ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เสนอคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับราคายางที่ขึ้นอยู่กับวิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบการดำเนินการของรัฐบาลที่มีต่อชาวสวนยาง โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีสองมาตรฐานในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาและชาวสวนยาง และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติต่อเกษตรกรทุกคนอย่างเท่าเทียม
ท่านประธานครับ เสียเวลา กับกระทู้ถามอื่นมากนะครับ แต่ผมใช้เวลาไม่มาก ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมตกใจครับ ที่รัฐมนตรีไปเอาคําพูดที่บอกว่าราคายางขึ้นอยู่กับวิทยาศาสตร์ แต่ท่านต้องใช้ไสยศาสตร์ ด้วย ก็ไม่เป็นไรครับ ท่านก็ไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาลกับเจ้ามูลเมืองแล้ว ก็แล้วแต่ท่านครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าก่อนที่ผมจะตั้งคําถาม ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแล คลิปที่ผมได้วิเคราะห์ในเชิงวิชาการกับผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ ขอให้ท่านดูนิดหนึ่งครับว่า ที่ท่านพูดนั้นวันนี้นโยบายของรัฐบาลที่ดําเนินการกับชาวสวนยางนั้น ๒ มาตรฐานหรือไม่ ทําไมท่านจึงไม่เลือกปฏิบัติในการที่จะสร้างกลไกราคาที่จะให้มีการเคลื่อนไหวได้ ส่งเสริม ให้มีการแข่งขันโดยเสรี ท่านบอกว่าไม่สามารถควบคุมราคาตลาดโลกได้ ทําไมเวลาข้าว ท่านจึงลงทุนซื้อนําราคาตลาดโลก ดูคลิปต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานดูสิครับ นี่เป็น การเปรียบเทียบในเรื่องของการที่ไปช่วยเหลือชาวนากับไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยาง ผมคงไม่ลงไปในรายละเอียดนะครับ แต่ผมอยากจะชี้ให้เห็นครับท่านประธาน ว่ารัฐบาลเลือกคิดที่เป็น ๒ มาตรฐานครับ เวลาราคาข้าว เกษตรกรชาวนาไม่ได้เรียกร้อง แต่ว่าไปตั้งราคาให้ ๑๕,๐๐๐ บาท ในขณะที่ราคาตลาดโลกอยู่ที่ ๙,๐๐๐ บาท ท่านตั้งได้ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้ววันนี้เมื่อมาดูรายละเอียดท่านดูสิครับทั้งพื้นที่เพาะปลูก ทั้งผลผลิต ทั้งราคา ทั้งมูลค่า จํานวนครัวเรือน ทั้งหมดก็เห็นได้อย่างชัดเจนครับว่ารัฐบาลไม่ได้มองอยู่ บนพื้นฐานของเกษตรกรชาวสวนยางว่าเป็นเกษตรกรเหมือนทั่วไปทั่วประเทศ วันนี้ผมจึงย้ํา ว่าสิ่งที่รัฐมนตรีตอบนั้นก็ยังตอบอยู่บนพื้นฐาน ๒ มาตรฐาน โดยเฉพาะราคายางพารา ท่านประธานครับ ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๒ กิโลกรัม ๑๕๐ กิโลกรัม ถ้าคูณระยะเวลาการกรีด ๖ เดือนก็จะได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท ๖ เดือนก็เท่ากับ ๑๘๐,๐๐๐๐ บาทครับ ในราคาที่ ท่านชี้นํา ๙๐ บาทที่ท่านไปเพิ่ม ๑๒ บาทแล้วนะครับยังได้แค่ ๑๘๐,๐๐๐ บาท ส่วนชาวนา ได้รับการช่วยเหลือ ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๘ กิโลกรัม ทํานาปีละ ๒ ครั้งเท่ากับ ๑๖ ตัน เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท เท่ากับ ๒๔๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นท่านช่วยชาวนาเท่ากับ ๗.๖ เท่าครับ แต่ท่านช่วยชาวสวนยาง ๓.๘ เท่าเท่านั้นเอง และยังมาอ้างน่าอายว่าให้เงินเซสส์ ไปตั้งแต่ปลูกแล้ว ซึ่งเป็นเงินของชาวสวนยางเอง อย่างนี้ครับผมกราบเรียนว่าเป็นการเลือก ปฏิบัติ
