เฉลิมชัย แจงใช้ยางราชการ 43,170 ตัน หนุนราคาเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒

เฉลิมชัย ศรีอ่อน ชี้แจงมาตรการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ โดยเน้นการเพิ่มการใช้ยางในประเทศผ่านหน่วยงานภาครัฐ การแปรรูปยางให้มีมูลค่าเพิ่ม และการเปิดตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับราคาอย่างยั่งยืน พร้อมเร่งแก้ระเบียบที่เป็นอุปสรรคการใช้ยางในงานราชการ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มา ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกเกี่ยวกับยางพาราครับ ในประเด็นเรื่องแนวทางการสนับสนุน แล้วก็แปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในหน่วยงานราชการ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ยางพาราในประเทศไทยเราที่ท่านบอกว่ามีการส่งออก ๘๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ใช้ภายใน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนั้นคือข้อเท็จจริงที่ปรากฏ วันนี้การใช้ยางในประเทศไทยเป็นนโยบาย ของรัฐบาลในการที่จะตัดซัปพลาย (Supply) ในส่วนของวัตถุดิบประเทศของเราให้ใช้มากที่สุด ในรอบปีที่ผ่านมาผมอยากจะบอกว่า ๑ ในมาตรการนั้นก็คือการให้หน่วยงานของรัฐ ทุกหน่วยงาน เป็นบัญชาท่านนายกรัฐมนตรีให้หน่วยงานของรัฐได้นำยางพาราไปใช้ในส่วน ของการเป็นผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมต่าง ๆ ในการที่จะทำ พัฒนาแล้วก็แปรรูป ในรอบปี ที่ผ่านมามีการดำเนินการในส่วนของกระทรวงต่าง ๆ ที่เข้าสู่นโยบายตรงนี้ทั้งหมด ๑๐ หน่วยงาน ซึ่งก็จะมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งการดำเนินการในรอบปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาก็ได้มีการดำเนินการ ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ขออนุญาตที่จะเรียนรายละเอียดอย่างนี้ ในส่วนของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการใช้ยางในการก่อสร้างถนนเป็นจำนวนทั้งหมด ๖,๐๐๒ ตันในเนื้อยางแห้ง กระทรวงคมนาคมดำเนินการในส่วนของเนื้อยางแห้งทั้งหมด ๑๑,๔๕๑ ตัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการทั้งหมด ๕ ตัน กระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด ๒,๕๐๐ ตัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๖๑.๕ ตัน กระทรวงมหาดไทย ๒๑,๗๙๐ ตัน กรุงเทพมหานครอาจจะมีการใช้น้อยแต่ว่าเราก็ได้ประสานงานไปแล้วใช้ในรอบปีที่ผ่านมา คือ ๒.๗ ตัน กระทรวงกลาโหมทั้งหมด ๕๘๖ ตัน กระทรวงยุติธรรมทั้งหมด ๗๕๐ ตัน แล้วก็กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ใช้เนื้อยางทั้งหมด .๐๗ ตัน ทั้งหมด ในการใช้ยางพาราในส่วนของราชการในรอบปีที่ผ่านมารวมกันทั้งหมดเป็นเนื้อยางแห้งทั้งสิ้น ๔๓,๑๗๐ ตัน แล้วก็คิดเป็นปริมาณน้ำยางสดก็คือ ๑๒๙,๕๑๑ ตัน นี่คือมาตรการที่รัฐบาล ได้ดำเนินการมาในรอบปีงบประมาณ ๒๕๖๒ วันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้มีบัญชาแล้วก็กล่าวย้ำมาในส่วนหน่วยงานต่าง ๆ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ไปดูในส่วนที่จะ ใช้ยางพารามาเป็นส่วนในการที่จะนำไปเป็นเครื่องมือหรือนำไปทำถนน นำไปทำเขื่อนยาง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้วันนี้ถือว่าเป็นนโยบายรัฐบาล และท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้คุยกับ กรมบัญชีกลางในส่วนของระเบียบ ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่าการที่นำยางพาราไปเป็นส่วนผสม จะทำให้มีราคาสูงขึ้น เพราะฉะนั้นการดำเนินการตรงนี้ก็จะต้องมีการแก้ระเบียบราชการ บางเรื่อง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้บัญชาดำเนินการไปแล้ว การดำเนินมาตรการตรงนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะยกระดับราคายาง ถามว่าดำเนินการตรงนี้เพียงอย่างเดียวจะสามารถ ทำได้ไหม ผมตอบเลยว่าไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการต่อมาก็คือจะทำอย่างไรเราถึง จะขายยางไปสู่มือของผู้ผลิตโดยตรง ทำอย่างไรเราจะแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้เราได้ดำเนินการทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ โดยรัฐบาล ถือเป็นนโยบายหลักก็ได้มีการเดินทางไปในการที่จะขายทั้งน้ำยางสด น้ำยางข้น ยางแห้ง แล้วก็ ผลิตภัณฑ์แปรรูปซึ่งขณะนี้ที่เราได้ดำเนินการแล้วก็แถลงให้สื่อมวลชนได้ทราบก็คือเราได้ ดำเนินการในรอบ ๒ เดือน ขายยางในส่วนของยางแห้ง ยางสดไปประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ตัน และที่สำคัญที่สุดคือเราไปเปดดตลาดหมอนยางพาราอีก ๒๐ ล้านลูก ในส่วนของประเทศตุรกี ส่วนของประเทศเยอรมัน ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าจะเป็นมาตรการสามารถที่จะทำให้ราคายางขึ้น อย่างยั่งยืน ไม่ใช่ขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวแล้วก็ตกลงมาให้พี่น้องเกษตรกรจำเป็นจะต้องออกมา เรียกร้อง เพราะฉะนั้นมาตรการประกันรายได้ราคายางตรงนี้ถือว่าเป็นมาตรการระยะสั้น ที่เราดำเนินการเพื่อที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรสวนยางให้เขาสามารถ ผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ เหล่านี้ไปได้ แล้วหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการยาง แห่งประเทศไทย ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็รัฐบาลทั้งหมดทั้ง ครม. จะต้องมาดำเนินการในการที่จะช่วยที่จะตัดซัปพลาย (Supply) ของยางออกจากระบบให้มากที่สุด วันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่เราได้ดำเนินการตรงนี้ ผมยกตัวอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรอบปีที่ผ่านมาอาจจะมีการใช้ยางไม่มากเท่าไร ใช้ยางทั้งหมด ๖,๐๐๐ ตัน แต่วันนี้ก็ได้มีมาตรการในการดำเนินการที่จะหาความเหมาะสม ในการสร้างฝายยาง สร้างเขื่อนยางในสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมแล้วก็มีการคิดล็อกบูม (Log boom) ในส่วนของวัสดุที่จะมากันวัชพืช กันเศษขยะกันอะไรต่าง ๆ ซึ่งโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ได้ผ่าน งานวิจัยเรียบร้อยแล้ว แล้วก็กำลังรองบประมาณในการที่จะดำเนินการ ซึ่งสามารถ ที่จะตัดยางออกจากระบบไปได้อีกหมื่นกว่าตัน อย่างกระทรวงคมนาคมก็ได้มีการพูดคุยกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในส่วนของการที่จะนำผลิตภัณฑ์ยางไปทำแบริเออร์ (Barrier) เพื่อที่จะลดความเสียหายในกรณีเกิดการชนการกระแทกหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ กำลังรอผลการตรวจรับรองจากประเทศเกาหลีใต้ ถ้าผลรับรองตรงนั้นตรวจกลับมาแล้ว กระทรวงคมนาคมก็จะทำเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการที่จะใช้ ผลิตภัณฑ์ยางพาราตรงนี้ ซึ่งเราคาดว่าถ้าเราสามารถดำเนินการได้เป้าหมายของเราจากเดิม ที่เราใช้น้ำยางสดประมาณ ๑๒๙,๐๐๐ ตัน เราจะเพิ่มปริมาณการใช้ยางในภาครัฐขึ้นจนถึง ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน นี่คือเป้าหมายที่เราดำเนินการ เป็นบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี ต้องการที่จะช่วยยกระดับราคายาง นอกจากที่เราจะไปขายแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แล้ว ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบในส่วนของการดำเนินงานที่ผ่านมา แล้วก็กำลังจะดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ขอบคุณมากครับ