ชัยชาญ แจงแผนพัฒนาทักษะทหารร่วมเกษตร-ศึกษา-แรงงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๔ ธันวาคม ๒๕๖๒

ชัยชาญ ช้างมงคล ชี้แจงนโยบายพัฒนากำลังพลทหารกองประจำการภายใต้กระทรวงกลาโหม โดยเน้นการฝึกทักษะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการป้องกันประเทศ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาทักษะอาชีพการศึกษา และเกษตรผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมเตรียมความพร้อมด้านอาชีพก่อนปลดประจำการและส่งต่อความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกเกี่ยวกับการฝึกอาชีพของทหารเกณฑ์ ขออนุญาตนะครับ ถ้าตามพระราชบัญญัติจะเรียกว่า ทหารกองประจำการ ทหารกองประจำการก็จะประกอบด้วย ๒ ส่วน คือส่วนที่ผ่านจากการตรวจเลือกกับอีกส่วนหนึ่ง เรื่องของการที่สมัครร้องขอเข้ามา กับปัญหาการขาดแคลนแรงงานของภาคเอกชนในวันนี้ ในเรื่องของการพัฒนากำลังพลนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากระทรวงกลาโหมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะ พัฒนากำลังพลของกระทรวงกลาโหม ทั้งเรื่องความรู้ ความสามารถ ทั้งเรื่องของการปฏิบัติ ภารกิจหลักคือป้องกันประเทศ การพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชน ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าในส่วนของทหารกองประจำการที่เข้ามาเป็นกองประจำการคือ เข้ามารับราชการนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เรียนว่าในการจัดหน่วยทหารตั้งแต่ระดับเล็กที่สุด คือระดับหมู่ไปจนถึงระดับหมวด กองร้อย กองพัน กรมถึงกองพลนั้น กำลังพลในหน่วยนั้น ก็จะประกอบด้วย ทั้งนายทหาร นายสิบ แล้วก็พลทหาร ก็คือทหารกองประจำการนั่นเอง ทั้ง ๓ ส่วนนี้จะต้องปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน แล้วก็มีการบังคับบัญชา มีการฝึกร่วมกัน แล้วสำคัญที่สุดก็คือ จะต้องเหมือนกับว่ามีน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการปฏิบัติหน้าที่ถึงจะทำให้การปฏิบัติงานของ หน่วยนั้นประสบความสำเร็จตามขีดความสามารถ ตามคุณลักษณะที่กำหนดไว้

ในส่วนของทหารกองประจำการนั้น กระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญพัฒนา ในทุกเรื่อง เมื่อเข้าไปเป็นกองประจำการในเรื่องของความเป็นอยู่ สิ่งอำนวยความสะดวก เรื่องของการเสริมสร้างทักษะทางทหาร เรื่องของความมีระเบียบวินัย จิตอาสา อุดมการณ์ รักชาติ เรื่องเทิดทูนสถาบันแล้วยังให้เรื่องของคุณวุฒิด้านการศึกษา เรื่องการประกอบอาชีพด้วย ขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องของคุณวุฒิทางการศึกษานั้น กระทรวงกลาโหมได้ร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ก็คือ กศน. ก็จะเปิดโอกาสให้ทหารกองประจำการที่เข้ามารับราชการใน ๒ ปีนั้นได้ศึกษา ใน กศน. ผู้ที่ยังไม่ได้จบ ม. ๓ ก็จะจบ ม. ๓ ผู้ที่ไม่จบ ม. ๖ ก็จะให้จบ ม. ๖ ในช่วงเวลา ๒ ปี ซึ่งเมื่อปลดประจำการไปแล้วเขาเหล่านั้นก็จะได้นำวุฒิที่ได้รับนั้นไปสมัครเรียนต่อที่สูงขึ้น หรือหากว่าจะไปสมัครงานก็มีคุณวุฒิที่สูงขึ้น ก็จะทำให้โอกาสที่จะมีรายได้สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ในส่วนของอบรมทักษะจำเป็นในการประกอบอาชีพ เมื่อปลดประจำการไปแล้วกระทรวงกลาโหม ก็ได้มีบันทึกข้อตกลงกับกระทรวงแรงงานที่จะร่วมมือกันในเรื่องการฝึกอาชีพให้กับทหาร กองประจำการตามความถนัด สำคัญก็คือสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานด้วย รวมถึงการจัดหางานให้กับทหารกองประจำการเมื่อได้ปลดประจำการไปแล้ว โดยในส่วน ของกระทรวงกลาโหมนั้นจะรับผิดชอบในการสำรวจสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของทหาร กองประจำการที่ต้องการที่จะฝึกอาชีพเมื่อจบประจำการไปแล้ว กระทรวงแรงงานก็จะ รับผิดชอบในเรื่องของการฝึกทักษะฝีมือ การฝึกอาชีพ แนะแนวอาชีพ รวมถึงสำคัญก็คือว่า ประสานงานกับสถานประกอบการเพื่อจัดหางานให้กับทหารกองประจำการที่ปลดออกจาก กองประจำการด้วย จากบันทึกข้อตกลงดังกล่าวนั้นก็ได้มีการฝึกเรื่องของอบรมวิชาชีพต่าง ๆ เป็นการดำเนินการของตลาดแรงงาน ยกตัวอย่างเช่น ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ช่างซ่อม เครื่องปรับอากาศ ช่างซ่อมรถยนต์ ช่างฉาบปูน ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม รวมถึงหลักสูตร ขับรถขนส่งระบบโลจิสติกส์ (Logistic) ต่าง ๆ ด้วย ซึ่งในแต่ละปีนั้นเฉลี่ย ๓ ปีที่ผ่านมานั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๑ นั้น ก็จะมีทหารกองประจำการที่เข้ารับการอบรมนั้นเฉลี่ยแล้ว ปีละประมาณ ๕๕,๐๐๐ คนเศษก็ได้รับความรู้ไป ในปี ๒๕๖๒ นี้ก็ได้ดำเนินการซึ่งยังไม่ ครบถ้วน เพราะว่ายังมีบางส่วนยังไม่ได้อยู่ในระหว่างการดำเนินการรอปลดก็ได้อบรมไปแล้ว ประมาณสัก ๓๖,๐๐๐ นายเศษ

