่สีเขียวกับสีเหลือง ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เราก็มีการสร้างคันกั้นน้ำที่บริเวณคลองรังสิตและที่สำคัญก็คือแนวคันกั้นน้ำตามพระราชดำริ ชื่อคิงก์ไดรฟ์ (King Drive) อันนี้อาจจะเป็นด้านนอกของกรุงเทพมหานครด้านฝั่งตะวันออก อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องพูดถึงก็คือแนวแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดแนวลำน้ำก็จะมีเขื่อนกั้นน้ำ ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความสูงของเขื่อนประมาณ ๒.๘๐-๓.๕๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล ก็จะทำให้ น้ำที่มาจากทางด้านเหนือไม่เข้ากรุงเทพมหานคร อันนี้เป็นพื้นที่ด้านนอกอยู่ประมาณ ๔ เขต เขตของกรุงเทพมหานครอยู่ด้านในเสีย ๓๐ กว่าเขต ส่วนฝั่งธนบุรีก็จะมีถนนพุทธมณฑลสาย ๔ กับบริเวณคันคลองมหาสวัสดิ์ มีคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น น้ำที่มาจากทางเหนือทั้งหมดถ้าผ่านแม่น้ำเจ้าพระยามาไม่เกิน ๓,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที คันที่อยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็สามารถกันน้ำไม่ให้เข้ามาสู่พื้นที่ทั้ง ๒ ส่วนได้ แล้วน้ำด้านนอกก็ไม่สามารถเข้ามาได้เนื่องจากมีคันกั้นน้ำ กรุงเทพมหานครก็จะรับผิดชอบ เฉพาะน้ำที่ตกอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้นทั้ง ๒ ส่วน ในการดำเนินการในพื้นที่ ๒ ส่วนนี้ก็มีเครื่องมือในการที่จะใช้การระบายน้ำตั้งแต่คลอง ซึ่งเราก็มีคลองสายหลัก ๆ ๙ คลองอย่างที่ท่านทราบกันอยู่แล้ว คือ คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร คลองบางซื่อ คลองบางเขน คลองแสนแสบ คลองสามวา คลองพระโขนง คลองประเวศ คลองลาดบัวขาว ทางฝั่งธนบุรีที่สำคัญคือคลองพระยาราชมนตรี ๙ คลองนี้เป็นคลองหลัก ๆ แล้วในพื้นที่ ทั้งหมดเลยเราก็มีคลองย่อย ๆ อีก ๑,๖๘๒ คลอง คลองทั้งหมดนี้ก็จะทำหน้าที่ระบายน้ำ โดยรับน้ำมาจากท่อระบายน้ำทั้งหลายในกรุงเทพมหานครทั้งหมด ซึ่งมีความยาวอยู่ทั้งสิ้น ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรเป็นการเอาน้ำออกมาจากพื้นที่ลงคลองแล้วก็มาปั๊มผ่านลง ทะเลทางด้านนี้ หรือไม่ก็ลงแม่น้ำเจ้าพระยา การนำน้ำออกมาจากพื้นที่เราก็จะมีท่อระบายน้ำ อยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ มีหลายขนาดด้วยกัน ในการดำเนินการดูแลพื้นที่ส่วนนี้เขาก็จะมีการลอกท่อ ประมาณครึ่งหนึ่งของท่อระบายน้ำทั้งหมดซึ่งมีหลายขนาดด้วยกัน ดูตามลำดับความจำเป็น ของการที่จะต้องลอกท่อ บางพื้นที่ก็อาจจะปีเว้นปี บางพื้นที่ก็ต้องทำทุกปีสำหรับท่อระบายน้ำ จากท่อระบายน้ำก็จะลงคลองย่อยแล้วมาลงคลองใหญ่ตามที่ผมเรียนแล้ว แล้วก็จะปั๊มน้ำ สาเหตุที่ต้องปั๊มเพราะพื้นที่กรุงเทพมหานครก็อยู่ในระดับแทบจะไม่มีความสูงต่างกันเลย บางคลองก็อยู่ประมาณ ๕๐ เซนติเมตร โดยเฉลี่ย ๐-๕๐ เซนติเมตรจะเกินบ้าง ส่วนใหญ่ ก็จะอยู่ในระดับเดียวกันน้ำจะไม่ไหล เพราะฉะนั้นจะต้องใช้การปั๊มเป็นหลักในบางพื้นที่ ก็ยังมีเครื่องมือเพิ่มขึ้นไปอีกก็คือเรื่องอุโมงค์ในพื้นที่ที่ลึกเข้ามา แล้วก็เวลาเรารวบรวมน้ำ จากท่อระบายน้ำแล้วลงคลองได้ช้า เราก็จะมีอุโมงค์หลายอุโมงค์ด้วยกันในหลายส่วน ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียนในรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนั้นเครื่องมืออีกตัวหนึ่งก็คือแก้มลิง เรามีแก้มลิงทั้งหมดซึ่งสามารถที่จะรองรับน้ำได้ขณะนี้ประมาณ ๑๓ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ในความจำเป็นที่คิดว่าต้องมีประมาณ ๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นเราก็ยังขาด พื้นที่แก้มลิง ปัญหาก็คือว่าพื้นที่ตรงไหนของกรุงเทพมหานครเราคงหาแก้มลิงลำบาก ซึ่งเป็นแนวทางที่จะต้องหาทางแก้ไขต่อไป