อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวหาการทุจริตในโครงการรับจํานําข้าวและโครงการลงทุนของรัฐบาล เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการคมนาคมอื่น ๆ โดยอ้างว่าไม่สามารถลงทุนได้หากไม่ใช้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่เหมาะสม และมีการทุจริตในการผลักดันกฎหมายเพื่อให้โครงการเหล่านี้ผ่านไป นอกจากนี้ยังหารือเรื่องกฎหมายที่รัฐบาลพยายามแก้ไข เช่น กฎหมายที่ให้อำนาจรัฐมนตรีในการกำหนดหลักเกณฑ์การมีส่วนได้เสีย และการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ โดยจะไม่ห้ามบุคคลที่เคยถูกตัดสินลงโทษจําคุก แต่ถูกปล่อยตัวแล้ว หรือรอลงอาญา
ท่านประธานครับ การทุจริตที่รุนแรงที่สุดในกระบวนการของนโยบายโครงการรับจํานําข้าว คือขั้นตอนของ การระบายข้าว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจปีที่แล้ว วิธีการระบายข้าว วิธีที่ ๑ คือรัฐต่อรัฐ ได้มีการเปิดโปงให้เห็นว่ามันเป็นรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี (G to G) ปลอมอย่างไร และผู้เกี่ยวข้อง มีความใกล้ชิดกับผู้มีอํานาจในรัฐบาลเข้ามาได้ประโยชน์แสวงประโยชน์จากตรงนี้อย่างไร ผมไม่เคยเห็นท่านนายกรัฐมนตรีดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะหัวหน้า รัฐบาลหรือประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ การอภิปรายงบประมาณที่ผ่านมา ก็มีการเปิดโปงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตการระบายข้าว วิธีที่ ๒ คือการเปิดประมูล ให้เอกชนเข้ามา ซึ่งพบว่ามีการขายถูกเพื่อให้คนที่ซื้อไป ไปขายต่อแพง นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก็ไม่ได้ดําเนินการใด ๆ วันนี้ครับ เดี๋ยวพวกกระผมจะชี้ให้เห็นว่าการระบายข้าว วิธีที่ ๓ อ้างประชาชน อ้างคนจน คือการทําข้าวถุงท่านก็ทุจริตครับ ผมไม่ทราบเลยครับว่าถ้าปล่อยไปอย่างนี้จะทุจริตหากิน จากอะไรอีก นี่อ้างคนจนนะครับ นี่เหลือวิธีระบายข้าวอีก ๒ วิธีถ้าท่านอยู่ต่อผมไม่รู้ว่า การบริจาคข้าวจะทุจริตไหม ผมไม่รู้จะคิดวิธีไปทุจริตในตลาดซื้อขายล่วงหน้าได้ไหมจะได้ ครบทั้ง ๕ วิธีเลย ข้าวถุงที่อ้างว่าทําให้คนจนมีข้าวถูกใจ ข้าวธงฟ้า แต่ส่วนใหญ่คือข้าวของ อคส. รัฐบาลอนุมัติไป ท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติทั้งในฐานะประธาน กขช. ไปจนถึง คณะรัฐมนตรีให้ทําถึง ๒.๕ ล้านตันครับ เบิกข้าวไปแล้วก็ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ได้ครับ แต่ข้าวหายไปไหนหมดครับ ที่ปรากฏอยู่ตามร้านถูกใจ ที่ปรากฏในโครงการธงฟ้า น้อยนะครับ เทียบกับข้าวที่มีการดําเนินการในโครงการนี้น้อยมาก แต่ที่ใหญ่ที่สุดที่หายไป คือข้าว อคส. ครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน จะได้เห็นว่ามันมีหลักฐานการเอา ข้าวนี้ไปทําอะไร อย่างไร เวลาที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย สูญเสียผลประโยชน์ไป เพื่อนสมาชิก ที่จะอภิปรายจะชี้ว่าเป็นหลักหมื่นล้าน จะไปจบตรงไหนครับ วันนี้ชาวนาก็เดือดร้อนแล้ว วันนี้คิดได้ก็เพียงแต่บอกว่านาปรังปีหน้าไปลดราคาจํานําเสียอีก แต่ที่พวกกระผมนําเสนอ ในสภาเรื่องการทุจริต เรื่องการรั่วไหล เรื่องความล้มเหลวทั้งหลาย ที่องค์กรต่าง ๆ เขาแนะนํามาตั้งแต่ ป.