จุติ แจงปัญหาคนพิการเข้าถึงสิทธิ ผลักดันบูรณาการดูแลทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒

จุติ ไกรฤกษ์ ชี้แจงปัญหาความไม่สอดคล้องของข้อมูลคนพิการที่เกิดจากความแตกต่างในวิธีการสำรวจ ความสมัครใจในการขึ้นทะเบียน และเกณฑ์การรับรอง โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อขยายการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง พร้อมผลักดันการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านสุขภาพ การศึกษา อาชีพ และดิจิทัล เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างบูรณาการ ทั้งผ่านการพัฒนาทักษะ การสร้างโอกาสการทำงาน และการปรับปรุงกฎหมายให้สอดรับกับบริบทยุคใหม่

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตตอบกระทู้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านจุลพันธ์ โนนศรีชัย ที่ได้กรุณาถาม แล้วก็มีความห่วงใยสวัสดิภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ของคนพิการ

คำถามแรกที่ท่านถามมาก็คือ เรื่องการลงทะเบียนสำรวจคนพิการที่ข้อมูล ของรัฐนั้นไม่ตรงกัน ก็ต้องยอมรับครับว่าสถิติที่ท่านให้มานั้นของกระทรวงกับของสำนักงาน สถิติแห่งชาตินั้นแตกต่างกัน อยากจะกราบเรียนว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นั้นก็มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมช่วยสำรวจประเมิน ส่วนสำนักงานสถิติแห่งชาตินั้น ก็เป็นการสำรวจสุ่มตัวอย่างสำมะโนประชากร เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงกับการสุ่มตัวอย่างนั้น แน่นอนต้องมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามจะไปดูว่าในส่วนของใครที่ตกหล่นไป เพราะว่า วันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้เปดดอบรมอาสาสมัครที่ดูแล คุณภาพชีวิตคนพิการเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง ๕ เท่าที่ตั้งเป้าหมายไว้

ประการต่อมาคือ ประชากรส่วนหนึ่งที่เป็นคนพิการมีสถิติอยู่นั้นไม่ประสงค์ จะขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำไมสถิตินั้นไม่ตรงกัน

อีกประการหนึ่งคือ ความพิการที่พูดถึงนั้นต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยว่า เป็นคนพิการตามความเห็นของแพทย์หรือไม่จึงจะขึ้นทะเบียนได้ ถ้าเผื่อความพิการนั้น ยังไม่ถึงระดับการขึ้นทะเบียน จดทะเบียนตามกฎหมายตามที่แพทย์ระบุก็ไม่สามารถ ขึ้นจดทะเบียนได้

อีกประการหนึ่งคือ อุปสรรคความยากลำบากของคนพิการที่ไม่สามารถ เดินทางไปลงทะเบียนได้ อันนี้ต้องยอมรับนะครับ จึงเป็นที่มาของการที่ให้อาสาสมัครนั้น ได้เดินสำรวจตามหมู่บ้าน นอกจากนั้นแล้วอีกส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าคนพิการนั้นอาจจะ ไม่ทราบสิทธิที่พึงจะได้ ฉะนั้นการที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ได้มีนโยบายที่จะเพิ่มอาสาสมัครของพัฒนาสังคม ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๙๓,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ เราได้ตั้งเป้าไว้พูดกับอาสาสมัคร ตัวแทนประธานจังหวัดทั่วประเทศว่าปีนี้ จะตั้งเป้าเพิ่ม ๕ เท่าอย่างที่ได้กราบเรียนไว้ ฉะนั้นการสำรวจการประเมินนั้นก็จะทำได้ทั่วถึง มากขึ้นแล้วก็มีคนตกหล่นน้อยลง

ประการต่อมา ก็อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้นโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา ต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น วันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ทำงานบูรณาการกันในงานที่ทำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการประชาชนแล้วก็ ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดรายจ่ายงบประมาณด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดูแลรักษา ประเมิน ดูความอยู่ดีมีสุขในเชิงสุขภาพของคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้บูรณาการกับกระทรวงศึกษาธิการเรื่องของการให้โอกาส ในการศึกษาพิเศษ การที่จะมีครูที่จะไปสอนเพิ่มเติมนะครับ

