สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒

วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ หารือเรื่องการฟื้นฟูและพัฒนาอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดศรีสะเกษ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการตื้นเขินของห้วย หนอง คลอง บึง และอ่างเก็บน้ำในจังหวัดนั้น และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ เพื่อให้มีน้ำกลับคืนสู่สภาพเดิม และสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรและท้องถิ่น

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไปถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การฟื้นฟูและพัฒนาอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดศรีสะเกษ ก่อนอื่นผมใคร่ขอกราบเรียนท่านประธาน และขออนุญาตท่านประธานก่อนว่าคำถามของผม มี ๒ คำถาม ผมจะขออนุญาตอภิปรายแล้วถามครั้งเดียว แล้วให้ท่านรัฐมนตรีตอบครั้งเดียว เพื่อจะให้ได้ใจความ ผมเรียนท่านประธานว่าจังหวัดศรีสะเกษประกอบไปด้วย ๒๒ อำเภอ ๒๐๔ ตำบล ๒,๓๒๑ หมู่บ้าน ประชากร ๑,๔๗๐,๐๐๐ คน ๖๐ เปอร์เซ็นต์เป็นประชากร ที่มีอาชีพเกษตรกรรม เมื่อเกษตรกรส่วนใหญ่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้นมีอาชีพทำไร่ ทำนา ทำสวน ปัญหาหัวใจสำคัญของเกษตรกรนั่นก็คือ ๑. น้ำ ๒. ไฟฟ้า ๓. ถนนในการลำเลียงสินค้า การเกษตรออกสู่ท้องตลาด เนื่องจากที่ผ่านมานั้นจังหวัดศรีสะเกษมีอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง มีลำห้วยหลายสาย มีหนองน้ำ แล้วก็มีห้วย หนอง คลอง บึงหลายแห่งที่ตื้นเขินขาดการ พัฒนาดูแลจากกรมชลประทาน จึงส่งผลให้หน้าฝนน้ำท่วม หน้าแล้งน้ำแห้ง ส่งผลให้พี่น้อง เกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษนั้นมีรายได้ลดลง เพราะหลายแห่งผมจะยกตัวอย่างให้เห็น อย่างชัดเจน เช่น แหล่งน้ำที่เป็นห้วย หนอง คลอง บึงที่ตื้นเขิน นั่นก็คือหนองกราม ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าไร่ ขณะนี้ตื้นเขินหมด ๒. ซำครุ ตำบลพิงพวย อำเภอพยุห์ ๓. คลองระวี ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ ๔. คลองอีสานเขียว ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ ๕. ห้วยทาร่องจังเอิน ตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง ๖. ห้วยแฮด ตำบลโนนเพ็ก ตำบลหนองค้า อำเภอพยุห์ ห้วยเสียว ตำบลเสียว อำเภอเบญจลักษ์ ห้วยไผ่ ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ และอีกหลาย ๆ แห่ง นี่เป็นเพียงยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นและได้ รับทราบว่าห้วย หนอง คลอง บึงที่อยู่จังหวัดศรีสะเกษขณะนี้กำลังตื้นเขิน หลังจากห้วย หนอง คลอง บึงเสร็จแล้ว ต่อมายังฝายน้ำล้นแล้วก็อ่างเก็บน้ำ ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่างเพียง ๓ แห่ง อ่างเก็บน้ำนั้นคืออ่างเก็บน้ำห้วยตามาย ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยตามายในอำเภอกันทร ลักษ์ถือว่าเป็นทะเลสาบใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษและในประเทศไทย สามารถบรรจุ น้ำได้ประมาณ ๓๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันท่านประธานทราบไหมว่าหน้าแล้งเป็นที่ เเลี้ยงสัตว์ หน้าฝนมีน้ำ ในช่วงนี้อ่างเก็บน้ำห้วยตามายนั้นจะมีน้ำอยู่ปริมาณเกือบ ๘๐

ป อ ร์ เ ซ็ น ต์ แต่หลังจากวันที่ ๒๐ ต่อไปนั้นจะเริ่มปล่อยน้ำออกไปสู่เกษตรกรซึ่งทำนาปรัง แล้วคาดว่า อีกไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นั้นน้ำก็จะแห้งก็เป็นที่เลี้ยงสัตว์ต่อ ต่อมาเป็นฝายห้วยทา ตำบลพรหมสวัสดิ์ ซึ่งขณะนี้ก็ได้ตื้นเขินลงซึ่งแต่ก่อนไม่ว่าอ่างเก็บน้ำ ไม่ว่าหนองน้ำ ไม่ว่า แหล่งน้ำต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยสำคัญของพี่น้องเกษตรกร เดิมทีนั้นกล่าวว่าประเทศไทยของเรา สผ ๑๑/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เสาวลักษณ์ ๔๐/๒ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่ปัจจุบันนี้ปลาก็ไม่มี ข้าวก็เสียหาย ปลาจะมีได้อย่างไรในเมื่อน้ำไม่มี แต่ก่อนนั้นหลายรัฐบาลที่ผ่านมาผมก็ได้เคยเห็นทางรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการไปปล่อยปลา ปล่อยกุ้ง ก็เป็นมรดกให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้ลูกหลานได้ทำมาหากิน ได้มีอาชีพเสริม รายได้ก็เพิ่ม ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น แต่ปัจจุบันนี้ น้ำไม่มี ปลาหมด และสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากน้ำนั้นก็อันตรธานหายไป เพราะฉะนั้นปัจจัยดังกล่าวนี้จึงเป็นที่มา ของกระทู้ของผม ซึ่งผมถามทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม พอผมเห็นว่าท่านมาตอบผมก็ชื่นใจเพราะผมเชื่อมั่น ในความรู้ความสามารถของท่าน เพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญของกรมชลประทาน ก็ถือโอกาสนี้ ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ากรมชลประทานที่สังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้นมีวิธีและแผนงานอย่างไรในการฟื้นฟูและพัฒนาอ่างเก็บน้ำ พัฒนาฝายน้ำล้น พัฒนาห้วย หนอง คลอง บึง ในจังหวัดศรีสะเกษที่จะให้มีน้ำกลับคืนสู่สภาพเดิม ให้ได้ชื่อว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แถมยังได้ผลประโยชน์อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนเสริมคือเป็นแหล่งท่องเที่ยว ท้องถิ่นก็จะมีรายได้เพิ่ม เกษตรกรก็จะมีรายได้เพิ่มและมีอาชีพเพิ่ม นั่นก็คือมีการหาปลา มีการขายปลา ก็ถือโอกาสนี้เรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โปรดตอบแล้วก็ขอรายละเอียดด้วย ขอบคุณมากครับ