อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พูดถึงการอภิปรายเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นกฎหมายการเงิน และแสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรา ๓ ที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมและข้อจำกัดเฉพาะผู้ชุมนุมทางการเมือง โดยเรียกร้องให้ประธานสภาชี้แจงเรื่องนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สาระสําคัญว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ เป็นสาระสําคัญ ของการอภิปรายของกระผมครับ เนื่องจากว่าถ้าเป็นท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เซ็นเมื่อไร หลุดจากตําแหน่งทันที ท่านถึงไม่เซ็น เพราะว่าท่านได้เงินคืน ๙๘๒ ล้านบาท ประเด็น ก็อยู่ที่ว่าต้องมาชี้ให้เห็นครับ กับพี่น้องประชาชนว่ามันเป็นกฎหมายการเงินจริง ๆ ที่ทุกวันนี้ มันไม่เป็น เพราะการตัดสินใจว่าจะสงสัย เป็นหรือไม่เป็น เป็นเรื่องของประธานสภา เมื่อประธานสภาไม่สงสัย มันไม่มีทางเป็นได้เลยครับ นี่คือเหตุที่เราบอกว่าทําไมมันถึงเกิด การชุลมุนในเมืองขณะนี้
ขึ้นมาตรา ๓ ครับ มาตรา ๓ เป็นเรื่องกฎหมายอาญาพี่น้องอาจจะงงครับ เพราะว่า ไม่ทราบขั้นตอนการพิจารณากฎหมายในสภา ตัวที่ไม่ได้มีการขีดเส้นใต้คือร่างเดิม ที่มีการขีดฆ่าออก คือกรรมาธิการเขาขีดออกมีการแก้ไข ขีดเส้นใต้ แปลว่า เติมเข้ามาใหม่ ของเดิมร่างฉบับนี้จํากัดเอาไว้เพียงแต่การชุมนุมทางการเมืองที่จะนิรโทษกรรมเท่านั้น ท่านจะเห็นในบรรทัดที่ ๒ ครับ เขาคงคําว่า การชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออก ทางการเมือง ก็จบอยู่แค่เรื่องของพี่น้องประชาชน แต่ว่าในกลางเดือนตุลาคมครับ มีการ เสนอของท่านกรรมาธิการท่านหนึ่ง เติมข้อความที่ขีดเส้นใต้ที่อยู่ในประมาณบรรทัดที่ ๗ บรรทัดที่ ๘ พี่น้องดูให้ดีครับ หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทําผิด โดยคณะบุคคล หรือองค์กร ที่จัดตั้งขึ้นภายหลังรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ที่ขีดเส้นใต้ก็คือข้อความ ที่บอกว่า ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทําความผิด โดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้น ภายหลังรัฐประหาร นี่คือสิ่งที่ถูกเติมขึ้น ใครละครับ ก็คือขบวนการทั้งหลายที่มี คตส. คตส. คือใครละครับ พูดแบบแฟร์ ๆ (Fair) เลยครับ คตส. ก็แต่งตั้งโดยคณะปฏิวัตินี่ละครับ เพราะขณะนั้น ป.ป.ช. ก็สอบไม่ได้ ก็มีการตั้ง คตส. เข้าไป คตส. ก็สอบ ส่งอัยการส่งฟ้องไป ศาลก็ตัดสิน และผมก็บอกท่านประธานว่าศาลที่ตัดสินเป็นศาลยุติธรรมปกติ คือศาลฎีกา แผนกคดีอาญานักการเมือง ไม่ใช่ศาลที่เป็นผลพวงของการปฏิวัติ ท่านประธานครับ จะเห็นชัดว่าทั้งผู้ชุมนุมของเดิม และคดีเกี่ยวข้องกับ คตส. นั้น เข้ามามีส่วนร่วม ในการนิรโทษกรรมคราวนี้ ไม่ต้องฉายหน้าผมครับ ไปที่มาตรา ๓ บรรทัดที่ ๑๒ ครับ ก่อนจะเข้าวรรคสุดท้าย หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมายก็ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง พ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง หมายความว่า จะชุมนุมก็ไม่ผิดแล้ว ย้อนกลับมาทําอะไรก็ไม่ได้แล้ว จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทําความผิด ศาลตัดสินแล้ว ก็จะย้อนกลับมาไม่ได้อีกแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกเติมเข้ามาใหม่ในกรณี ทุจริตครับ นี่คือสิ่งที่คนเขาออกมาทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะฉะนั้นคดีอาญาครับ เมื่อก่อน มีเรื่องเดียวคือชุมนุม ตอนนี้บวกมาอีก ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องทุจริต เอานะครับ แต่ทําไม มาตรา ๕ ซึ่งเป็นหัวใจของเรื่องที่ทําให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงินเขียนแบบนี้ ละครับ มาตรา ๕ ครับ ท่านประธานครับ ท่านผู้ชมทางบ้านอาจไม่ทราบครับ ข้อความ ที่ไม่ได้มีการขีดเส้นใต้ คือข้อความเก่า ข้อความที่มีการฆ่าทิ้ง คือข้อความที่กรรมาธิการ ตัดทิ้ง ส่วนที่ขีดเส้นใต้ คือส่วนที่กรรมาธิการเติมเข้ามาใหม่ครับ ของเดิม การนิรโทษกรรม ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่บุคคลผู้ได้รับการนิรโทษกรรมในอันที่จะ เรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น จบ ถ้าเขียนแบบนี้ผมจะบอกเลยว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เงินคืนแน่นอน แต่เมื่อสักครู่ผมยกมาตรา ๓ ให้ดูแล้วว่ามีการเติมนิรโทษกรรม คดีทุจริตเข้ามา และเป็นเรื่องที่พิสดารที่สุดครับ ไปเติมข้อความต่อจากนี้ครับ ของเดิมบอกว่า การนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับนิรโทษกรรม ในอันที่จะเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ ไปต่อครับ ไปต่อกรณีเดียว อันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง น่าเกลียดที่สุด ในโลกครับ ทําไมไม่ใส่เข้าไปล่ะครับ ว่าคดีที่เกิดขึ้นจาก คตส. ไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น ทําไมไม่กลับไปสู่ร่างเดิมล่ะ ไปเติมทําไมว่าคนที่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิคือผู้ชุมนุม ทางการเมืองเท่านั้น เจตนาแบบนี้อย่างไรครับ ทําให้กฎหมายฉบับนี้เขามีสิทธิทันทีที่เกิดขึ้น คนที่โดนยึดทรัพย์ไป แล้วคดีอาญาบอกว่าเขาไม่ผิด หลุดพ้นจากความผิดและความรับผิด ทั้งปวง วันนี้เขาเกิดสิทธิทางแพ่งทันทีถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ผมคิดว่าคนที่รู้ดีที่สุดคือ พี่น้องประชาชนที่ดู มาตรา ๕ อยู่ในขณะนี้ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ทําไมไปเติมคําที่ขีดเส้นใต้ ครับว่าจํากัดเฉพาะแต่เพียงผู้ชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองที่ห้ามไม่ให้เกิด สิทธิเรียกร้องเท่านั้น เอาลงได้ครับ ชัดไหมครับ ทําไมเป็นกฎหมายการเงินล่ะครับ เพราะ มันเกิดสิทธิทางแพ่งทันที เนื่องจากมาตรา ๓ ระบุชัดว่าไม่มีความผิดและความรับผิด อีกต่อไป มันเป็นการจงใจใส่ลงไปแบบตั้งใจสุด ๆ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือเหตุผลว่าทําไม