นิพนธ์ บุญญามณี พูดเรื่องการเตรียมการและดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยหนาวในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อมแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถาม ในเรื่องกรณีที่การจัดการเรื่องภัยหนาวของรัฐบาล ซึ่งตามที่ท่านได้เรียนแล้วเมื่อสักครู่ครับว่า หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ลงประกาศตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ของประเทศไทยในวันที่ ๑๗ ตุลาคม และคาดหมายลักษณะอากาศตามที่ท่านได้เรียนแล้วนั้น กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดในการเตรียมการดังกล่าว ในการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการติดตาม สถานการณ์ภายใต้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โดยมีองค์ประกอบ จากหน่วยงานต่าง ๆ รวมกระทั่งกรมอุตุนิยมวิทยา หรือว่าหน่วยงานของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานฝ่ายปกครองแล้วก็องค์กรปกครองท้องถิ่นต่าง ๆ รวมไปถึง มูลนิธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นก็ให้มีการจัดประชุมเตรียมแผนงานที่สำคัญก็คือว่า สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนโดยการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่มีความเสี่ยงให้มีความเข้าใจในการดูแลตัวเอง เช่นการงดดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายหนาว เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกาย ต่ำกว่าปกติไฮโปเทอร์เมีย (Hypothermia) ซึ่งคิดว่าอันนี้จะเกิดขึ้นถ้าหากว่าเราไปทานเหล้า ในอุณหภูมิที่หนาว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เตือนไปแล้วนะครับ หรือการไม่ผิงไฟในที่อับอากาศ เพราะจะทำให้หมดสติและขาดอากาศหายใจ เป็นต้น ทั้งนี้ก็ได้ประสานงานกับกระทรวง สาธารณสุขในการที่จะให้ข้อมูล แล้วก็เฝ้าดูว่าถ้ามีการเสียชีวิตจากภัยหนาวก็ต้องรายงานให้ ทางส่วนราชการทราบทันที ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ได้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่เขาเรียกว่ากลุ่มเปราะบางให้ดูแลเป็นกรณีพิเศษ ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กไร้ผู้อุปการะ คนพิการทุพพลภาพ สตรีมีครรภ์ ผู้มีรายได้น้อย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือในเบื้องต้น ทางราชการได้แจ้งเตือนเป็นกรณีพิเศษ ได้กำชับไปยังจังหวัด แล้วก็ให้ระวังแม้กระทั่งเรื่อง ที่จะเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ต่าง ๆ เพราะสภาพอากาศแห้ง เราก็ต้องการให้มีความระมัดระวัง สิ่งเหล่านี้ก็ให้จังหวัดได้ดำเนินการพร้อมไปกับอำเภอ พร้อมไปกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และระเบียบต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ซึ่งในความหมายของคำว่า ภัยหนาว มีระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งให้นิยามคำว่า ภัยพิบัติ อากาศหนาวจัดผิดปกติ ซึ่งในระเบียบนี้ได้ไปเขียนเรื่องกรณีที่จะถือเป็นภัยพิบัติต้องเป็นกรณีอากาศหนาวจัดผิดปกติ เพราะฉะนั้นในนิยามนี้เราไปดูนิยามของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งได้วางเกณฑ์ไว้ว่าอากาศหนาว อุณหภูมิตั้งแต่ ๘-๑๕.๙ องศาเซลเซียส อากาศหนาวจัดอุณหภูมิตั้งแต่ ๗.๙ องศาเซลเซียส ลงไป เพราะฉะนั้นพอไปเขียนระเบียบไว้อย่างนี้ก็ต้องถือปฏิบัติว่าการที่จะประกาศเป็น เขตภัยหนาวได้ต้องให้อุณหภูมิต่ำกว่า ๘ องศาเซลเซียส ก็คือ ๗.๙ องศาเซลเซียสลงไป ซึ่งเดิมเราเคยมีระเบียบไว้ว่ากรณีสัก ๑๕ องศาเซลเซียสก็ถือว่าเป็นภัยหนาว แต่ว่าต่อมา เมื่อปี ๒๕๕๘ ได้มีการแก้ไขระเบียบนี้เป็นว่าต้องต่ำกว่า ๘ องศาเซลเซียส แล้วก็เป็นเวลา ติดต่อกันมากกว่า ๓ วันจึงจะประกาศเป็นเขตภัยหนาวได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองในขณะนี้ แม้ว่ายังไม่สามารถประกาศได้ กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ มีหนังสือหารือไปยังกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง ให้เปลี่ยนหลักเกณฑ์จากที่เราบอกว่า ต้องต่ำกว่า ๘ องศาเซลเซียสจึงจะประกาศภัยหนาวได้ก็ให้เปลี่ยนไปใช้หลักเกณฑ์เดิม ก่อนปี ๒๕๕๘ ได้หรือไม่ ซึ่งในขณะนี้มีหนังสือไปถึงกรมบัญชีกลางแล้ว แล้วผมก็ได้ไป ประสานงานกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ท่านอธิบดีกรมบัญชีกลาง และกำลังศึกษาอยู่ว่าเราสามารถมีกรณีที่จะยกเว้นหรือว่าจะกลับไปใช้ระเบียบเดิมได้หรือไม่ อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการอยู่แล้วขณะนี้ อย่างไรก็แล้วแต่ในขณะที่เรายัง แก้ไขระเบียบไม่ได้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับ ภาคเอกชนคือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จัดกิจกรรมแจกผ้าห่มร่วมกันทุกปี เพราะฉะนั้น การช่วยเหลือจากภาคเอกชนก็สามารถนำผ้าห่มกันหนาวไปแจกให้กับประชาชนทั้งภาคอีสาน และภาคเหนือได้อยู่ในขณะนี้ก็ดำเนินการอยู่ด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชนครับ ขออนุญาต ที่จะตอบคำถามเบื้องต้นว่าดำเนินการอยู่ในขณะนี้ตามขั้นตอนต่าง ๆ นี้