ป.ช. ไปจนถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ไม่มีการตอบสนองใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่สนใจความหายนะ ความวิบัติที่จะเกิดขึ้นกับประเทศโดยส่วนรวมเลยหรือครับ เพียงเพราะโครงการนี้มันสามารถเอื้อประโยชน์ให้มันทุจริตได้ทุกขั้นตอนหลายรูปแบบ อย่างนั้นหรืออย่างไร นี่ก็เป็นรูปแบบที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนว่าจะมีเพื่อนสมาชิกอภิปราย เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน
ข้อ ๓ ครับ รัฐบาลนี้หลังจากที่ได้ใช้ พ.ร.ก. กู้เงินเรื่องน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไม่ใช้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติก็เดินหน้าออก พ.ร.บ. กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาทําโครงการคมนาคม พฤติกรรมเหมือนเดิมครับ ๑. อ้างประเทศ อ้างประชาชนว่าจําเป็น เหลือเกินที่ต้องใช้วิธีการนี้ มิฉะนั้นจะไม่สามารถลงทุนได้ซึ่งไม่จริง พวกกระผมก็เคยชี้ให้เห็นแล้ว ว่าเพดานหนี้สาธารณะในระบบงบประมาณ ๗ ปีข้างหน้า เพียงพอที่จะทําโครงการเหล่านี้ พวกกระผมเคยชี้ให้เห็นว่า ไม่จริงหรอกที่โครงการใหญ่ ๆ ทําระบบงบประมาณไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างที่รัฐบาลพูดบ้านเมืองเราคงไม่มีโครงการใหญ่เกิดขึ้นในอดีตเลยสักโครงการครับ ไม่ว่าจะเป็น เขื่อน รถไฟฟ้า ทางด่วน ถนนหนทาง แต่ท่านต้องการทําสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการของการตรวจสอบระบบงบประมาณ เฉพาะที่เอามาให้เราดู ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่ ส.ส.หรือ ส.ว. ที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยจะได้ดูก่อน ดําเนินโครงการตามกฎหมายฉบับนี้ ความผิดปกติเรื่องตัวเลขต่าง ๆ ซึ่งมีการไปปั้นไปแต่ง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนจนถึงความคุ้มค่าของโครงการต่าง ๆ มีการดําเนินการบิดเบือนทั้งสิ้น มีเพื่อนสมาชิกจะมาพูดในรายละเอียด ซ้ําร้ายก็คือพฤติกรรมในการไม่พูดความจริง กับประชาชนก็เกิดขึ้นอีก เรื่องน้ําบอกต้องรีบทํา เรื่องข้าวบอกถ้าไม่ทําอย่างนี้ชาวนาไม่ได้รับ การช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเท็จทั้งนั้น แต่เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ ไปกล่าวเท็จถึงจังหวัดหนองคาย ว่าจะได้ขึ้นรถไฟความเร็วสูง ทั้ง ๆ ที่ในเอกสารที่มาชี้แจงกับพวกเราคนจังหวัดหนองคาย จะมาขึ้นรถไฟความเร็วสูงต้องมาขึ้นที่โคราช แล้วที่นายกรัฐมนตรีเคยยืนขึ้นกล่าวในสภา แห่งนี้ ว่าสุดท้ายอย่างไรไม่ต้องห่วงจะมีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ จัดซื้อจัดจ้างจะใช้ เอาเข้าจริง ๆ กฎหมายก็จะไปอนุญาตให้ ในที่สุดท่านก็ไม่ใช้หรอกครับ แล้ววันนี้ท่านก็ไปทําข้อตกลงกับประเทศจีนด้วยว่าให้เขามาทํารถไฟแต่มีเงื่อนไขในเรื่อง การแลกเปลี่ยนกับการขายข้าว ท่านทําความตกลงในลักษณะนี้ โดยยืนยันไหมครับว่า การดําเนินการต่อไปในเรื่องของโครงการต่าง ๆ เหล่านี้จะเปิดประมูลแข่งขันกันตามปกติ เพราะผู้แทนจากหลายประเทศเขาก็หวั่นไหวเรื่องนี้ ผมกราบเรียนว่าพฤติกรรมในการ ผลักดันกฎหมาย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในที่สุดพวกกระผมก็ยืนยันว่าขัดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แล้วการทุจริตก็ลามเข้ามาถึงในห้องประชุมแห่งนี้ด้วยการกดบัตรแทนกันอีก เพื่อให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่านี่อย่างไรครับ พฤติกรรมของการที่ทําให้ เกิดการทุจริตทั้งระบบ
ข้อที่ ๔ ในขณะที่ท่านเดินหน้าแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่าง ๆ ท่านก็พยายามหลีกเลี่ยงและบั่นทอนหรือฝ่าฝืนกลไกต่าง ๆ ที่มีไว้เพื่อตรวจสอบการทุจริต ปีที่แล้วพวกกระผมยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นถอดถอน ในข้อหาที่ว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งบอกว่าท่านจะต้องเปิดเผยราคากลางในการ ประมูลงานต่าง ๆ ของรัฐ หลังจากที่พวกกระผมยื่นญัตติไม่ไว้วางใจและยื่นถอดถอนนี่ละครับ ท่านถึงเริ่มดําเนินการ ก็ต้องไปชี้แจงพิสูจน์เจตนากันเองที่ ป.ป.ช. แต่กว่าจะออกเรื่องนี้ มาโยกโย้อยู่นานนับปี แต่วันนี้ที่พวกกระผมจะต้องอภิปรายก็คือว่า แม้จะออกกฎระเบียบ ตรงนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช. กลับปรากฏว่าหน่วยงานก็ไม่ทําตามอีก และหน่วยงานที่ไม่ทําตามคือหน่วยงานที่ใกล้ชิดที่สุดกับนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวจะมีผู้อภิปราย นี่ ป.ป.ช. นะครับ หันไปดูกลไกลอื่นบ้างครับ ผมนี่บังเอิญในฐานะผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน เลยต้องไปทําหน้าที่เป็นกรรมการสรรหา ป.ป.ช. กับเขาด้วย บังเอิญไปเจอเอกสารในประวัติของคน ๆ หนึ่งที่เขาสมัครเป็น ป.ป.ช. แล้วผมสนใจ คือเวลาที่ใครก็ตามมาสมัครเป็น ป.ป.ช. เขาต้องยื่นประวัติบอกอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ ไปหมด รวมทั้งว่าถ้าเขาอยู่ในราชการเขาเคยถูกสอบวินัยไหม ปรากฏว่ารายนี้ในแฟ้มประวัติเขา เขาก็ต้องรายงานตรงไปตรงมาว่าเขาถูกสอบ ที่น่าสนใจก็คือว่า ผมก็มาดูคําสั่งที่สอบเขา คําสั่งกระทรวงยุติธรรม ที่ ๔๕๘/๒๕๕๕ ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน เขาถูกสอบ เพราะอะไร มีข้อหานะครับ ได้มีการพบปะพูดคุยกับบุคคลภายนอกและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ การทุจริตโครงการน้ําท่วม ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของทางราชการ ต่อมา บุคคลภายนอกให้ข่าวดังกล่าวกับสื่อมวลชน แล้วไปให้สัมภาษณ์ว่าการสุ่มตรวจโครงการ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พบความผิดปกติในทุกโครงการที่สุ่มตรวจ ทั้งที่ในระหว่างการดําเนินการตรวจสอบของ สํานักงาน ป.ป.