จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลที่จะต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่มีจริยธรรม ไม่เข้าร่วมการประชุมสภา และไม่ให้ความสำคัญกับกฎหมายสำคัญของรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตใช้สิทธิสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ และญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ โดยการสรุปญัตติ นี้กระผมกระทําภายใต้ข้อบังคับ ข้อ ๖๗ แทนเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จํานวนทั้งสิ้น ๑๔๖ ท่าน โดยได้รับมอบหมายจากท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผม ขออนุญาตสรุปรวมกันไปทั้งในส่วนที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ โดยขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธาน ว่าในระหว่างการอภิปรายสรุป กระผมจะไม่แสดงเอกสาร หลักฐาน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเหตุว่าเพื่อนสมาชิกได้แสดงหลักฐานเอกสารมาตลอด ระยะเวลา ๒ วันเสร็จสิ้นแล้ว และที่สําคัญก็เพื่อเป็นการประหยัดเวลา แต่ไม่ได้หมายความ ว่าสิ่งที่กระผมจะกราบเรียนสรุปกับท่านประธานนั้นไม่มีเอกสารหลักฐานแต่อย่างใด ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียนต่อที่ประชุม เพิ่งนั่งลงไปหยก ๆ เมื่อสักครู่ละครับ ว่าขอบคุณที่ เพื่อนสมาชิกได้ให้ความอดกลั้น แต่ว่าท่านไม่ได้หันมาทางพวกผมนะครับ ขออนุญาตกราบ เรียนว่าสมาชิกที่ต้องอดกลั้นเป็นพิเศษในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้อย่างน้อยที่สุด ก็มีพวกกระผมรวมอยู่ด้วยครับ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าตลอดระยะเวลา ๒ วัน การอภิปราย ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ติดตามคงจะเห็นว่าพวกกระผมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลําบาก อย่างยิ่ง เพราะเพื่อนสมาชิกหลายคนลุกขึ้นอภิปรายแล้วก็ต้องถูกสกัดกั้นด้วยการประท้วง บางท่านอภิปราย ๒ คํา ประท้วง ๓ คนครับ ระยะเวลาในการอภิปรายเมื่อวานนี้ ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานครับ วันแรกเมื่อวานนี้พวกกระผมใช้เวลาไป ๘ ชั่วโมง ๒๐ นาที แต่ว่าโดนประท้วงเสีย ๕ ชั่วโมง ๒๗ นาที นี่คือสิ่งที่อยากเริ่มต้นกราบเรียนกับท่านประธาน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง เหตุที่จะต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานตรง ๆ ครับว่าสภาพของประเทศไทยเราทุกวันนี้มีนายกรัฐมนตรี ก็เกือบจะพูดได้ว่าเสมือนไม่มี หรือถ้าจะคิดว่ามีก็มีปริมาณจํานวนเกินกฎหมายกําหนด ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าวันนี้ประเทศไทยทําสถิติชนะประเทศกัมพูชา ประเทศกัมพูชาเคยมี นายกรัฐมนตรีพร้อมกันทีเดียว ๒ คน ประเทศไทยวันนี้ถ้าท่านประธานไม่ปฏิเสธความเป็นจริง ท่านจะทราบได้ทันทีประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย ๓ คนครับ คนที่ ๑ อยู่ต้นน้ํา คอยกดปุ่มสั่งการอยู่เมืองนอก คนที่ ๒ อยู่กลางน้ํา ตรงนี้อย่างไรครับที่เขาถึงบอกว่าทําไม ถึงชอบตีกรรเชียงหนีความรับผิดชอบ คนที่ ๓ อยู่ปลายน้ํา คอยอ้าปากรับน้ํา อิ่มหมีพีมัน จนอ้วนเอาอ้วนเอา ขณะที่คนไทยทั้งประเทศผอมลง เพราะอะไรครับ เพราะต้องรับภาวะ เศรษฐกิจที่ฝืดเคืองข้าวของราคาแพง