จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐ เช่น โครงการชิมช้อปใช้และบ้านดีมีดาวน์ ว่าไม่ตอบโจทย์ประชาชนจริง อาจเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการมากกว่า และตั้งคำถามถึงความขัดแย้งระหว่างยืนยันไม่ทำประชานิยมแต่กลับดำเนินมาตรการลักษณะเดียวกัน พร้อมทั้งวิพากษ์การแจกเงินเกษตรกรและกองทุนหมู่บ้านว่าเป็นการหาเสียงมากกว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ฟังดูแล้วเหมือนกับดีจริง ๆ ผมว่าจะถามท่านเยอะล่ะ แต่ว่าอยากจะ ให้ท่านเล่าว่าสิ่งที่ท่านทำมานี้มันจะเป็นผลหรือไม่ มันก็เหมือนกับซื้อหวยไม่รู้จะถูกหรือเปล่า แล้วที่น่าสนใจไปกว่านั้นท่านใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชน เครื่องยนต์ ๔ ตัวที่บอกก็คือ ส่งออกก็แย่ เมื่อวานนี้สภาผู้ส่งออกทางเรือก็บอกแล้วบอกว่าประเทศไทยกำลังอันตราย ตัวเลขติดลบกันทุกตัว มีอย่างเดียวก็คือการบริโภคภายในประเทศที่ท่านพยายามทำชิมช้อปใช้ และผมบอกมาตั้งแต่ต้นก่อนที่ท่านจะออกนโยบายนี้ด้วยว่าไม่เวิร์ก (Work) หรอก เพราะอะไร รู้หรือไม่ครับ ปรากฏว่าคนไปใช้ที่จังหวัดเชียงใหม่เยอะ คนไปใช้ที่พัทยาเยอะเป็นเพราะว่า คนที่ทำงานที่พัทยาเขาไม่ได้เป็นคนพัทยาเขาเป็นคนอยู่ที่จังหวัดอื่น ยกตัวอย่างเช่นอยู่ กรุงเทพมหานคร อยู่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย อยู่อีสานแล้วก็ไปทำงานอยู่พัทยา ลงทะเบียนคืนนั้นตื่นมาก็ชอปปิง (Shopping) คำถามก็คือมันเกิดการเดินทางตรงไหน แล้ว ๑,๐๐๐ บาท ท่านกำลังส่งเสริมให้คนใช้เงิน ใช่หรือไม่ครับ เดี๋ยวผมจะถามท่านต่อว่าทำไมผมจึงต้องตั้งโจทย์นี้ขึ้นมา ส่วนกรณี ที่ท่านบอกว่ากลุ่มเกษตรกร ถ้าท่านจะทำลอกพรรคเพื่อไทยท่านต้องลอกให้เนียนกว่านี้ นโยบายพวกนี้พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ทำมาแล้วทั้งนั้นล่ะครับ ที่ผ่านมารัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ บอกว่าไม่ชอบประชานิยมไม่ใช่หรือครับ แต่ที่ท่านทำ อภิมหาอมตะนิรันดร์กาลของประชานิยมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมจึงบอกท่านครับว่า อย่าไปอายลอกได้ แต่อย่าลอกแบบเซินเจิ้น ถ้าลอกแล้วมันต้องลอกแบบห้างพารากอน เพราะฉะนั้นวิธีคิดของรัฐบาลชุดนี้ผมว่าน่าเป็นห่วงเลยครับ โดยเฉพาะอะไร มาตรการ ที่ท่านออกมาบ้านนี้มีดาวน์ (Down) ที่เมื่อสักครู่นี้ผมพยายามฟังท่าน เอาล่ะท่านเจตนาดี ท่านอยากจะให้คนไปซื้อบ้าน เศรษฐกิจแบบนี้ใครจะมีปัญญาไปซื้อนอกจากคนมีสตางค์ แล้วที่น่าสนใจไปกว่านั้นตอนนี้เขากำลังฮิต (Hit) ภาพยนตร์เรื่องเดอะเคฟ (The Cave) นางนอน ผมว่าบีไฮด์เดอะซีน (Behide The Scene) ของภาพยนตร์เรื่องบ้านดีมีดาวน์ (Down) น่ากลัวกว่าเยอะเลยครับ ๑๐๐,๐๐๐ ราย จาก ๒.