ในส่วนที่ ๒ นอกจากเรื่องทักษะฝีมือแรงงานแล้ว กระทรวงกลาโหมก็ได้ร่วมมือ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะฝึกอบรมพื้นฐานการทำเกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงก็จะให้ความรู้กับทหารกองประจำการก่อนปลดในเรื่องของเกษตร แบบผสมผสาน การเตรียมดิน เรื่องการเพาะปลูกพืช การผลิตใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เรื่องของการตลาด สินค้าเกษตรในยุคใหม่ เกษตรเชิงพาณิชย์ โดยหลักสูตรนี้กระทรวงกลาโหมก็ให้เน้นความสำคัญ กับทหารกองประจำการที่เป็นลูกหลานของเกษตรกรเป็นลำดับแรกที่จะเข้ามาฝึกอบรม เพื่อจะพัฒนาอาชีพแล้วให้เขาเหล่านั้นได้ไปต่อยอดถ่ายทอดในครอบครัวหรือว่าไปเพิ่มเติม ในอนาคตต่อไป ซึ่งในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาก็เริ่มต้นได้มีการอบรมทหารกอง ประจำการไปแล้วจำนวน ๒๐๐ นาย แล้วก็จะได้มีการดำเนินการต่อเนื่องไปอีกในปี ๒๕๖๓ ด้วยนะครับ ขออนุญาตเรียนว่าจากความร่วมมือทั้งกระทรวงแรงงานและกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้นทหารกองประจำการก็จะได้รับการฝึกอาชีพโดยสอดคล้องกับตลาดแรงงาน แล้วทหารกองประจำการที่มีครอบครัวเป็นเกษตรก็จะสามารถนำความรู้เข้าไปพัฒนาการ ดำเนินการของตัวเองและครอบครัวเป็นการต่อยอดด้วยแล้วก็ไปแนะนำกับเพื่อนในพื้นที่ด้วย ในการดำเนินการนั้นหลังจากปลดประจำการแล้วกระทรวงแรงงานก็จะจัดวันนัดพบแรงงาน ในหน่วยทหารด้วย ก็จะมีการเข้ามาพบแล้วก็มีการนัดพบกัน ในส่วนที่ดำเนินการไปแล้วที่จะ ปลดประจำการนั้นก็ได้เอาผู้ประกอบการมาปีละ ๒ ครั้ง คือทหารปลดประจำการปีละ ๒ ครั้ง ก็จะมาที่หน่วยแล้วมาพบกันโดยตรง ผู้ประกอบการมาแล้วก็ให้พบกับทหารกองประจำการ ก็จะบอกว่าใครต้องการไปอยู่ที่สถานประกอบการไหนเมื่อปลดประจำการไปแล้ว ในส่วนของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นนอกจากว่าทหารกองประจำการที่ได้มาฝึกอบรมด้านเกษตร แล้วก็ยังมีข้อมูลว่าทหารกองประจำการไหนที่ครอบครัวเป็นเกษตรนั้นก็จะส่งต่อไปให้กับ กรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อที่จะให้กรมส่งเสริมการเกษตรนั้นส่งไปเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ ที่จะเข้าไปต่อยอดไปดูแลพวกเขาเหล่านั้นไปส่งเสริมให้เขาเมื่อเขาได้กลับไปอยู่ในภูมิลำเนา ของเขาแล้ว ขออนุญาตเรียนว่าในการดำเนินการนั้นกระทรวงกลาโหมเองก็พยายามที่จะ ติดตามแล้วก็พัฒนาทั้งในเรื่องของวุฒิการศึกษาให้กับทหารกองประจำการเรื่องของอาชีพ เรื่องของทักษะต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องครับ ขออนุญาตเรียนในข้างต้นแค่นี้ครับ