พืชผลการเกษตรตกต่ํา หนี้สินเพิ่มขึ้นทุกครอบครัว ตัวเลขมันบอกชัด นายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นมาตอบข้ออภิปรายของพวกกระผมเมื่อวาน เป็นการตอบครั้งแรกตอนสี่โมงเย็นเศษ ๆ ท่านบอกว่า ท่านขอยืนยันว่าคณะรัฐมนตรี มีคณะเดียว โดยมีท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อครับ คณะรัฐมนตรีมีคณะเดียวแต่ว่า นายกรัฐมนตรีมีหลายคนแน่นอน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนเลือก รัฐมนตรีเอง ยิ่งพูดท่านนายกรัฐมนตรียิ่งทําร้ายตัวเอง เพราะไม่มีใครเชื่อครับ และโดย ความเป็นจริงท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเลือกคนรอบข้างเข้ามาเป็นคณะรัฐมนตรีได้บ้าง ๕ คน ๗ คน แต่จํานวนไม่น้อยนําเข้าจากต่างประเทศ จนวันนี้คนไทยจํานวนไม่น้อย ในประเทศต้องการให้ส่งออกคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ท่านเป็นตัวของตัวเอง ถ้าไม่เป็นตัวของตัวเองท่านคงอยู่ไม่ได้มาจนถึงวันนี้ครบ ๒ ปี ผมเคารพคําตอบท่านนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้กลับย้อนไปคิดในทาง กลับกันมันอาจจะไม่เป็นอย่างท่านนายกรัฐมนตรีพูดก็ได้ เพราะถ้าท่านนายกรัฐมนตรี เป็นตัวของตัวเองท่านอาจจะไม่ได้อยู่ถึง ๒ ปีก็ได้ ผมเชื่อว่าในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านนายกรัฐมนตรีทราบว่าการบริหารประเทศนั้นจะต้องบริหารราชการแผ่นดินโดยความ รับผิดชอบต่อใครบ้าง อย่างน้อยที่สุด
๑. นายกรัฐมนตรีต้องบริหารราชการแผ่นดินโดยความรับผิดชอบต่อ ประชาชนในฐานะที่ไปสัญญากับประชาชนไว้ตอนหาเสียง
๒. นายกรัฐมนตรีจะต้องบริหารราชการแผ่นดินโดยความรับผิดชอบต่อสภา อย่างน้อยที่สุดเพราะเหตุผลประการที่ ๑ นายกรัฐมนตรีมาจากสภา ก่อนเข้าบริหารราชการ แผ่นดิน นายกรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อสภา และเมื่อบริหารราชการครบ ๑ ปี ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องแถลงผลการดําเนินการพร้อมปัญหาอุปสรรคต่อสภา อย่างน้อย ปีละ ๑ ครั้งตามรัฐธรรมนูญ ที่สําคัญท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องถูกสภาตรวจสอบได้ ไม่ว่า จะโดยการตั้งกระทู้ถาม หรือโดยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างเช่นที่พวกกระผม ได้ทําอยู่ในวันนี้
๓. อย่างน้อยที่สุดนายกรัฐมนตรีจะต้องบริหารราชการแผ่นดิน โดยความ รับผิดชอบต่อคําถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระมหากษัตริย์ และนอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี ก็มีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญต้องบริหารราชการ แผ่นดินภายใต้ประมวลจริยธรรม แปลง่าย ๆ ว่าอย่างน้อยนายกรัฐมนตรีต้องมีจริยธรรม เพราะมีประมวลจริยธรรมทั้งจากสํานักนายกรัฐมนตรีและประมวลจริยธรรมของ สภาผู้แทนราษฎรที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้แทนอยู่ กํากับ นายกรัฐมนตรีจะต้องบริหาร ราชการภายใต้กรอบของนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา และที่สําคัญนายกรัฐมนตรีจะต้อง บริหารราชการแผ่นดินโดยสํานึกแห่งความรู้ผิดชอบชั่วดี นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ประกาศ วันแถลงนโยบาย เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ว่า การทํางานก็เหมือนทําข้อสอบ คงไม่มี ใครบอกว่าจะทําข้อสอบถูกทุกข้อ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนายกรัฐมนตรีคงจําได้นะครับ แต่มั่นใจว่าจะสอบผ่านทุกวิชา กินไม่ได้แต่เท่ห์ครับ แต่หลายคนบอกว่า ๒ ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเกือบจะเรียกว่าสอบผ่านไม่มีสักวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาสภา ที่ผมกราบเรียน อย่างนั้นก็เพราะว่านายกรัฐมนตรีสอบตกตั้งแต่ยังไม่ได้ตรวจข้อสอบ ที่สอบตกตั้งแต่ไม่ได้ ตรวจข้อสอบก็เพราะว่านายกรัฐมนตรีไม่ยอมเข้าห้องสอบ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาหนีการสอบ ตลอด มีกระบวนการพาหนีสภาอย่างเป็นระบบ ถึงขนาดมีผู้บริหารจัดการเป็นองค์คณะ เพื่อให้ทุกวันพฤหัสบดีนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาสภา นี่เป็นความจริงครับ แถมสําคัญจะเข้าสอบตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ นายกรัฐมนตรียังจะมาบังคับขอดู ข้อสอบอีก กระทู้ถามสด ท่านประธานนั่งอยู่ตรงนั้นบนบัลลังก์ คงทราบเช่นเดียวกับผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งจากซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ๒ ปี ที่ผ่านมา ๑๒๕ กระทู้ นายกรัฐมนตรีมาตอบกี่กระทู้ ท่านประธานทราบไหมครับ ๑๒๕ กระทู้ มาตอบกระทู้สมาชิก ๒ กระทู้ครับ นี่คือความเป็นจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ปีที่ ๒ พวกเราต้องหารือกันกับกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ว่าทําไมนายกรัฐมนตรี ไม่มาสภา แล้วประชาชน ผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนคนทั้งประเทศจะไปพบนายกรัฐมนตรี ได้ที่ไหน เพราะไปพบทําเนียบนายกรัฐมนตรีก็ไม่ให้พบ หนีปัญหาเรื่องยาง ไปขอความ ร่วมมือท่านนายกรัฐมนตรี ขอพบ แจ้งปัญหาความเดือดร้อน นายกรัฐมนตรีก็ไม่ให้พบ ถ้าไม่มาพบที่สภาแล้วจะพบที่ไหน สุดท้ายวิปรัฐบาลบอกว่าจะทําหนังสือแจ้งวิปฝ่ายค้าน ทุกสัปดาห์ ว่าวันพฤหัสบดีหรือสัปดาห์ไหนนายกรัฐมนตรีติดราชการ จะได้ไม่ต้องตั้งกระทู้ ถามนายกรัฐมนตรี แต่ท่านทราบไหมครับ ปีที่ ๒ เพราะมันเริ่มทํากันปีที่ ๒ มีการแจ้ง รายงานมา ๓๐ ครั้ง แจ้งว่านายกรัฐมนตรีติดภารกิจราชการ ๑๐ ครั้ง แปลว่าอีก ๒๐ ครั้งไม่ติด แต่ท่านประธานทราบไหมครับ ๒๐ ครั้งนั้นนายกรัฐมนตรีก็ไม่มาตอบกระทู้ถามสมาชิก เช่นเดิม นี่คือข้อเท็จจริงที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรี สอบตกวิชาสภา อย่างน้อยก็วิชาแรก แม้แต่กฎหมายสําคัญของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรี อ้างว่าสําคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีเอง พระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๗ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ ต้องเอาเงินหลายล้านล้านบาท ไปใช้กับคนทั้งประเทศ ท่านประธานทราบไหมครับ นายกรัฐมนตรีไม่มาลงคะแนนตั้งแต่ วาระหนึ่งจนวาระสามครับ พระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่นายกรัฐมนตรี โฆษณาอยู่นี้ครับ ท่านบอกก็ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อ ทุกคนก็รู้ว่ามันโฆษณาชวนเชื่อ เพราะ กฎหมายยังไม่ทันผ่าน นายกรัฐมนตรีไปเอาเงิน ๒๔๐ ล้านบาทไปโฆษณาแล้ว นายกรัฐมนตรี ก็ไม่มาลงมติครับ ให้ความเห็นชอบกฎหมาย