ภาคภูมิ บูลย์ประมุข หารือเรื่องภัยหนาวและขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงมาตรการช่วยเหลือประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ จริง ๆ ผมตั้งใจจะถามคำถามเหล่านี้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบ แล้วก็ได้ดำเนินการไปเกือบหมดแล้ว ขออนุญาตย้อนความจำเป็นอีกครั้งที่ท่านรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าตอนนี้กำลังทำหนังสือปรึกษาไปที่กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง ท่านอย่าลืมว่า จากอดีตที่ผ่านมาถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า ๑๕ องศาเซลเซียสเป็นเวลา ๓ วันสามารถประกาศ ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยหนาวได้ ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ปรากฏว่ากรมบัญชีกลาง ก็ได้สั่งออกมาว่าต้องเปลี่ยนเป็น ๘ องศาเซลเซียสติดต่อกัน ๓ วัน ๘ องศาเซลเซียสติดต่อกัน ๓ วันผมเข้าใจในวันที่ประกาศอาจจะเป็นกรณีมีการร้องเรียนการทุจริต มีผู้หวังผลประโยชน์ ที่ไม่ดีมากับภัยหนาว แต่การประกาศมาอย่างนี้ผมยังเชื่อว่าที่ผ่านมาหนาวขนาดนี้ หนาวขนาด ๔-๕ วันถือว่าหนาวพอสมควร และยิ่งบนยอดดอยยิ่งหนาวจัด ผมยังไม่มั่นใจว่ามีจังหวัดไหน ที่ประกาศภัยพิบัติได้บ้าง น่าจะไม่มี ขนาดหนาวขณะนี้ยังประกาศภัยพิบัติไม่ได้ ที่สำคัญ คนที่อยู่บนภูเขาบนยอดดอย โดยเฉพาะชนเผ่าต่าง ๆ ท่านอย่าลืมเขาเป็นผู้ด้อยโอกาส มีฐานะยากจน เครื่องนุ่งห่มเครื่องกันหนาวหรือแม้กระทั่งที่อยู่อาศัยของเขามันไม่ตอบสนอง ในการป้องกันภัยหนาวได้เลย บ้านของเขาท่านนึกออกนะครับ คนที่อยู่บนภูเขาบ้านจะเป็น ไม้ไผ่เขาเรียกไม้ฟากบ้าง บ้านก็ตัดปะไม่ใช่เป็นบ้านตึกแบบของเรา เวลานอนแต่ละทีนอนไม่ได้ ลมหนาวพัดเข้ามายิ่งบนยอดดอยลมแรงพัดเข้ามาเขาต้องออกมาข้างล่างมาก่อไฟผิงไฟกัน เพราะนอนไม่ได้ สิ่งเหล่านี้จากการประกาศภัยพิบัติที่กรมบัญชีกลางตั้งเกณฑ์ไว้นั้นต้อง ๘ องศาเซลเซียสติดต่อกัน ๓ วัน โดยปกติกรมบัญชีกลางให้ยึดประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ท่านอย่าลืมว่ากรมอุตุนิยมวิทยาส่วนใหญ่จุดวัดอุณหภูมิจะอยู่พื้นล่างทั้งหมด พื้นล่างอย่างไร ก็ไม่ถึง ๘ องศาเซลเซียส ท่านอย่าลืมถ้าข้างล่าง ๘ องศาเซลเซียสเมื่อไร ข้างบนผมว่าเหยียบ ๆ ๑-๒ องศาเซลเซียส ฉะนั้นก็ไม่ถึงสักที ๘ องศาเซลเซียสข้างบนจริง ข้างบนยอดดอย ๘ องศาเซลเซียส แต่ข้างล่าง ๑๕ องศาเซลเซียสก็ไม่เข้าเกณฑ์อีก ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมว่า ทางกรมบัญชีกลางต้องกลับไปทบทวน ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ผมว่าตั้งแต่ผมทราบว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็เป็นอดีตผู้บริหารท้องถิ่น นายก อบจ. สงขลาเก่า ท่านก็ทราบดีว่า เวลาชาวบ้านเดือดร้อนอันดับแรกเขาต้องมาหานักการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่า อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ตอนนี้ภัยหนาวที่ผ่านมาทุกหน่วยงานมองตาปริบ ๆ ทำอะไรไม่ได้เลยครับ ใครที่มีรายได้ดี นายกคนไหนมีศักยภาพก็ควักทุนส่วนตัวไปประสานกับทางเอกชน มูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ ไปช่วยเหลือ ภัยหนาวเป็นภัยที่ไม่เหมือนภัยแล้ง หรือว่าอุทกภัย พอหนาวปุ๊บ มันหนาวเลย พอสิ้นสุดภัยหนาวปุ๊บก็ประกาศไม่ได้แล้ว อย่างช่วงนี้หนาวอยู่ ๑ อาทิตย์ พอหมด ๑ อาทิตย์ก็ประกาศไม่ได้ เยียวยาก็ไม่ทันกาลแล้วครับ บางคนทนไม่ไหว ตามข่าว ท่านจะเห็นบางท่านเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งชาวบ้านทนไม่ไหวอากาศหนาวมันต้องเป็นการ ช่วยเหลือแบบทันท่วงทีถึงจะประสบความสำเร็จ ผมย้ำโดยเฉพาะบนภูเขาต้องฉุกเฉินที่สุด และคนที่จะสามารถดำเนินการได้รวดเร็วที่สุด ผมเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น หน่วยงานที่เข้าถึงเร็วที่สุดกับประชาชนนั้น ๆ ผมก็อยากจะฝากกระทรวงมหาดไทย ในเมื่อ ทางกระทรวงมหาดไทยทำเรื่องปรึกษาไปทางกรมบัญชีกลางเพื่อจะให้พิจารณาหลักเกณฑ์ ในการประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินให้มาเหมือนเดิมเอา ๑๕ องศาเซลเซียส ๓ วันติดต่อกันก็ได้ แต่อยากจะให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาถึงเรื่องบทบาทหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะทำในการ บำบัดทุกข์บำรุงสุขของภัยหนาวได้ ภัยหนาวเป็นภัยที่วัดจากอุณหภูมิ วัดเอาอุณหภูมิเป็นหลัก พออุณหภูมิไม่ถึงขั้นก็ประกาศไม่ได้แล้วภัยก็ปดดลง จริง ๆ จะถามคำถามที่ท่านรัฐมนตรีตอบก็คือว่าทางกระทรวงมหาดไทยเป็นไปได้ไหมจะทำ เรื่องปรึกษาหารือไปยังกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีกรุณาให้คำตอบแล้วว่าได้จัดทำ ไปเรียบร้อยแล้วก็ถือว่าเป็นความกรุณาอย่างสูง ก็อยากจะให้ท่านดูเรื่องขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นด้วย คำถามที่ผมจะถามก็คือหลังจากนี้ถ้าเกิดภัยพิบัติลักษณะนี้เหมือนเดิมอีก รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องภัยหนาวที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตต่อไปได้อย่างทันท่วงที เพราะยืนยันว่าการที่จะเกิดภัยหนาวต้องมีกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งก่อนล่วงหน้า ถ้าหนาวปุ๊บท่านช่วยเหลือเขาเลยจะเป็นผลดีมาก กราบเรียนถาม ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