เฉลิมชัย ศรีอ่อน ชี้แจงมาตรการส่งเสริมตลาดยางพารา โดยให้การยางแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ตัวแทนขายแทนสหกรณ์และวิสาหกิจ พร้อมผลักดันการแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งยังรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานสินเชื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกร รวมถึงผลักดันการจัดตั้งตลาดกลางเพื่อกำหนดราคาได้เองในอนาคตและเสริมความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ผลิตในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ท่านได้ให้ความใส่ใจ แล้วก็สนใจในส่วนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ผมขอเรียนเพิ่มเติมจากเมื่อสักครู่ครับว่า ในส่วนของการที่เราดำเนินการโดยให้การยางแห่งประเทศไทยมาเป็นผู้ที่จะไปขายของโดยตรง เป็นผู้ดำเนินการนำยางไปขายกับผู้ผลิตโดยตรง เมื่อการยางแห่งประเทศไทยได้ทำสัญญาแล้ว หนึ่งในเงื่อนไขของตรงนั้นก็คือการยางแห่งประเทศไทยจะต้องซื้อยางจากสหกรณ์หรือ กลุ่มวิสาหกิจที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเรียนว่านี่คือ การทำตลาดให้กับกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจทั้งหลาย โดยที่วันนี้การยางแห่งประเทศไทย จะเป็นเซล (Sale) ไปดำเนินการในการที่จะหาตลาด ในการที่จะให้ท่านผลิตสินค้าและมีที่รับซื้อ วันนี้เราใช้นโยบายการตลาดนำการผลิต เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีหน้าที่ที่จะต้องหาตลาดสินค้า ต่าง ๆ ให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ไปรวมตัวกันเป็นสหกรณ์และวิสาหกิจ ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นความชัดเจนที่เรามองเห็นถึงการที่จะต้องเข้าไปดูแลให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง การที่จะต้องเข้าไปดูแลในส่วนวิสาหกิจที่จะต้องให้วิสาหกิจสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ นอกจากเงินทุนอุดหนุนต่าง ๆ แต่ถามว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นมาตรการอย่างหนึ่ง แค่นั้น ในมาตรการโดยรวมเราได้มีการจัดสรรเงินทุนต่าง ๆ ให้กับกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจ ซึ่งจากการดำเนินการจะมีกลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจประมาณ ๖๘๐ แห่ง ใน ๕๓ จังหวัด มีผลผลิตรวมอยู่ที่ ๓๙๗,๒๖๑ ตัน ซึ่งจะคิดประมาณสัก ๘ เปอร์เซ็นต์ของ ผลผลิตทั้งหมดนำไปแปรรูปยางพาราทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐ ตัน มูลค่าประมาณ ๔,๔๕๐ ล้านบาท แล้วก็มาทำยางแผ่นรมควันแปรรูปสิ่งต่าง ๆ อีก ๗๖,๘๖๖ ตัน เป็นมูลค่าการตลาดก็คือ ๓,๔๕๔ ล้านบาท เป็นยางอัดก้อนจำนวน ๗,๓๒๗ ตัน มูลค่าอีก ๓๓๓ ล้านบาท แล้วก็ยางแท่ง ๑๖,๖๘๙ ตัน มูลค่า ๖๖๓ ล้านบาท นี่คือผลิตผลที่เกิดจากสหกรณ์และวิสาหกิจ ซึ่งเราได้ รวบรวมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มาแล้วก็มีการพิจารณา นอกจากมาตรการในการที่เราจะไปเป็นเซล (Sale) ให้กับสหกรณ์ให้กับวิสาหกิจแล้ว มาตรการในการแปรรูปยางพาราเพื่อให้มีมูลค่าสูงขึ้น เหมือนที่ผมยกตัวอย่างครับ กรณีเราเคยไปขายแต่น้ำยาง ไปขายแต่ยางอัดแท่ง ยางแห้ง วันนี้เรามีมิติใหม่ในการดำเนินการคือเราสามารถขายหมอนยางพาราได้ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากยางพาราทั้งหมด การยางแห่งประเทศไทยวันนี้จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ในการที่จะพัฒนาผลักดันแล้วก็หาตลาดให้ นอกเหนือจากส่วนราชการต่าง ๆ จะใช้ผลิตภัณฑ์ จากยางพาราแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกมาตรการเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะทำให้ยางพารา ของเรามีราคาที่ดีขึ้นแล้วก็ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ดีขึ้นเพื่อที่จะขึ้นมาเอาใจ ๒ เดือน เดือนหนึ่ง แล้วราคาก็ตกลงไป เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นมาตรการในระยะยาวที่เราคิดว่า จะสามารถทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมีชีวิตอยู่ได้โดยปกติแล้วก็ไม่เดือดร้อนนะครับ
และเงินทุนที่ดำเนินการตรงนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อสนับสนุนเป็นทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อที่จะรวบรวม ยางพาราภายใต้การพัฒนายางพาราทั้งระบบในวงเงินสินเชื่อ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ดำเนินการ ในขณะนี้ ขณะนี้มีการดำเนินการไปทั้งหมด ๓๘๗ แห่ง วงเงิน ๗,๒๔๗ ล้านบาท แล้วก็ โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพาราอีกเป็นจำนวนเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดำเนินการไปทั้งหมดขณะนี้ ๙๔ แห่ง วงเงินที่ใช้ไปก็คือ ๒,๐๓๐ ล้านบาท เราดำเนินการตรงนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะให้สถาบันสหกรณ์หรือวิสาหกิจสามารถที่จะ มีความเข้มแข็งในตัวเอง สามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้ แล้วก็สามารถที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกร สวนยางที่อยู่ภายใต้สหกรณ์หรือวิสาหกิจนั้น ๆ ได้ ก็ขอเรียนยืนยันให้ท่านสบายใจได้ว่าวันนี้ มาตรการต่าง ๆ เราได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ แล้วการยางแห่งประเทศไทยวันนี้ได้ลงมา ทำหน้าที่ในส่วนนอกจากเป็นพี่เลี้ยงแล้วนะครับ ยังทำหน้าที่ในการที่จะหาตลาดให้กับ สหกรณ์ ให้กับวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งเราเน้นตรงนี้มาก เพราะว่านี่คือการที่จะเอาเงินไปถึงมือ พี่น้องเกษตรกรโดยตรง เขาสามารถที่จะรับได้จากราคายางที่เพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่ใช่ จากการไปชดเชยราคายาง ก็ขอเรียนย้ำว่ามาตรการประกันรายได้คือมาตรการที่เราต้องการ ช่วยเหลือเบื้องต้นกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางเพียงแค่นั้น แต่มาตรการอื่น ๆ ที่ผม ได้พูดมานั่นคือมาตรการระยะยาวที่เราวางไว้ในยางทั้งระบบ แล้วเราจะพยายามดูแลตรงนี้ ให้ไม่มีกลไกอื่นเข้ามา
ส่วนเงื่อนไขของตลาดกลางที่เราไม่สามารถที่จะกำหนดราคาได้ขณะนี้ ผมได้มอบนโยบายให้การยางแห่งประเทศไทยไปคิดว่าทำอย่างไรถึงจะตั้งตลาดกลางขึ้นได้ ในประเทศไทย ถ้าเราสามารถทำอย่างนั้นได้เราก็จะเป็นผู้กำหนดราคายางในอนาคต ด้วยตัวเราเองครับ ก็ขอกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ได้รับทราบในส่วนของ การดำเนินการในส่วนของสหกรณ์และวิสาหกิจ ขอบคุณมากครับ