ประการต่อมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้บูรณาการ กับกระทรวงแรงงานเรื่องของการพัฒนาอาชีพ ทักษะ แล้วก็จัดหางาน ส่วนกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ทำด้วยกัน เซ็นเอ็มโอยู (MOU) กันไปแล้วทั้งหมดที่กราบเรียนมานี้ คือกระทรวงดิจิทัลนั้นสร้างการเรียนรู้ เพราะวันนี้เป็นโลกของการสื่อสารสามารถศึกษา ทุกอย่างได้จากโทรศัพท์มือถือ เมื่อท่านมีความสะดวกไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาตารางตามที่ กำหนดไว้

ประการต่อมาความรู้ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่จะให้นั้น ก็ผ่านจากผู้เชี่ยวชาญที่จะสร้างบทเรียนความรู้ องค์ความรู้ เพิ่มเติมทักษะ สร้างความตระหนัก และสำคัญที่สุดคือการระดมทุนจากภาคเอกชน ระดมทุนอาสาสมัคร ระดมความช่วยเหลือ ที่ไม่ใช่เป็นเงิน แต่เป็นเวลาที่จะมาช่วยจากอาสาสมัครภาคประชาชน นอกจากนั้นแล้วอยาก กราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านต้องการก็คือผมยกตัวอย่างให้ฟังว่า สมาคมประชาคมคนตาบอดไทย วันนี้ก็ได้รับการพัฒนาคุณภาพฝีมือแรงงาน พัฒนาทักษะเพิ่มเติมจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วก็กรมการจัดหางานนั้นก็จัดหางานให้กับผู้พิการคนพิการนะครับ นอกจากนั้นแล้ว ถ้าประกอบอาชีพขาดรายได้นั้นก็สามารถมากู้ยืมเงินจากกองทุนคนพิการได้จากกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนั้นแล้วรัฐวิสาหกิจหลายแห่งก็ได้ ให้ความร่วมมือ ดูแลให้โอกาสกับคนพิการอยู่แล้ว เช่นการบินไทยได้จับมือให้ในส่วนของ วัตถุดิบ ในส่วนของการสร้างอาชีพใหม่ ๆ เช่น จะเป็นพ่อครัว จะเป็นผู้ช่วยพ่อครัวหรืออะไร ต่าง ๆ นั้น นอกจากนั้นแล้วเราได้ทำเพราะว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว มีหลักสูตรที่จะเตรียมให้ คนพิการนั้นได้สามารถเรียนรู้ ที่มีปัญหาเรื่องความเคลื่อนไหวสามารถเรียนรู้ทักษะของเรื่อง ไอที (IT) ทางด้านคอมพิวเตอร์ได้ก็จะสามารถทำงานได้ เช่น ที่ผ่านมาท่านอธิบดีกรมส่งเสริม คุณภาพชีวิตคนพิการนั้นได้เดินทางไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ไปดูแลคนพิการที่พิการครึ่งท่อน สามารถได้รับการฝึกงานจากโรงงานโตโยต้าแห่งประเทศไทยที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งได้ฝึกงาน ให้กับคนพิการแล้วก็มีงานทำ นอกจากนั้นแล้วอาชีพอื่น ๆ ที่ทำ เช่น คนพิการที่นั่งรถเข็น แต่สามารถทำงานบนโต๊ะได้ ทำงานในเรื่องของบริการผ่านระบบสารสนเทศการสื่อสาร สารสนเทศได้เราก็จัดให้เขาได้ทำ ฉะนั้นตรงนี้อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ก็พยายามที่จะ ทำอย่างที่ท่านต้องการ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่กระทรวงได้ทำคือวันนี้สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้พยายามทบทวนพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติมปี ๒๕๕๖ ซึ่ง พ.ร.บ. เดิมก็วัตถุประสงค์ดี แต่ว่าอาจจะขาด ความทันสมัยแล้วก็ขาดความคล่องตัวไป ก็จะต้องแก้ไขกฎหมายนั้นเพื่อให้รองรับการบริการ คนพิการนั้นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้วก็ตรงเป้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกมากยิ่งขึ้น ขอกราบเรียนให้ท่านทราบครับ