สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดถึงนโยบายของรัฐบาล เธอเน้นย้ำถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาทุจริตและเศรษฐกิจ โดยกล่าวถึงผลการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจีดีพีและรายได้ต่อหัวประชากร นอกจากนี้ เธอยังอธิบายถึงนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาทุจริต โดยมีการรณรงค์ปลูกจิตสำนึก การตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริต และการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมตรวจสอบ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหม

ก็ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพนะคะ การที่ดิฉันต้องพูดอย่างนี้เพราะว่า เนื่องจากว่าในส่วนเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เราเองก็ต้องคํานึงถึงปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ แต่แน่นอนเรื่องของการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้นก็เป็นนโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาลค่ะ แล้วก็จากที่ได้ถูกกล่าวหาในเรื่องของการที่บอกว่า ในเรื่องของการที่จะ ส่อไปสู่การทุจริตในทุกรูปแบบนั้น ดิฉันก็ขอเรียนว่าดิฉันไม่ได้กระทําการผิดตามที่กล่าวหาค่ะ ก็จะใช้โอกาสในรายละเอียดต่อไปนะคะ ก็เรียนว่าในส่วนของเศรษฐกิจอย่างที่เรียนว่า มีผลกระทบ แต่แน่นอนในส่วนของการทํางานของรัฐบาลนั้น เราก็เร่งในการที่จะแก้ปัญหา เศรษฐกิจและปากท้องค่ะ ก็จะเห็นว่าวันนี้จากการดําเนินการดังกล่าวก็ทําให้จีดีพี (GDP) ถ้าท่านจะทราบว่าวันแรกที่รัฐบาลนี้เข้ามาจะเกิดปัญหาในเรื่องของวิกฤติหรือเรื่องของ อุทกภัย ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวในส่วนของประเด็น เรื่องของอุทกภัย แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ผลจีดีพีที่หลังจากที่พบปัญหาวิกฤตินั้นก็สามารถ ที่จะพ้นปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ และทําให้จีดีพีขยายตัว ๖.๕ เปอร์เซ็นต์นะคะ นอกจากนั้น ก็คือทําให้รายได้ต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้นค่ะ อย่างในปี ๒๕๕๔ รายได้ต่อหัวประชากร จาก ๑๕๕,๙๒๖ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และล่าสุดในปี ๒๕๕๖ นั้นก็เพิ่มขึ้นเป็นยอดประมาณ ๑๗๔,๖๕๘ นะคะ สําหรับปัญหาทางด้านของดิฉันเองอาจจะขออนุญาตเรียนว่าหลาย ๆ อย่าง ที่ได้กล่าวหาว่าดิฉันไร้ภาวะผู้นํา ไร้สํานึก ไร้ความรับผิดชอบต่อสภาและประชาชน ลอยตัวเหนือปัญหาต่าง ๆ นั้น และรวมถึงการสมรู้ร่วมคิดกับพวกพ้องทําลายและข่มขู่ ก้าวก่ายสถาบันหลักของระบอบประชาธิปไตย ก็เรียนว่าทั้งสถาบันนิติบัญญัติ ตุลาการ และองค์กรอิสระนั้น ดิฉันเองก็ให้ความเคารพนะคะ แล้วก็ตลอด ๒ ปีที่ผ่านมารัฐบาล ก็ให้ความเคารพในหลักของประชาธิปไตยและปฏิบัติตามกติกาประเพณีมาโดยตลอดค่ะ แม้ว่ามีความคิดเห็นที่ต่าง รัฐบาลก็พยายามในการที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ได้มีโอกาสได้แสดงออกซึ่งความคิดเห็นภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และรัฐบาลก็พยายาม ที่จะดูแลพี่น้องประชาชนด้วยความอดทน ด้วยหลักของข้อกฎหมาย และที่สําคัญหลักของ สันติ ซึ่งเราก็ได้ทํามาอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลนี้ก็มีหน้าที่ในการรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่ก็คือ สิ่งที่เราได้เรียนยืนยันมาตลอดนะคะ

สําหรับเรื่องของปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น อย่างที่เรียนว่าเป็นปัญหา ที่รัฐบาลก็ได้มีการแก้ไขอย่างต่อเนื่องและเป็นนโยบายของรัฐบาล อยู่ในนโยบายข้อที่ ๘ ทุกท่านคงทราบ แล้วก็ในส่วนของการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้นก็มีในหลายขั้นตอน ตั้งแต่เรื่องแรกในส่วนของภาครัฐนั้นเราก็ได้มีการรณรงค์ในเรื่องของการปลูกจิตสํานึกต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์แล้วก็มีการเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตประจํากระทรวง ซึ่งในช่วงนั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรีนิวัฒน์ธํารงก็ได้ดูแล แล้วล่าสุดก็ได้มีการตั้งหัวหน้าศูนย์ มีการที่จะให้ หน่วยราชการทุกหน่วยตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันเพื่อที่จะมีหน่วยงานนั้น ในการตรวจสอบขั้นตอนการทํางานของราชการ ท่านรองนายกรัฐมนตรีพงศ์เทพก็ได้เป็น ประธานในการดําเนินตามนี้ แล้วก็เรายังมีเปิดโอกาสให้กับภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้ก็ได้ให้ทาง คณะกรรมการกฤษฎีกานั้นได้หาวิธีการแนวทางที่จะให้เครือข่ายภาคเอกชนนั้นเข้ามาร่วม ตรวจสอบและทํางานกับรัฐบาลค่ะ แต่อย่างไรก็ตามจากดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของ ประเทศไทย ในปี ๒๕๕๔ นั้นเราอยู่ที่ ๓.๔ แต่ในปี ๒๕๕๕ วันนี้อยู่ที่ ๓.๗ แล้วก็ยังมีอีก หลายเรื่องนะคะ ก็ต้องเรียนว่า อย่างในเรื่องของกรณียึดทรัพย์ที่ถูกกล่าวหานั้น ดิฉันก็เรียน ว่าวันนี้คําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แล้วโดยที่คําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นมีผลบังคับใช้และให้เป็นเงินแผ่นดินแล้ว และเมื่อคดีถึงที่สุด แล้ว ข้อเท็จจริงใด ๆ ที่ใช้ในการต่อสู้ เมื่อศาลไม่รับฟังก็จะถือว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริงหรือ เรื่องเท็จก็คงจะไม่ได้ ดิฉันก็จะไม่กล่าวถึง แม้ว่าอยากจะกล่าวถึงก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ เพราะกติกาของบ้านเมืองเราถือว่ายุติโดยคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และกฎหมายนิรโทษกรรม ที่กล่าวหาก็ไม่ได้มีบทบัญญัติใดที่ให้คืนทรัพย์สินแก่ผู้ใดทั้งนั้น ดังนั้นก็เรียนว่าในส่วนของ กฎหมายนิรโทษกรรมไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินค่ะ ซึ่งดิฉันเองก็ได้ยืนยันและประกาศ เจตนารมณ์แล้ว และปัจจุบันนี้นะคะ อย่างไรก็ตามวุฒิสมาชิกก็ไม่ได้รับร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