สฤษฏ์พงษ์ ถามความชัดเจนปิดอ่าวมาหยา ห่วงกระทบสิ่งแวดล้อม-รายได้ท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๔ ธันวาคม ๒๕๖๒

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กล่าวขอบคุณประธานและทีมรัฐมนตรีที่ตอบกระทู้ถามอย่างเฉพาะเจาะจงในวันนี้ พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนของนโยบายปิดอ่าวมาหยา โดยเฉพาะผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และรายได้ของท้องถิ่น พร้อมขอให้ชี้แจงกำหนดเวลา การเปิด-ปิดพื้นที่อย่างเป็นทางการ รวมถึงมาตรการรองรับการท่องเที่ยวทางเลือกที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องนโยบายการจัดเก็บรายได้และการประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีกับทีมงานที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้

ประเด็นในเรื่องของนโยบายการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งทุกท่าน คงเข้าใจดีว่าอ่าวมาหยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแล้วก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากทีเดียว แต่วันนี้อ่าวมาหยาถูกปิดมานานแล้ว แต่พี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ ทั้งผู้ประกอบการการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดใกล้เคียงก็คือจังหวัดตรัง ที่มาใช้บริการในส่วนของ ทรัพยากรอ่าวมาหยามีความข้องใจก็มาร้องเรียน มาสอบถามผมว่านโยบายของรัฐบาล กับการปิดอ่าวมาหยาจะดำเนินการอย่างไรให้มีความชัดเจน เช่น ในกรณีถ้าจะปิดเพื่อดูแล เรื่องสิ่งแวดล้อม ผมก็ดีใจที่ท่านรัฐมนตรีท่านมาดูแล้วก็ดูในเรื่องของพลาสติกด้วยอะไรด้วย ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะว่าขยะแต่ละปีมันขึ้นที่บริเวณหาดอ่าวมาหยามาก ทีนี้ประเด็น ที่จะถามก็คือถ้านโยบายการปิดอ่าวมาหยามีความชัดเจนว่าปิดตลอดไป พี่น้องประชาชนก็ดีใจ ก็ดีใจว่าเก็บไว้เป็นไข่มุกหรือเป็นมรดกในการท่องเที่ยวของเกาะพีพี แต่เนื่องจากว่าในกลุ่ม ของผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรมต่าง ๆ เขามองเห็นนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่จะไปสร้างท่าเทียบเรือด้านหลังที่ท่านรัฐมนตรีบอก บางกลุ่มก็ไม่เห็นด้วย เหตุที่ไม่เห็นด้วยคือ ๑. พื้นที่ตรงนั้นจะต้องเจาะตอม่อเรื่องหินด้านหลัง ๒. คลื่นทะเล เวลาหน้ามรสุมเรือจะจอดไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่จะบริหารจัดการให้เรือขนาดสปีดโบท (Speed Boat) เอานักท่องเที่ยวเข้าไปวันละประมาณ ๒,๐๐๐ คน ไม่สามารถทำได้ในการเชื่อมต่อ เพราะมันจะมีท่าเทียบเรืออ่อน แล้วก็มีท่าเทียบเรือแข็ง แล้วก็จะมีวอล์กเวย์ (Walkway) ที่เดิน ๓ โครงการ ซึ่งผู้ประกอบการโรงแรมกับเรือเขาก็มาร้องบอกผมว่าถ้าไปทำด้านหลัง เขาไม่เห็นด้วยในเรื่องของการทำลายสิ่งแวดล้อมด้านหลังซึ่งมีปะการังอยู่ด้วย แต่คราวนี้ จะบริหารการจัดการไม่ให้เข้าหรือว่าเข้าไปบริเวณที่มีแนวทุ่นด้านหน้าแล้วก็ให้เรือไปจอด แล้วก็ให้ถ่ายรูปอย่างนี้เขาก็ยังเห็นด้วย คือสรุปว่าไม่ให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสทราย คำถามว่า ถ้ามีกรณีที่มีการสร้างท่าเทียบเรือด้านหลังในโครงการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แสดงว่าไม่ได้ปิดถาวรต้องมีระยะเวลาแน่ เพราะฉะนั้นการที่ผู้ประกอบการ อยากทราบก็คือ เขาจะได้วางแผนการขายตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเปิดในปี ๒๕๖๔ เท่าที่ทราบ สมมุติว่าวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ แต่ขอให้แน่นอน ที่ผ่านมาเคยประกาศเปิดแล้วก็ปิด อันนี้คือความไม่แน่นอน เมื่อความไม่แน่นอน กับความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเรือเขาก็วางแผนในเรื่องของตลาดการท่องเที่ยวไม่ได้ ผมเชื่อว่า ผู้ประกอบการในเกาะพีพีโดยหลักแล้วไม่ค่อยกระทบจากการที่จะไปปิดอ่าวมาหยา เนื่องจากว่า คนที่กระทบเป็นประเภทวันเดย์ ทัวร์ (One day Tour) มาจากจังหวัดภูเก็ตเป็นส่วนใหญ่ ผมว่าประมาณสัก ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มาจากที่อื่นและมาเที่ยวอ่าวมาหยา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เลยอยากเรียนถามในเบื้องต้นว่าท่านรัฐมนตรีมีนโยบายในการปิดถาวรหรือไม่ แต่ว่า ถ้าไม่ปิดถาวรมีนโยบายการสร้างท่าเทียบเรือด้านหลังจะสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. เท่าไร แล้วจะเปิดให้นักท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการพานักท่องเที่ยวเข้าไปในรูปแบบไหน โดยการ จำกัดเวลาหรืออย่างไร

