อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม และเรียกร้องการชี้แจงเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของนายกรัฐมนตรีในกระบวนการนิรโทษกรรม โดยแสดงหลักฐานและคลิปภาพเพื่อประกอบการอภิปราย และเรียกร้องให้แสดงเหตุผลว่าทำไมนายกรัฐมนตรีไม่เซ็นอนุมัติกฎหมายนิรโทษกรรม
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกําลังจะพูดในเรื่องที่เป็นสาระสําคัญของเรื่องแห่งความขัดแย้งคือ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เพราะท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีส่วนเข้าไปเกี่ยวพันอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีส่วนที่จะ ได้รับเงินคืน ๙๘๒ ล้านบาทเป็นอย่างน้อยไม่รวมดอกเบี้ยจากเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท มีความจําเป็นที่จะต้องชี้แจงว่าที่ศาลที่เขายึดทรัพย์นําตกเป็นของแผ่นดิน จํานวน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เป็นศาลที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และไม่ได้มีผลพวงใดที่เกิดขึ้นจาก การปฏิวัติ ท่านประธานครับ ในจํานวนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นจากลาภ มิควรได้ที่บริษัทชินคอร์ปอเรชั่นนั้นเจริญรุ่งเรืองขึ้นในสิ่งที่เอาเปรียบชาวบ้าน ผมได้นําเรียน ไปแล้วสั้น ๆ เช่น กรณีดาวเทียมที่เขาให้ยิงเป็นดาวเทียมหลัก ดาวเทียมสํารอง ดันไปยิงเป็น ดาวเทียมหลัก การแปลงสัมปทานต่าง ๆ ได้รับภาษีได้รับประโยชน์ไม่ต่ํากว่าหมื่นล้านบาท ผมเรียนไปแล้ว การปล่อยเงินกู้ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ (Exim-Bank) ๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วบังคับว่าให้เขาไปซื้อของชินคอร์ปอเรชั่นที่พม่า เรื่องนี้ศาลตัดสินแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร จะได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นศาลเขาตัดสินด้วยความเป็นธรรม คราวนี้ประเด็นคือว่าเวลาไปอ้าง ในระบอบประชาธิปไตยว่าถูกกลั่นแกล้ง ไม่จริงครับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เป็นศาลยุติธรรมปกติ ไม่ใช่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยนั้นมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วรัฐธรรมนูญที่เป็นผลพวงของการปฏิวัติคือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ชุดนี้เป็นชุดที่ตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญ แล้วปัจจุบันเราอยู่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทําประชามติมา ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญานักการเมืองเป็นศาลยุติธรรมปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับอาขยานที่ท่องกันประจํา ผลไม้พิษ ต้นไม้พิษ ไม่ใช่ครับ และศาลนี้เป็นศาลที่เขาใช้ผู้พิพากษาในศาลฎีกานั่งเป็นองค์คณะ คนจะเป็นศาลฎีกาได้คือศาลที่เขาเรียนหนังสือมา อายุ ๒๕ ปี เรียนนิติศาสตร์ สอบได้ เนติบัณฑิตไปเป็นผู้พิพากษาสอบได้ อายุ ๕๐ ปีกว่า ๆ ได้ไปนั่งอยู่ในองค์คณะในศาลฎีกา เขาใช้ศาลระบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วครับประเทศไทย เพราะฉะนั้นที่บอกว่าศาลฎีกา แผนกคดีอาญานักการเมืองตัดสินโดยไม่ถูกต้อง ไม่เป็น ระบอบประชาธิปไตย ไม่จริง และศาลนี้ก็ไม่ใช่ศาลชั้นเดียวครับ เพราะในขณะนั้นได้มี การใช้สิทธิอุทธรณ์ไปแล้วต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็นั่งเต็มคณะ ไปด้วยศาลฎีกาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นที่บอกว่าไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ไม่จริงครับ ยึดทรัพย์ นําทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็น คดีอาญาและเป็นแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวเนื่องครับ สาเหตุที่มันตัดสินคดีแพ่งและพาณิชย์ มาก่อน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังไม่ตัดสินคดีอาญานั้น เพราะหลายคนไม่อยู่ ผมเรียนชัด ๆ แบบนี้ครับ ทีนี้ในประเด็นต่อมา พอมาดูครับว่าการออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นคนที่เซ็นกฎหมายฉบับนี้ เลยครับ แล้วท่านเองก็ยืนยันต่อสภานี้ไปหลายครั้ง แต่ผมนี่ละกําลังจะบอกว่าท่านเซ็นไม่ได้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นเมื่อไรนี่ครับ ท่านหลุดออกจากตําแหน่งทันทีเลย เพราะว่า รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๑๒ ระบุชัดเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน เพราะฉะนั้นอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีวันเซ็นหรอกครับ เพราะถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเซ็น ท่านหลุดจาก ตําแหน่งตั้งแต่วันนั้นแล้ว นี่คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีทําเป็นไม่รู่อย่างไรครับ นี่คือสิ่งที่ เข้ากับญัตติของกระผมที่บอกว่าทําไมพูดอย่างทําอย่าง ปากว่าตาขยิบ ชอบแอบอ้าง ประชาธิปไตย อยากดูในคลิปนี้สิครับ เปิดคลิปแรกที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ตอนหาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน ท่านพูดอย่างไรในประเด็นนิรโทษกรรมครับ ห้องโสตทัศนูปกรณ์ช่วยกรุณาเปิดคลิปครับ
(เจ้าหน้าได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมมีหลักฐานครบครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านบอกแล้วครับ ไม่มีวาระครับ แล้วแถมซ้ําอีกทีด้วย ท่านหัวหน้าพรรคในขณะนั้น แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับ นี่ละครับพูดอย่างทําอย่าง ในประการแรกของกระผม ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านออกมาปฏิเสธครับ ท่านไม่รับรู้เรื่องนี้ใด ๆ ทั้งสิ้น ผมก็มีคลิปอีกครับที่จะยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธ ว่าไม่รู้ และเดี๋ยวผมจะอธิบายครับทําไมท่านไม่รู้ ท่านไม่รู้เพราะถ้าท่านรู้ขึ้นมาเมื่อไร พวกเราในสภาแห่งนี้จะทราบครับ แต่พี่น้องประชาชนไม่ทราบว่าปกติแล้วกฎหมายอะไร ก็แล้วแต่ที่ออกไปแล้วมีบทบัญญัติเป็นลักษณะกฎหมายการเงิน หมายความว่าจะต้องมีการ ตั้งงบประมาณมาชดเชยถ้ามีการออกกฎหมายฉบับนี้ เช่น มีการออกกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กร มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดใดชุดหนึ่ง แล้วต้องมีการจ่ายเบี้ยประชุม จ่ายเงินเดือน จัดตั้งสํานักงานต่าง ๆ ต้องมีการตั้งงบประมาณในงบประมาณประจําปี กฎหมายลักษณะแบบนี้ละเป็นกฎหมายการเงิน ปรากฏว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ครับ ตอนที่กรรมาธิการ แล้วผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ด้วยมีการแก้ไขจนกระทั่ง มันเป็นกฎหมายการเงิน และถ้ามันเป็นกฎหมายการเงิน ฝ่ายบริหารโดยนายกรัฐมนตรี จะต้องเซ็นอนุมัติ เพราะเขาถือว่าฝ่ายนิติบัญญัติไปออกกฎหมายแล้วไปเกี่ยวข้อง กับฝ่ายบริหารจะต้องให้ผู้นําสูงสุดอนุมัติครับ แล้วผมยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเป็นกฎหมายการเงิน เดี๋ยวผมแสดงให้ดู แต่ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีไม่เซ็น ไม่เซ็นเพราะท่านนายกรัฐมนตรี เซ็นเมื่อไรผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ เขาระบุชัดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสมาชิกย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือ ความครอบงําใด ๆ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ของปวงชนชาวไทย และประโยคสําคัญครับ โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งครับ ปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เซ็นเป็นกฎหมายการเงิน โดนมาตรา ๑๒๒ โป้ง หลุดจากตําแหน่งทันที นี่คือเหตุผล ว่าทําไมไม่เซ็น