ท. รัฐบาลที่ต่อสู้การทุจริตทําอย่างนี้หรือครับ คนเขาจะเป่านกหวีดเพื่อให้ คนทราบว่ามีการทุจริตต้องมาถูกดําเนินการสอบสวน อีกข้อน่าสนใจกว่านั้นครับ บุคคลคนนี้ถูกต้องคณะกรรมการสอบสวน เพราะได้มีหนังสือ รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดินในพื้นที่จังหวัด ภูเก็ตและฝั่งทะเลอันดามัน และกรณีการเลี่ยงภาษีนําเข้ารถยนต์ใหม่แล้วนําเสนอต่อ นายกรัฐมนตรีผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีโดยไม่ได้นําเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามระเบียบทางราชการ ผมสันนิษฐานว่าเขาไม่มั่นใจ ตัวรัฐมนตรีว่าถ้าเขารายงานไปแล้วจะดําเนินการอะไรหรือไม่ เขาถึงทําเรื่องถึงท่าน ทําเรื่อง ถึงท่านเพราะเห็นท่านประกาศว่าเป็นนโยบายที่จะต่อต้านการคอร์รัปชัน ผลที่เขาได้รับคืออะไร ถูกสอบวินัย ผลที่เขาได้รับคืออะไรครับ คือต่อมาเขาถูกย้าย วันที่ถูกย้ายนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์บอกไม่เป็นไรย้ายไปสู่ตําแหน่งซึ่งจะให้เขาดูเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันต่อ ซึ่งเป็นเท็จครับ เพราะท่านไม่มีการมอบหมายให้เขาทํางานในเรื่องเหล่านี้ต่อไปเลย เดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิกมาบอกว่าสุดท้ายที่เขารายงานนายกรัฐมนตรีไปมันเป็นอย่างไร เพราะที่เขารายงานท่านนายกรัฐมนตรีไปนี่ไปไล่ตามดูแล้วการทุจริตเรื่องนี้ไปเกี่ยวข้องกับ แกนนําเสื้อแดง นี่ถึงเป็นที่มาของปัญหาว่าพอใครไปตรวจสอบทุจริตเกี่ยวกับแกนนําเสื้อแดง ถูกสอบสวนทางวินัย ถูกย้าย พฤติกรรมอย่างนี้ครับที่กระผมกราบเรียนว่าบั่นทอน การตรวจสอบ และเรื่องน้ําท่วมที่อ้างเมื่อสักครู่ปีที่แล้วพวกกระผมอภิปรายปีนี้มีคนมา อภิปรายต่อ ตามไปดูต่อว่าความเสียหายที่มันเกิดขึ้นกับประเทศชาติกับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมคืออะไรครับ นี่แกนนําระดับเล็ก ส่วนแกนนําระดับใหญ่ก็จะมี คนอภิปรายเหมือนกันว่านายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยอย่างไร เดี๋ยวรอฟังการอภิปราย ต่อไป
ข้อสุดท้าย เรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ท่านประธานทราบดีว่าวิกฤติที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับบ้านเมืองในขณะนี้ก็มาจากเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งที่ประชาชนลุกฮือออกมา ต่อต้านมากที่สุดก็คือ การนิรโทษกรรมให้แก่คนที่ทุจริตคอร์รัปชัน เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องนั้นต่อ แต่ที่อยากจะฟ้องพี่น้องประชาชนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ก็คือว่านั่นไม่ใช่กฎหมาย ฉบับเดียวที่รัฐบาลชุดนี้พยายามจะออก พยายามจะแก้ไข ผมไปเห็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ปีนี้ครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งที่จริงแล้วมีเรื่องที่ เพื่อนสมาชิกจะอภิปรายเกี่ยวกับการเอาพวกพ้องเข้าไปทํางานแล้วก็เอื้อประโยชน์กัน อย่างไร นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ แต่ที่นายกรัฐมนตรีกล้าหาญมากในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คือให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ หลักการการแก้ไขกฎหมายคุณสมบัติมาตรฐานสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะรัฐมนตรีผ่านไปนี้ให้แก้อะไรบ้างท่านทราบไหมครับ ๑. เวลาที่มีการระบุเกี่ยวกับปัญหา การมีส่วนได้เสีย ท่านไปอนุมัติให้แก้ไขว่าต่อไปนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะมีอํานาจในการกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการการพิจารณาว่าอะไรคือการมีส่วนได้เสียได้ครับ จะยึดมาเป็นอํานาจของรัฐมนตรีในฝ่ายบริหารเลยหรือครับ ที่จะไปนิยามกันว่าส่วนได้ส่วนเสีย ในเรื่องต่าง ๆ คืออะไร นั่นก็เรื่องหนึ่งนะครับ ๒. คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นผู้บริหาร รัฐวิสาหกิจ จากเดิมมีลักษณะต้องห้ามว่า ต้องไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจําคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่โทษที่เป็นการกระทําผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ หรือพ้นโทษหรือพ้นระยะเวลา รอการลงโทษ หรือรอการกําหนดโทษ แล้วแต่กรณี มาเกิน ๕ ปี ท่านก็ไปแก้ หรืออยากจะแก้ว่า ให้เป็นไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษที่กระทําความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ ประเทศนี้หาคนมาบริหาร รัฐวิสาหกิจไม่ได้แล้วหรือครับ ถึงต้องบอกว่าคนที่ศาลตัดสินลงโทษจําคุก แต่รอลงอาญาไว้ ตอนนี้มาเป็นได้ รัฐบาลนี้หาไม่ได้หรือครับ หรือรัฐบาลนี้นิยมคนที่ศาลตัดสินให้จําคุก ถึงต้องเปิดช่องตรงนี้ไว้
ถัดมานะครับ คุณสมบัติของตัวพนักงานเช่นเดียวกันครับ บทบัญญัติที่เคย บอกว่าไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้คุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจําคุกจริงหรือไม่ ก็แก้ให้ เหมือนกับเมื่อสักครู่ครับ มาเป็นได้มาทํางานได้ นี่หรือครับรัฐบาล ที่บอกว่าจะต่อต้าน การทุจริตต่อต้านการคอร์รัปชัน แล้วมหัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่คนที่เคยรับโทษจําคุก โดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ไปแก้ว่า คนที่มีลักษณะต้องห้าม ตามนี้ คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจอาจพิจารณายกเว้นให้เข้าทํางานได้ อะไรกันครับ นี่ผม ไม่เชื่อกฤษฎีกาจะปล่อยผ่านนะครับ แต่ที่ท่านเห็นชอบไปเมื่อเดือนเมษายน เป็นอย่างนี้ แล้วต่อไปครับ กฎหมายเดิมบอกว่าการสรรหาคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจจะต้องมีกรรมการ สรรหา และคนที่ไม่ได้เป็นโดยตําแหน่งเขาจะมีบัญชีด้วยนะครับ ว่าคนนี้มีคุณสมบัติครบ ท่านก็กําลังจะไปแก้ว่าถ้ามีเหตุผลพิเศษ รัฐวิสาหกิจบางแห่ง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังประกาศกําหนดเป็นพิเศษได้ว่าไม่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านั้น เห็นหรือยังครับ ว่าทําไมพวกกระผมไม่สามารถไว้วางใจให้เดินหน้าต่อ เพราะตระเตรียม อะไรอย่างนี้ ยังไม่นับถึงแนวคิดที่จะมีการรวบรวมทรัพย์สินต่าง ๆ ที่มาบริหารนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของที่ดิน เพราะเวลาพวกท่านถูกต่อว่าว่าหนี้สินของประเทศเยอะ ท่านก็บอกว่า อย่าดูแต่หนี้สิน มีสินทรัพย์ด้วย เข้าใจว่ากําลังคิดจะเอาไปจํานอง แล้วก็เปิดโอกาส ให้คนที่เคยถูกตัดสินลงโทษจําคุกนี้ครับ ให้มาทํางานได้ อย่างนั้นใช่ไหมครับ นี่คือสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ประธานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีปล่อยผ่านไปได้ อย่างไรครับ แต่ว่าแน่นอนที่สุด ไม่ได้หยุดเท่านี้ นี่กําลังมีอีกเรื่องนะครับ เตรียมมาจากกระทรวงยุติธรรม กําลังจะรื้อ ป.