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านตอบ ดูแผ่นต่อไปครับแผ่นสุดท้าย ผมจะวิเคราะห์ราคา ให้ท่านดูครับ จากนักวิชาการ ท่านเห็นไหมครับ นี่ราคาเปรียบเทียบต้นทุนนะครับผมไม่มี เวลาอธิบายรายละเอียดถึงราคาแต่ละตลาดทั้งหมดที่ทํามาให้ดูอย่างชัดเจน ท่านรัฐมนตรี ลองดูครับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ราคาสูงมาอย่างไร หลังจากส่งสัญญาณที่ผลิต ตกลงมาทันที ตอนปลายปี ๒๕๕๔ เกือบ ๓๐ บาทเป็นไปได้อย่างไรครับ จากกิโลกรัมละ ๙๐ บาท ส่งสัญญาณผลิตครั้งที่ ๒ ตกลงมาทันทีเหลือกิโลกรัมละ ๖๔ บาท แต่ราคาต้นทุนเส้นสีดํา ท่านดูราคาต้นทุนครับ กรมวิชาการเกษตรคิดที่ ๖๔.๑๙ บาท บวกด้วยราคาค่าครองชีพและ ค่าผันผวนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในขณะนี้ ถ้าให้เกิดความเป็นธรรมต้องอยู่ที่กิโลกรัม ละ ๘๔ บาท แต่วันนี้หลังจากที่รัฐบาลนี้ได้ดําเนินการโครงการมาทั้งประสบความล้มเหลว ในเรื่องโครงการแทรกแซงหมดไป ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ราคาลดต่ําลงมาเห็นไหมครับ และหลังสุดนี้ในเดือนกันยายน เดือนตุลาคม ท่านดูกราฟเส้นสีแดงสิครับลดต่ําลงมา วันนี้ท่านก็ยอมรับแล้วว่าลดต่ําลงมาไม่รู้เพราะไสยศาสตร์หรือเปล่า ไม่ใช่ครับ ที่ลดต่ําลงมานั้น เขาวิเคราะห์ว่าเนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ในตลาด ๒. รัฐบาลไทยทําโครงการจ่ายเงินชดเชย เรื่องปัจจัยการผลิตทําให้มีผลไม่มีการแทรกแซงหรือซื้อยางพาราที่จะเก็บไว้ในสต๊อก ผู้ซื้อคิดว่าต้องมียางพาราในการซื้อแน่นอน จึงไม่มีความจําเป็นที่จะต้องขยับราคาขึ้นมา และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า กระบวนการในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกร ท่านช่วย ครั้งเดียวหรือเปล่าท่านตอบให้ชัด ถ้าหลังจากนี้วันนี้ ๗๘ บาท บวก ๑๒ บาท เป็น ๙๐ บาท เหมือนท่านว่า แต่วันนี้แนวโน้มลดลงครับ ตลาดโลกที่โตคอม (TOCOM) ไซคอม (SICOM) และเซียงไฮ้ลดลง ลบ ๑.๔ เหรียญ จนไปถึงเดือนธันวาคมลดลง ๓.๒ เหรียญ ซื้อขาย ล่วงหน้าไปแล้วครับ รู้ไปแล้วครับ ที่ตลาดเซียงไฮ้ลดลง ๒๔๐ เหรียญ จนถึงเดือนมิถุนายน เพราะฉะนั้นถ้าราคายางลดลงเหลือ ๖๖ บาท เท่ากับเงินที่ท่านให้เกษตรกรไป ๑๒ บาทนั้น เป็นเงินสูญเปล่า เกษตรกรแทนที่จะได้รายได้ดีจากการขายยางจากต่างประเทศ ท่านกลับ เอาเงินภาษีของเขาไปให้เขา แล้วสูญเปล่า และไม่ทําให้ราคายางดีขึ้น นี่ดูได้จากตัวเลขและ แผนภูมิที่ผมได้กราบเรียนครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามคําถามข้อที่ ๓ ครับ
คําถามข้อที่ ๓ ก็คือว่า รัฐบาลได้วิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการช่วยเหลือ เกษตรกรเป็นปัจจัยการผลิตอย่างรอบด้านหรือเปล่า และหากราคายางไม่ดีขึ้น รัฐบาลจะใช้ มาตรการดังกล่าวต่อเนื่องหรือไม่ ครบ ๗ เดือนแล้ว ท่านยังให้กิโลกรัมละ ๑๒ บาทหรือไม่ ถ้าราคายางลดลง และหากโครงการล้มเหลวจะแก้ปัญหาราคายางต่อไปในอนาคตได้อย่างไร และถ้าราคายางลดลง เกษตรกรก็ต้องมีสิทธิที่จะชุมนุมประท้วงเรียกร้อง เพราะรัฐบาลไม่ได้ เข้าไปช่วยเหลือราคายางอย่างแท้จริง แต่รัฐบาลใช้วิธีการที่จะชดเชยความพึงพอใจ ของผู้ชุมนุมประท้วงมากกว่าความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาราคายางในระยะยาว ผมจึง อยากจะถามรัฐมนตรีให้ตอบในเชิงหลักการที่เป็นประเด็นทั้ง ๓ ข้อ
๑. ท่านจะดําเนินการชดเชยปัจจัยการผลิตต่อเนื่องหรือเปล่า ถ้าราคายาง ลดลง
๒. ท่านจะมีมาตรการในการที่จะดําเนินการในการแก้ไขปัญหาราคายาง ในอนาคตอย่างไร และถ้าหากมีการชุมนุมประท้วงของเกษตรกรต่อไป ท่านจะมีวิธีการ อย่างไร และผมหวังว่าท่านไม่มองเกษตรกรชาวสวนยางเป็นผู้ร้ายนะครับ ผมเรียนผ่านท่าน ไปยังท่านประชาด้วยครับ อย่าเอาผิดกับเกษตรกรชาวสวนยางเลยครับ ท่านจะปรองดอง