เพราะพื้นที่ในเมืองหาแก้มลิงลำบาก แต่ถ้าเรา มีท่อระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพที่ระบายน้ำได้ดี มีพื้นที่แก้มลิงรองรับ แล้วก็มีอุโมงค์ช่วย ในบางส่วน และการปั๊มน้ำเรามีปั๊มน้ำทั้งหมด ปั๊มน้ำย่อย ๆ กว่า ๒๓๐ ปั๊ม ปั๊มน้ำใหญ่ ๆ ๑๙๑ ปั๊ม เพราะฉะนั้นถ้าระบบพวกนี้สมบูรณ์เราก็สามารถประกันได้ว่าน้ำที่ตกลงในกรุงเทพมหานคร ถ้าไม่มากเกินไปนัก คำว่า ไม่มากเกินไปนัก บางพื้นที่ขณะนี้ประมาณ ๖๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เราสามารถทำให้แห้งได้เลย แต่ถ้าบางพื้นที่ที่มีระบบดีอาจจะได้ถึง ๘๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ความเข้มนี้เราก็สามารถระบายน้ำได้ ต่อไปถ้าเราพัฒนาเครื่องมือทุกตัวได้ดีก็สามารถ จะระบายน้ำได้ดี
ผมขอมาถึงปัญหาที่ถามว่าการสร้างเขื่อนที่คลองระบายน้ำมีพื้นที่ใดบ้าง ขณะนี้เราเริ่มทำที่คลองลาดพร้าว ๑ เส้น ที่คลองเปรมประชากรอีก ๑ เส้น ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประเดิมชัยก็ได้ลงพื้นที่บ่อยมาก ผมทราบว่าท่านสะท้อนความต้องการประชาชนได้เยอะ ในขณะนี้ก็มี ๒ คลองที่เราทำไป ความคืบหน้าของ ๒ คลองนั้น โดยคลองลาดพร้าวเริ่มไปก่อน พื้นที่คลองลาดพร้าวก็เป็นพื้นที่ของราชพัสดุเช่นเดียวกัน มีประชาชนบุกรุกอยู่มาก เราเริ่มดำเนินการไป นี่เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของสายไหม ของสภาพเดิมเป็นอย่างนี้นะครับ ในขณะนี้เราได้พยายามสร้างความเข้าใจกับประชาชน ทราบว่าประชาชน ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ให้ความร่วมมือ ในจำนวนนี้เราเจรจาสามารถดำเนินการได้พร้อมที่จะตอกเสาเข็มได้ ประมาณ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ เราดำเนินการแล้วประมาณ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือนั้น เราก็ดำเนินการ ปัญหาตรงส่วนนี้ก็มีเนื่องจากคำถามต่อไปท่านจะถาม ผมขอเรียนให้ทราบ สถานภาพตอนนี้ก่อนการสร้างบ้านของลาดพร้าวได้ประมาณ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว ๗,๐๐๐ กว่าหลังในขณะนี้ เมื่อเสร็จแล้วก็คงเป็นสภาพตามที่เห็นนี้ เราจะมีทั้งเขื่อนแล้วก็ มีบ้านที่ประชาชนได้อยู่อาศัยโดย พอช. เป็นผู้ดำเนินการให้ ระบบน้ำเสียเราก็จะไม่ให้น้ำเสีย ลงไปในคลองอีก แม้ว่ายังไม่สมบูรณ์ในขณะนี้ มี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือเอาไปเข้าโรงบำบัด ที่กรุงเทพมหานครมี อีกส่วนที่ยังไม่มีเขาก็จะต้องมีการบำบัดในลำดับต้น แล้วต่อไป กรุงเทพมหานครจะต้องรวบรวมน้ำเสียส่วนนี้ไปของลาดพร้าว
อีกคลองหนึ่งก็คือคลองเปรมประชากร คลองเปรมประชากรตอนนี้เราเพิ่ง เริ่มโครงการ ในส่วนพื้นที่แรกเลยผมเรียกว่าเป็นพื้นที่ส่วนที่ ๑ แล้วกันนะครับ เฟส ๑ (Phase1) เราได้สร้างเขื่อนเรียบร้อยแล้วแต่ระยะไม่มากนัก ข้างละประมาณ ๒๐๐ กว่าเมตร ตอนนี้เราเริ่มดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เขื่อนอันนี้จะไม่เหมือนกับคลองลาดพร้าว จะมีระบบ รวบรวมน้ำเสียติดไปด้วยในระดับต้น ส่วนในพื้นที่เฟส (Phase) ที่เราจะทำต่อ ข้ามไปเฟส ๔ (Phase4) คือเป็นพื้นที่ตรงจตุจักรซึ่งเราสามารถพูดคุยกับประชาชนได้ ขณะนี้เราเริ่ม รื้อถอนแล้วปรับพื้นที่ คาดว่าในส่วนนี้เราจะลงเสาเข็มได้ภายในเดือนนี้แล้วก็จะเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีไปในต้นปีในเวลาที่เหมาะสมไปลงเสาเอกนั้น ในส่วนเฟส ๒ (Phase2) ก็คงจะเป็นงบประมาณปีต่อไปที่จะต้องดำเนินการในส่วนนี้ การดำเนินการนี้ก็มีปัญหาติดขัด ซึ่งในข้อต่อไปท่านคงจะถามผมคงจะได้มีโอกาสเรียนชี้แจงในพื้นที่คลองอื่น ๆ ก็จะมีแผน ในปี ๒๕๖๕ อีก ๔ คลอง แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ อีก ๓ คลอง ที่จะทำ ๙ คลองหลัก ๆ ของ กรุงเทพมหานคร