อีกประการหนึ่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ทราบดีว่าถ้าอุทยานเก็บค่า เข้าพื้นที่อุทยานได้มากเท่าไรท้องถิ่นก็ได้มากตาม เพราะ ๕ เปอร์เซ็นต์ก็สูงขึ้น เขาก็อยากให้ ได้มาก แต่ ณ วันนี้ท้องถิ่นพอปิดอ่าวมาหยารายได้หายไป เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อคำถามของ ท้องถิ่นว่าหายไปจริงไหม การที่หายไปโดยที่ปิดอ่าวมาหยาในขณะที่นักท่องเที่ยว (ต่างชาติ) ก็ไม่น้อยลงนะครับ แต่ที่บอกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้น ต่างชาติน้อยลงนี่ ซึ่งตัวเลข จากจังหวัดภูเก็ตกับจังหวัดกระบี่ตัวเลขยังบอกว่าไม่ได้น้อยลง เพราะฉะนั้นเมื่อนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติไม่ได้น้อยลงการที่จะไปเที่ยวเกาะ เมื่อไม่มีอ่าวมาหยาก็ต้องไปที่เกาะไม้ไผ่ เกาะอื่น เมื่อไปที่เกาะอื่นอุทยานก็เก็บอยู่ดี ซึ่งวันนี้แยกเก็บ ชาวไทย ๒๐ บาท ๔๐ บาท ต่างชาติ เป็นผู้ใหญ่ ๔๐๐ บาท เด็ก ๒๐๐ บาทแต่รูปแบบในการจัดเก็บวันนี้มีเรือ ๓ คนไปเก็บแล้วก็ ใส่ถุงดำกลับมา ซึ่งผมดูรูปแบบการจัดเก็บอย่างนี้ไม่ค่อยปลอดภัย แล้วการตรวจเช็ก (Check) อาจจะตรวจเช็ก (Check) ลำบากครับ ก็เรียนถามว่าถ้าในกรณีที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปอย่างนี้ ก็ต้องการรู้ปริมาณในเรื่องของจำนวนเงินในการจัดเก็บนั้น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดสรรประโยชน์ใน ๕ เปอร์เซ็นต์ของการจัดเก็บ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็บอกว่า เขาสูญเสียไปตามสัดส่วนนี้ด้วยใช่ไหมครับ เมื่อก่อนถ้าจำไม่ผิด ๖๖๘ ล้านบาท ณ วันนี้ ผมไม่แน่ใจตัวเลขว่าได้สักครึ่งหนึ่งไหม อยู่ที่ ๓๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเมื่อได้ครึ่งหนึ่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕ เปอร์เซ็นต์ก็น้อยลง ก็อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่านโยบาย เพื่อที่จะคงไว้หรือขยายการประชาสัมพันธ์ตรงนี้จะทำอย่างไร ในขณะเดียวกันเมื่อเรา ปิดอ่าวมาหยาแต่เราไปเปิดที่อื่นโดยไม่มีมาตรการป้องกันในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านกลัวว่าในที่สุดเกาะที่ไปเปิดใหม่โดยไม่มีมาตรการก็เสื่อมสภาพเหมือนกับอ่าวมาหยา เช่นกัน ก็ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีเบื้องต้นครับ