๘ แสนยูนิต (Unit) หรือ ๒๘๐,๐๐๐ ยูนิต (Unit) ขายไม่ออกเลย ปรากฏว่าอย่างไรครับ ใครก็ได้ก็ซื้อแล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมู่บ้าน ราคา ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท พอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็ตั้งราคาไป ๑,๒๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปจัด แคมเปญ (Campaign) ทอนกันไป ใครได้ประโยชน์ สมัยก่อนเราทำบ้านหลังแรก รถยนต์ คันแรกท่านก็ด่าเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ตื่นตีสี่ด่าต่อ แต่ตอนนี้ท่านทำหนักกว่าแต่ก่อน แต่ก่อนยังมีเงื่อนไขว่าเป็นคนที่ยังไม่เคยมีบ้านไม่เคยมีรถ อันนี้ใครก็ได้ครับ แล้วคำถามก็คือ ผมถามหน่อยเถอะครับ ถ้าบริษัทผมมีลูกน้อง ๑๐๐ คน ผมถามหน่อยใครจะมีปัญญาซื้อบ้าน ภายใน ๑ เดือน ๒ เดือนนี้บ้าง คนจะซื้อบ้านต้องวางแผนชีวิต ไม่ใช่อยู่ดี ๆ แคมเปญ (Campaign) รัฐบาลออกมาพรุ่งนี้ไปซื้อกัน มันไม่ได้เข้าเซเวน อีเลฟเวนจะรับขนมจีบซาลาเปาแบบง่าย ๆ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกท่านประธานว่าเรื่องนี้มันเอื้อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไรครับ ท่านบอกว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทำแล้วดีไม่มีปัญหาครับ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือบ้านที่เขาสร้างเสร็จแล้ว มันไม่ใช่โครงการใหม่ ๆ ที่ท่านจะไปกระตุ้นให้เกิดโครงการใหม่ ๆ แล้วมีกำลังซื้อ ท่านคิดผิดคิดใหม่ได้ หลังจากนี้ ปีหน้าท่านจะเห็นป้ายบ้านนี้มีดาวน์ (Down) หลุดจอง ถ้าบริษัทนั้น ๆ เอาลูกน้องสัก ๑๐๐ คน ไปใช้สิทธิแบบนี้เขาได้เงินคืนเท่าไรกี่ล้าน เดี๋ยวท่านตอบก็แล้วกันนะครับ แนวทางเรื่องของ การช่วยกองทุนหมู่บ้านที่เมื่อสักครู่นี้ท่านพยายามจะบอกว่าเอื้อเกษตรกรช่วยเหลือไม่ผิด พรรคเพื่อไทยทำมาตลอดครับ แล้วผมจึงบอกท่านว่าถ้าท่านจะก็อปปี (Copy) ก็อปปีเกรดเอ (Copy Grade A) ไม่ต้องอาย โครงการเก่า ๗๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๆ ละ ๒๐๐,๐๐๐ คิดเป็นเงิน ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านบอกว่าท่านจะแจกก็หลักการเดียวกันเลยครับ แต่กระบวนการวิธีคิดท่านทำในขณะนี้ช้าไปหรือไม่ ท่านเป็นรัฐมนตรีมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว นอกจากนี้การแจกเงินชาวนาเป็นค่าเก็บเกี่ยว การช่วยค่าเพาะปลูกข้าวถือเป็นมาตรการหาเสียง ของพรรคท่านหรือเปล่า พรรคพลังประชารัฐเคยหาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม มีรัฐมนตรีนั่งอยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งหลายคน ทำไมท่านถึง ไม่ทำกันครับ หมายความว่าเสถียรภาพของรัฐบาลทีมเศรษฐกิจที่มีหัวหน้าชื่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มันง่อนแง่นหรือครับ ขนาดเมื่อคืนผมเห็นฝ่ายค้านอิสระยังไปอยู่กับพวกท่านเลย ไม่น่าเชื่อท่านประธานครับ อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินที่ท่าน บอกว่าช่วยภัยแล้ง นี่มันภัยหนาวแล้วเมื่อเช้าใส่เสื้อหนาวกันมาแล้ว ท่านจ่ายครบหรือยัง ๑,๑๑๓ บาท ท่านจ่ายครบหรือยังครับ ผมไปดูตัวเลขมาภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม นี่ภัยหนาวอีก แล้วเงินจ่ายครบหรือยัง ปรากฏว่าบังเอิญที่จังหวัดขอนแก่นคนที่กำลังจะสมัครผู้แทนราษฎร เลือกตั้งซ่อม ชื่อนายธนิก มาสีพิทักษ์ ของพรรคเพื่อไทยเขาลงสมัคร เขาไปเจอชาวบ้าน บอกว่าอย่างไรรู้หรือไม่ครับ นโยบายที่ท่านบอกมันไม่ถึงมือประชาชน เอาเฉพาะแค่เงิน ช่วยเหลือชาวนาที่เป็นภัยแล้งตั้งแต่เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน จนถึง ขณะนี้ที่แจกกันประมาณไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท ที่อำเภอหนองเรือ อำเภอมัญจาคีรี เขต ๗ ที่จะเลือกตั้งยังไม่ได้แจกสตางค์จริงหรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีกระซิบข้างหลังบอกหน่อยนะครับ ถ้ายังไม่แจกสตางค์แล้วท่านไปแจกก่อนถึง วันที่ ๒๒ ผมจะฟ้อง กกต. ว่าท่านกั๊กไว้แจกก่อนหาเสียงเลือกตั้งวันที่ ๒๒ ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้เงินกองทุนหมู่บ้านต่าง ๆ กระบวนการเหล่านี้ไม่มีปัญหาถ้าท่านจะทำ หมายความว่า ท่านกำลังใช้เครื่องยนต์กลไกตัวที่ ๔ ก็คือการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศใช่หรือไม่ครับ ท่านประธาน วันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปจังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ไปเจอเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งมาเกาะแขนผมบอกท่านประธาน เขาเรียกผมท่านประธานกรรมาธิการ ผมมีเรื่องอยากจะเล่า เขาบอกเมืองรองของท่านไม่มีใครทำหรอก ทำแล้วก็ไม่เวิร์ก (Work) เพราะคนไม่ไปหรอกเมืองรอง รถสองแถวก็ไม่มี โรงแรมก็ไม่พร้อมป้ายบอกอะไรก็ไม่มี ยังไม่รวมโครงการต่าง ๆ ที่ท่านไปตั้งเป้าของการท่องเที่ยวอีกมากมายที่จะกระตุ้นการเดินทาง ภายในประเทศ แต่ท่านประธานรู้หรือไม่มันย้อนแย้งกับเรื่องที่ท่านพูดเมื่อวานนี้ในที่ประชุม ครม. จิ้งจกทัก จุ๊ จุ๊ จุ๊ ว่าอย่าทำแต่ท่านก็ไม่เชื่อ อะไรรู้หรือไม่ครับเรื่องกองทุนที่มีชื่อว่า ซุปเปอร์เซฟวิงฟันด์ (Super Saving Fund) เอสเอสเอฟ (SSF) ท่านรู้หรือไม่รัฐบาลชุดนี้ กำลังทำอะไรเดี๋ยวเป็นคำถามของผม ท่านออกกฎเกณฑ์ที่เรียกกันว่ากองทุนรวมเพื่อการออม แล้วก็ปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ โดยให้ถือพันธบัตรหรือว่ากองทุนนี้ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี แล้วเอาไปลดหย่อนภาษีได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฐานต่าง ๆ ของกองทุนอื่นปรับมาอยู่ฐานเดียวกัน คำถามผมก็คือว่าเมื่อสักครู่ท่านพยายามจะกระตุ้นให้ คนใช้เงิน ใช้เงิน ใช้เงิน แต่เมื่อวานนี้ท่านออกมาตรการการออม แล้วก็ไปให้เด็ก ๆ คนรุ่นใหม่ ออมเงิน ให้คนที่พอมีรายได้ออมเงินด้วยพันธบัตร ตกลงเอาอย่างไรกันท่านรัฐมนตรีจะให้ ออมหรือจะให้เที่ยวหรือจะให้เงิน แล้วอย่างนี้พวกผมจะไว้ใจรัฐบาลชุดนี้ที่มีทีมเศรษฐกิจ แบบนี้ได้อย่างไร สัปดาห์ที่แล้วบอกใช้เงินเลยพี่น้องเที่ยวแวะกินแวะชิมแวะชมแวะใช้ เมื่อวานท่านบอกใหม่ออมกันนะ เก็บสตางค์กันเยอะ ๆ เกิดอะไรขึ้นท่านประธานฝากถาม ไปยังรัฐมนตรีก่อนที่ผมจะปิดจ๊อบ (Job) สุดท้ายในคำถามต่อไป เชิญท่านรัฐมนตรีครับ