จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการออมเงินและโครงการของรัฐบาลที่ไม่สำเร็จ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนในนโยบายการเงิน และใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมถาม ท่านรัฐมนตรีไปก็อยากให้ท่านตอบแบบนี้ เพราะผมจึงไม่ค่อยถามเยอะ พอฟังแล้วก็ยิ่งหดหู่ใจ สรุปแล้วตกลงจะให้ประชาชนออมไม่ผิดหรอกครับ เด็ก ๆ ผมก็เป็นลูกค้าของธนาคารออมสิน ปีหนึ่งก็ทุบกระปุกไปฝากธนาคาร อันนั้นเป็นการปูพื้นฐานให้กับเด็กและเยาวชน แต่ที่ผมจะ บอกท่านรัฐมนตรีก็คือว่าท่านบักโกรก ไส้แห้ง ถังแตกหรือครับ การรณรงค์เรื่องของการออม มันไม่ได้อยู่ในภาวะที่บ้านเมืองต้องการการขับเคลื่อนทางด้านของการเงินที่จะต้องหมุนเข้าไป อย่างที่ชิมช้อปใช้ที่ท่านว่า เพราะฉะนั้นมันย้อนแย้งกัน สังคมโดยเฉพาะพวกผมที่ดูเรื่องของ เศรษฐกิจกัน ผมก็แปลกใจว่าสัปดาห์ที่แล้วท่านรณรงค์ให้คนใช้เงิน พอมาสัปดาห์นี้ท่านบอก อย่าไปใช้เลยเก็บเถอะออมเถอะ ท่านพูดอีกก็ถูกอีกเพราะว่าการออมเป็นสิ่งที่ประชาชน ทั่วไปควรจะมี แต่ว่าหลักเกณฑ์ที่ท่านว่าเช่นลดหย่อนภาษีสูงเกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ไปลดเพดานจาก ๑ ล้านบาท มาเหลือที่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท มันเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลต้องการเงิน ออมไปอยู่ไหนก็อยู่ธนาคาร ไปอยู่ในกองทุน ไปอยู่ในพันธบัตรต่าง ๆ ครับแล้วที่สำคัญก็คือ กองทุนเหล่านี้ พันธบัตรเหล่านี้ไม่ได้เอาไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย หมายความว่าอย่างไร คนที่จะไปออมเงินได้ขอโทษท่านประธานครับ ๑. ข้าราชการที่ต้องเกษียณอายุ ๖๐ ปีชีวิตไม่รู้จะ อยู่อีกกี่ปี ถ้าอยู่อีก ๔๐ ปีต้องเตรียมเงินเท่าไร อันนั้นก็ว่ากันไป ๒. ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาวางแผน ชีวิต แต่วันนี้ประเทศเรากำลังพัฒนาต้องการคนที่ใช้สตางค์อย่างรอบคอบ โดยคนถือไฟฉาย หรือสปอตไลต์ (Spotlight) ส่องนำทางยังรัฐบาล วันนี้ท่านออกมาตรการอะไรบ้างที่ทำให้ ประชาชนลงทุนนอกจากแจกสตางค์ ขึ้นเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ มันนี ( Helicopter Money) แล้วก็โปรย มีอะไรบ้างที่รัฐบาลชุดนี้บอกพี่น้องประชาชนเป็นเหมือนทางที่แบบส่องทางสว่าง ไปให้กับนักลงทุนเอสเอ็มอี (SMEs) ผู้ลงทุนขนาดเล็ก ขนาดย่อม ทุกวันนี้เดินกันแบบมืดแปดด้าน รอแต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลจะเอาภาษีของประชาชนมาแจก ผมยังไม่เคยเห็นเลยครับ ผมจึงถาม ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้สถานการณ์ทางด้านการคลังไตรมาสสุดท้ายของปีเหลือไม่ถึง ๓๐ วันนี้ได้ข่าวว่าท่านจัดเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมายจริงหรือไม่ครับ และได้ข่าวมาอีก ว่าท่านไปเรียกเงินกองทุนต่าง ๆ เอาไปใช้แล้วก็ผนวกเข้ามาในงบประมาณ เพราะกองทุน บางอย่างเป็นกองทุนที่ไม่ได้เป็นนิติบุคคล และบางอันก็เป็นนิติบุคคลก็จริงแต่ว่าไม่ได้ผ่าน พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี คำถามผมก็คือรัฐบาล กำลังบักโกรกจริงหรือไม่ และมีข่าวบอกว่ามีการพูดคุยกับกองทุนไอเอ็มเอฟ (IMF) หรือว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ท่านจะไปกู้เขาจริงหรือไม่ ถ้าไม่จริงท่านช่วยกรุณาตอบให้กับ พี่น้องประชาชนได้สบายใจด้วย
ประเด็นต่อมา เรื่องของโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลผมให้กำลังใจ หน้าที่ ฝ่ายค้านก็คือติดตาม ตรวจสอบ และฟังคำชี้แนะจากท่าน บ้านนี้มีดาวน์ (Down) บอกเลย ไม่เวิร์ก (Work) เพราะมันเป็นยูนิต (Unit) ที่เหลือค้างจ่าย ท่านจะไปกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการให้แรงงาน ให้วัสดุก่อสร้างกระเตื้องได้อย่างไรนั่นเป็นของเก่า มีแต่เขาจะชักดาบ ชักดาบ ชักดาบกัน สุดท้ายก็จะล้มแบบ ๕๖ ไฟแนนซ์ (Finance) สมัยก่อน ผมอยากถาม ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าท่านมีคำแนะนำอะไรดี ๆ ให้กับธุรกิจขนาดล่างมากกว่า การออมหรือไม่ครับ การออมขอโทษพวกผมคุยกันเป็นวิธีทางสุดท้าย เพราะว่าถ้าไม่ลงทุน อะไรไปออมได้ดอกเบี้ยแล้วก็อีก ๑๐ ปีถึงจะเบิกได้ และถามว่าถ้าเกิดปีหน้าบ้านเมือง เศรษฐกิจไม่ดีคนเหล่านี้เขาไปถอนเงินมาเขาก็ไม่ได้อะไรใช่หรือไม่ครับ ผมจึงถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ๒-๓ เดือนที่ผ่านมานี้ผู้ประกอบการไม่มีความมั่นใจรัฐบาลท่านเลย ไม่ต้องพูดถึงเสียงในสภา มีความเป็นเอกภาพหรือไม่ ท่านได้ประชุมพูดคุยกันในคณะรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลของท่านอย่างไร และอะไรคือจะเป็นสิ่งที่บอกเหตุว่าเอาล่ะปีหน้า ไม่ต้องกังวลทุกคนใช้สตางค์เถอะ ใช้สตางค์เถอะ ใช้สตางค์เถอะ ไม่ต้องออม สัปดาห์ที่แล้ว บอกใช้เงิน สัปดาห์นี้บอกออมมันก็เลยเป็นเรื่องที่แปลก ๆ ขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรี เพื่อให้ความมั่นอกมั่นใจของพี่น้องประชาชนในประเทศนี้ว่าท่านจะใช้เงินภาษีของประชาชน ได้อย่างคุ้มค่า และสถานการณ์การคลังของท่านตอนนี้แย่จริงหรือไม่ ขอบพระคุณครับ