ป.ท. ครับ อยู่ต่อไปก็คงได้เห็นเข้า ครม. นายกรัฐมนตรีก็อนุมัติอีกครับ จากเดิมที่ ป.ป.ท. ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา กําลังจะรื้อเพื่อให้เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งได้ ทําหน้าที่ในการมาปราบปราม การทุจริตในวงราชการ แต่ว่าจะกฎหมายฉบับไหนก็ตามครับ ในที่สุดก็ยังเทียบไม่ได้กับการที่ ท่านคิดและผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ต้องลุกขึ้นพูดแล้วบอกว่าเป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่หรอกครับ วางแผนกันมาตั้งแต่ต้น นายกรัฐมนตรีนี้รู้ดีว่ามีเป้าหมายจะทําอะไรกัน เริ่มตั้งแต่อ้างว่าไปจังหวัดสิงห์บุรีกลับมาไม่ทันประชุม ครม. ได้ ต้องค้างคืน เพื่อพยายาม ผลักดันแนวคิดเรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้แก่คนทุจริต เป็นฉบับแรกในประวัติศาสตร์ บังเอิญเรื่องแดงขึ้นมา ถูกทักท้วง หยุดไป พยายามอ้างบอกว่าเป็นเรื่องของสภาพิจารณา หาทางให้เสียงข้างมากไปทําในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองแห่งชาติ เสนอกฎหมายปรองดองที่เรียกว่าสุดซอยนั่นละครับ มาตั้งแต่ต้น รัฐบาลเป็นใจอย่างไรครับ ขยายสมัยประชุมสภาเป็นเดือนครับ หาทางให้ทําเรื่องนี้ให้ได้ หรือมิฉะนั้นรื้อกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แก้ไขมาตรา ๒๙๑ ขยายสมัยประชุม ขยายแล้ว ขยายอีก บังเอิญไม่สําเร็จ ก็มาใช้กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับล่าสุดนี้ที่คนต่อต้าน เข้ามาก็เป็น เรื่องหนึ่งครับ ไม่มีเรื่องคดีเกี่ยวกับ คตส. การทุจริตคอร์รัปชัน แต่สุดท้ายก็ใช้เสียงข้างมาก ทั้งในคณะกรรมาธิการ ทั้งตรงนี้ผลักดันแม้ว่าพวกกระผมจะทักท้วงเท่าไรก็ตาม แล้วที่ทําให้ กฎหมายฉบับนี้แช่แข็งอยู่ ๑๘๐ วัน ที่มันไม่ตายไปก็ด้วยการบิดพลิ้วว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ก่อ ภาระผูกพันในเรื่องของทรัพย์สิน ทั้งที่ความจริงถ้าหากว่ามีการนิรโทษกรรม คดีที่เกี่ยวเนื่อง มาจาก คตส. มันก็ย่อมรวมถึงคดียึดทรัพย์ ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น แล้วก็ถ้าผ่านไปแล้ว แน่นอนครับ เจ้าของทรัพย์ก็มีสิทธิที่จะไปร้องต่อศาลว่าเมื่อคดีนั้นมันไม่มีผล เขาก็ต้อง เรียกร้องคืนครับ หนึ่งในคนที่จะมีสิทธิเรียกร้องคือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะมีเงิน อยู่บัญชี ๒ บัญชีที่ถูกยึดทรัพย์ไปเนื่องจากศาลเห็นว่าไม่ใช่เงินของท่านนายกรัฐมนตรี แต่เป็นเงินของคุณทักษิณ ประทานโทษ ที่เอ่ยนาม นี่ครับเรื่องจริง ที่บอกว่าไม่รู้ไม่เกี่ยวกับ กฎหมายนิรโทษกรรม ไม่จริงครับ เกี่ยวกับท่านเต็ม ๆ เป็นประโยชน์กับท่าน แม้วันที่บอกว่า ถอยแล้วก็ยังไม่บอกความจริงกับประชาชน