ชินวรณ์ บุณยเกียรติ อภิปรายเรื่องนายกรัฐมนตรีและประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของนายกรัฐมนตรี เช่น การโกหก การหลอกลวง การไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ การเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง และการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการและระบบการเมือง ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกทั้งแผ่นดิน และแก้ไขปัญหาราคายางพารา
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผมกําลังตั้งข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรีต่อผู้เป็นประธาน เพราะฉะนั้นคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง อย่าลุกขึ้นมา เพราะวันนี้เป็นญัตติที่สําคัญที่สุด ผมได้ทําหน้าที่ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย อย่างภาคภูมิใจ เพียงแต่ผมเริ่มต้นเท่านั้นเองครับว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรียังไม่รู้สึกรู้สา ยังไม่มีจิตสํานึกในฐานะที่เป็นนักการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ท่านนายกรัฐมนตรี จะปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้ขัดแย้งกันมากกว่านี้หรือครับ ท่านจะปล่อยให้พี่น้องประชาชน ต้องรบราฆ่าฟันกันหรือครับ ท่านต้องการที่จะให้การเมืองลุกเป็นไฟ เลือดนองเต็มท้องถนน เพราะท่านเพียงคนเดียวหรือครับ ผมอยากจะเตือนท่านประธานไว้ผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐบาลทรราช เป็นนายกรัฐมนตรี ยิ่งกว่ายักขินี ถ้าท่านประธานจําได้ผมได้เคยเตือนต่อหน้าท่านประธานที่นี้ว่า ไม่มีอํานาจใด ในแหล่งหล้าฤาจะสู้อํานาจความศรัทธาของประชาชน ผู้เป็นประธานประเด็นที่ผมจะเป็น ผู้อภิปรายในวันนี้มีประเด็นที่ผมจะอภิปรายในประเด็นหลัก ๔ ประเด็นเท่านั้นครับ คือนายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดอย่างทําอย่าง โกหกหลอกลวง ไม่ทําตามนโยบายที่แถลงไว้ ต่อรัฐสภา และสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีที่หนีการประชุมสภา หนีการตรวจสอบอย่างหัวซุกหัวซุน มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ทําลายระบบคุณธรรม ในระบบราชการ และทําลายระบบคุณธรรมในระบบการเมือง ในระบบรัฐสภา โดยมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างสิ้นเชิง และนายกรัฐมนตรีคนนี้ละครับ ข้อสุดท้าย ที่ผมจะอภิปราย เป็นนายกรัฐมนตรีที่โกหกแม้กระทั่งตัวเอง โกหกว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ตัวจริง แต่จริง ๆ แล้ว ๒ ปี ๔ เดือน พิสูจน์แล้วว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีตัวปลอม เป็นนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด ซึ่งผมจะกราบเรียนท่านประธานไปแต่ละประเด็น ผมอยากจะ เรียนท่านประธานครับ
ประเด็นแรก ตลอด ๒ ปี ๔ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่ได้ทําตาม นโยบายเลยครับ แล้วถ้าท่านประธานจะได้ไปอ่านหนังสือที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เขียนเอาไว้ ว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ๔๙ วัน ด้วยความภาคภูมิใจ วันนี้ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ๔๙ วัน ที่ท่านเข้ามาคิดเล่นทางการเมืองนั้น ในท้ายที่สุดท่านก็ไม่มีจิตสํานึก ท่านก็ไม่มีส่วนแม้แต่ จะกําหนดนโยบาย ไม่มีส่วนแม้แต่จะกําหนดวิสัยทัศน์ เพราะฉะนั้นตั้งแต่เริ่มเข้ามา เล่นการเมืองตั้งแต่วันแรก เริ่มวันที่ท่านหาเสียง ท่านก็ไม่ได้พูดไม่ได้ทําโดยตนเอง ท่านมา อ่านตามสคริป (Scrip) เมื่อกี้ท่านยังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตลอดเวลาเลยครับ แล้วก็ท่านไม่กล้า สบหน้าผมหรอก ผมเชื่อว่าอภิปรายกันในวันนี้ท่านก็ไม่กล้าอีกแล้ว และท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างนี้ก็ตรงกับพฤติกรรมที่เขาบอกว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้พูดอย่าง ทําอย่าง ถามอย่าง ตอบอย่าง พูดผิด ๆ ถูก ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ขอดูคลิปแรกก็แล้วกันครับ เพื่อความรวดเร็วครับ เชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ คลิปนี้ ได้เห็นกันโดยทั่วไปแล้ว ผมไม่รบกวนสภาเลยตัดให้สั้นที่สุด สรุปว่า ๒ ปี ๔ เดือน วันนี้คําพูด ที่ติดตัวรัฐบาลชุดนี้และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็คือแพงทั้งแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายและได้พูดหาเสียง มันตรงกันข้าม หมดเลยละครับ ท่านบอกว่าจะกระชากราคาน้ํามันลง วันนี้ราคาน้ํามันเป็นอย่างไรครับ ท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ราคาน้ํามันวันนี้ ท่านประธานครับ ขึ้นมา เอาแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ปตท. ลิตรละ ๓๙.๔๓ บาท บางจาก ลิตรละ ๓๙.๔๓ บาท เชลล์ลิตรละ ๓๙.๔๓ บาท ทั้งหมดนี้ครับ มันไม่ตรงเลยครับ นี่ละครับ ที่ผมตั้งข้อกล่าวหาว่า พูดอย่างทําอย่าง ท่านประธานครับ ทุกอย่างละครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านเขาบอกว่าขูดรีดหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ภาษีสรรพสามิต ภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ รัฐบาล ชุดนี้ก็ลดอย่างเดียวละครับ ก็คือลดภาษีให้คนรวยจากร้อยละ ๓๐ เหลือร้อยละ ๒๓ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนโยบายที่พูดอย่างทําอย่าง มีหลายเรื่องครับ ตั้งแต่เรื่องการที่ประกาศว่าขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาทต่อวัน หาเสียงไปทั่วประเทศ ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้เป็นอย่างไรครับ ผลปรากฏออกมาชัดเจนแล้วความจริงมีคลิป ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเองว่าไม่ได้ให้เป็นเงินเดือน แต่ได้ให้เป็นค่าชดเชย และในท้ายที่สุด ในส่วนเพิ่มนี้ ท่านประธานครับ ทําให้เกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง คือนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนี้ ก็ผลักภาระไปให้กับภาคเอกชนในการจ่ายค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ในการจ่ายเงินเดือนปริญญาตรี ที่เพิ่มขึ้น และที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน เมื่อไปผลักภาระให้กับเอกชน เอกชน ก็ไปขึ้นราคาสินค้าอย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตัวเลขของทีดีอาร์ไอ (TDRI) ก็ปรากฏชัดเจนนะครับว่า จากการที่รัฐบาลได้กําหนดเงินเดือนจบปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท และค่าแรง ๓๐๐ บาทนั้น เป็นการสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่ดําเนินการโดยรัฐบาลนี้ ทําให้ภาวะค่าครองชีพสูงขึ้น ผมไม่ลงรายละเอียดในเรื่องนี้ละครับ ก็จะมีผู้มาอภิปราย ในลําดับต่อไป เพียงแต่ผมชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ ท่านประธานครับ พูดอย่างทําอย่าง ตั้งแต่เริ่มหาเสียงแล้ว ที่เป็นอย่างนี้เพราะท่านไม่มีจิตสํานึก นี่ผมพูดย้ําตั้งแต่ผม เริ่มอภิปรายว่าวันนี้ฝ่ายค้านทําหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน กําลัง อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง เก้าอี้ว่างอีกแล้วครับ เดี๋ยวก็จะเป็นประเด็นที่ผมจะพูด ต่อไป ท่านประธานครับ เรื่องข้าวไม่ต้องพูดถึงเมื่อกี้ จะมีผู้อภิปราย นี่คือเรื่องที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่า นอกจากแพงทั้งแผ่นดินแล้ว ก็คือเรื่องสินค้าเกษตรตกต่ํา ถูกทั้งแผ่นดินจริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับ เมื่อเรามาดูราคาพืชผลทางการเกษตร ในขณะนี้เราเห็นได้อย่างชัดเจนครับท่านประธานว่า พืชผลทางการเกษตรทุกตัวที่รัฐบาลนี้ เข้ามาบริหารลดลงหมดทุกตัวครับ ตั้งแต่ราคาข้าวโพด ท่านประธานครับ ราคาข้าวโพด จากกิโลกรัมละ ๙ บาทในช่วงปีที่ผ่านมาลดต่ําลงมาจนต่ําสุดจนเกษตรกรพี่น้องที่ปลูก ข้าวโพด ท่านประธานครับ พี่น้องที่ปลูกข้าวโพดต้องออกมาประท้วง ในท้ายที่สุด คณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติเงินไป ๑,๙๗๐ ล้านบาทชดเชย แต่วันนี้ราคาข้าวโพดครับ ท่านประธานยังอยู่ที่กิโลกรัมละ ๗ บาท ๗๕ สตางค์ และที่สําคัญครับราคาข้าวโพด ที่ขายได้ในการชดเชยนั้นเป็นราคาข้าวโพดที่รัฐบาลนี้ปากว่าตาขยิบ ท่านนายกรัฐมนตรี รู้ไหม เป็นการนําข้าวโพดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน พี่น้องเกษตรกรจึงมีปัญหาครับ ขายข้าวโพดไม่ได้และมีการชุมนุมประท้วง เห็นไหมครับมันสําปะหลัง หอมหัวแดง ทุกตัวที่เป็นราคาสินค้าทางการเกษตรนั้นตกต่ําหมดครับ นี่คือเป็นเรื่องที่ชี้ให้เห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวเลยครับ แน่นอนที่สุดครับ ผมขอยกตัวอย่างลึก ๆ ตัวเดียวครับท่านประธาน คือราคายางพารา ท่านประธานครับ ราคายางพาราสมัยรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๔๐ บาทครับ ค่าเฉลี่ยตลอดปีก็อยู่ประมาณ ๑๔๐ บาท สูงที่สุดไปถึง ๑๘๐ บาทครับ รัฐบาลนี้เข้ามา ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ตรงนี้ว่าจะทําให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น วันนี้ท่านก็ยังมาพูดลอยหน้าลอยตาอีกว่าเศรษฐกิจ ในยุคของท่านเติบโตขึ้น มันเติบโตจากไหนครับ เติบโตจากรถคันแรกหรือเปล่า เติบโตจาก บ้านหลังแรกหรือเปล่า หรือเติบโตจากรายได้ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้เข้ามาทําให้ราคายางพาราวันนี้เหลือที่กิโลกรัมละ ๖๙ บาท ๙๐ สตางค์ ผมอยากให้ ท่านประธานได้ดูคลิปนิดหนึ่งเรื่องยางพารา เพราะเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่ละครับ ท่านประธานครับ นอกจากโกหกแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านบอกว่า จะแก้ไขปัญหาราคายางพาราโดยต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ท่านพูดออกมาได้อย่างไรครับ ท่านไม่ทราบหรือครับว่าพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศคือยางพารานั้น ท่านประธานครับ มีพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง พี่น้องเกษตรกรที่กรีดยางพาราได้ส่ง ยางพาราออกไปขายต่างประเทศต้องจ่ายเป็นเงินค่าธรรมเนียมมาเป็นเงินกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง ไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราในการปลูกยาง ในการโค่น ยางพารา ปลูกแทน รัฐบาลไม่ได้ช่วย เป็นเงินของพี่น้องเกษตรกร ตัวของเขาเองครับ และวันนี้ต้นน้ํา ปลายน้ํา ที่ท่านพูดถึงเป็นอย่างไรครับ ท่านประธานครับ วันนี้ท่านไม่ได้ช่วย อะไรเลยครับ ๕๖ จังหวัด ๑๘ ล้านไร่ที่ผจญปัญหากันในวันนี้ การชุมนุมประท้วงตั้งแต่ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พวกผมตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศ ท่านไม่อยู่ เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องหนีสภา ท่านไม่อยู่ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีมาพูด มาตอบ แล้วเป็นอย่างไรครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ ท่านประธานครับ ราคายางพาราก็ยิ่งตกต่ําลงไป ภายใต้ความไม่รับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรีหรือพูดแบบไม่รู้ของท่านนายกรัฐมนตรี ผมจึงเรียนท่านประธานครับว่า เอาอีกสักคลิปสิครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
– ๓๙/๑