ศิริโชค โสภา หารือเรื่องการประเมินราคาที่ดินในหมู่บ้านเศรษฐศิริ ซึ่งราคาลดลงอย่างไม่สมเหตุสมผล และสงสัยว่ามีการคอร์รัปชันในเรื่องนี้
ท่านประธานครับ ฟังผมต่อนะครับ เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะสับสนนะครับ เมื่อปี ๒๕๔๘ ที่ดินแปลงนี้พร้อมบ้านขายในราคา ๖,๒๐๐,๐๐๐ บาท พอมาปี ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ ไฉนราคามันลดลงเหลือ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทครับ ต้องมีอํานาจจริง ๆ นะครับ สามารถบังคับให้กรมที่ดินประเมินราคา ที่ต่ํากว่าที่เคยประเมินไว้เมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้วครับ ผมถามท่านประธานครับ ที่ดินแถว สนามบินน้ํานี่ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ นี่ ๘ ปีให้หลังนี้ราคามันลดลงหรือครับ ถ้าลดลงนี่ผมจะขอซื้อ บ้านท่านณัฐวุฒินะครับ ขายไหมครับ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมถึงบอกท่านนะครับว่ามันมี ความผิดปกติเกิดขึ้นครับ ที่ดินแปลงนี้ครับ ขายเมื่อปี ๒๕๔๘ ผมย้ําอีกทีหนึ่งครับ ๖,๒๐๐,๐๐๐ บาท พอมาปี ๒๕๕๕ ครับ ที่ดินแปลงนี้ราคาลดลงเหลือ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นไปได้ไหมครับท่านประธาน มีอํานาจจากไหนครับ ที่สามารถเกลี้ยกล่อมให้เจ้าหน้าที่ ที่ดินยอมประเมินราคาที่มันต่ํากว่าปกติ แล้วก็แทบเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะมันมีแลนด์มาร์ค (Land Mark) มาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ว่าจะต้องอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือบันทึกการประเมินราคาทรัพย์สินครับ ท่านประธานดูสิครับ เขียนชัดครับว่า ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท มันเกิดอะไรขึ้นละครับ ทําไมราคามันลดได้ครับ ไหนท่านนายกรัฐมนตรีเชี่ยวชาญเรื่องอสังหาริมทรัพย์ บอกพวกเราตลอดว่าราคาที่ดิน เศรษฐกิจดีมันก็แพงขึ้น แพงขึ้น แพงขึ้น แต่ไฉนรายการนี้มันลดลง ลดลง ลดลงครับ ๘ ปี จาก ๖,๒๐๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมตั้งข้อสังเกตเป็นการแสดงราคาที่มันต่ําเพื่อที่จะประหยัดภาษีหรือไม่ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นของการอภิปรายวันนี้อยู่ตรงนี้ครับ เส้นทางการคอร์รัปชันโอนย้าย บ้านและที่ดินครับ หมู่บ้านเศรษฐศิริ สัญญาซื้อขายกับนางเอื้อมพร หนูรอด นางเอื้อมพร หนูรอด สัญญาซื้อขายกับเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ ครับ เพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ เป็นตัวแทน ของใครครับ อันนี้คือคําถามที่เราต้องถามครับ แล้วเป็นคําถามที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ต้องการคําตอบ เมื่อพี่น้องประชาชนต้องการคําตอบ ก็เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องหาคําตอบ ครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องไปตามว่าบุคคลที่ชื่อเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ นี้เขาคือใครครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ มีภาพคุณเพ็ญแขอยู่ครับ แต่ว่ากรรมการบอกให้ปิดหน้า ผมก็ปิดครับ แต่ว่าหลัก ๆ นะครับ มาดูที่บอร์ดที่ผมถือดีกว่าครับจะได้ชัดกว่า นางเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ อันนี้ก็คือเพิ่งไปคัดมานะครับ อยู่บ้านเลขที่ ๕๒ สุขสวัสดิ์ ๒๖ แยก ๙ บางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ นางเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ ๕๒ สุขสวัสดิ์ ๒๖ แยก ๙ บางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร แต่บอกแค่นี้คนก็ยังงงครับ แล้วเขาคือใครละครับ ผมก็ต้องเฉลยให้ท่านประธานดูนะครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงรู้จักคน ๆ นี้ดีครับ ผมเชื่อว่า ท่านอํามาตย์เต้นก็รู้จักดีครับ นายสมหวัง อัสราษี รู้จักไหมครับ ผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พูดง่าย ๆ คือเป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ครับ บุคคลคนนี้มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ นางเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ เพราะคนละนามสกุลกัน นึกว่าจะตบตาผมได้หรือครับ คนละนามสกุลกัน ไม่ได้หรอกครับ นายสมหวัง อัสราษี บ้านอยู่ที่ไหนครับ ๕๒ สุขสวัสดิ์ ๒๖ แยก ๙ บางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. บิงโก (Bingo) ครับ ที่อยู่เดียวกันเลยครับ เพ็ญแขกับสมหวัง อยู่บ้านเลขที่เดียวกัน ๕๒ สุขสวัสดิ์ ๒๖ แยก ๙ บางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. นายสมหวัง อัสราษี แกนนํา นปช. ครับ นายทุนใหญ่ สมัยท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิ เป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นเลขานุการ พอย้ายมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ก็มาเป็นเลขานุการเหมือน ทีนี้ท่านประธานคงสงสัย อ้าว แล้วเขา อยู่ด้วยกันแล้วนามสกุลมันไม่เหมือนกันมันแปลว่าอะไรครับ ถ้าผมปล่อยให้มันเป็นข้อกังขา แบบนี้ก็เรียกว่าทํางานไม่สุดซอย ก็เลยต้องทําให้มันสุดซอยเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ ด้วยความยากลําบาก แต่นักสืบทีมสายล่อฟ้าเก่งครับ นี่ครับ ไปคัดเอา ทะเบียนการหย่าครับ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่แปลกมากครับ คุณสมหวัง อัสราษี สมรสกับคุณเพ็ญแข อัสราษี เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๓๐ ที่แปลกเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะหลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ปรากฏว่าสามีภรรยาคู่นี้อยู่กันมาเป็นเวลา ๓๐ กว่าปีครับ อยู่ดี ๆ เกิดหย่ากัน หลังจากที่คุณยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีครับ และไม่นานต่อมาครับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรืออํามาตย์เต้น ก็มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมตั้งข้อสังเกต อย่างแบบแปลก ๆ แต่ไม่เป็นไรครับ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องตัดสินครับ แต่พูดแค่นี้มันก็ ยังโยงไม่ถึงว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรครับ ผมก็เลยต้องเรียนท่านประธานครับว่า ในบันทึก แจ้งความนะครับ ที่ผู้ร้องได้ร้องไปที่โรงพัก ผมขออนุญาตอ่าน เมื่อข้าได้รับมอบหมาย ดังกล่าว ข้าได้นําเงินสดไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง และได้นําไปซื้อทรัพย์สิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ตามความประสงค์ของนายเขา นะครับ จะไม่เอ่ยชื่อว่าเป็นใคร และในวันที่ ๑๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ ได้นําเงินไป ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๘๗๗๖ ซึ่งผมได้แสดงให้ท่านประธานได้เห็นแล้ว ตําบลท่าทราย อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ ๓๓๗/๔๗ หมู่บ้านเศรษฐสิริ ถนนนนทบุรี ตําบลท่าทราย อําเภอนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ให้แก่นางสิริสกุล หรือแก้ม ใสยเกื้อ เกี่ยวข้องเป็นภรรยาของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แต่ระบุชื่อนางเพ็ญแข อัสราษี หรือเจตน์ประสิทธิ์ เป็นผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินไว้แทน โอ้โฮ ท่านประธานครับ เริ่มเห็นความโยงใย ความเกี่ยวเนื่องกันหรือยังครับ แต่ถ้าพูดแค่นี้เขาก็บอกว่ามันก็กล่าวอ้างกันได้ เลขานุการ อาจจะต้องการอยู่ใกล้ ๆ กับรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเราต้องตามลึกไปกว่านั้นครับท่านประธาน เพราะหลังจากที่มีการโอนขายบ้านในวันที่ ๑๘ ธันวาคมครับ น้องแก้มได้ไปสั่งซื้อแอร์ ผมขอ อนุญาตท่านประธานครับ เพราะว่าน้องแก้มได้ไปสั่งซื้อแอร์ที่ห้างหุ้นส่วนจํากัด เอสพีแอร์ มีเบอร์โทรศัพท์พร้อมนะครับ ในนามคุณแก้มครับ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ นามคุณแก้ม ที่อยู่ ๓๓๗/๔๗ หมู่บ้านเศรษฐสิริ ถนนสนามบินน้ํา นนทบุรี ๒ ชุด แอร์มิตซูบิชิเบอร์ ๕ ขนาด ๑๒,๕๐๐ บีทียู ราคา ๑๙,๕๐๐ บาท ๒ ยูนิต ก็เป็น ๓๙,๐๐๐ บาท ๑ ชุด แอร์มิตซูบิชิ เบอร์ ๕ ๑๘,๐๐๐ บีทียู ๒๘,๐๐๐ บาท ๒ ชุด แอร์มิตซูบิชิเบอร์ ๕ ๒,๔๐๐ บีทียู ๔๑,๐๐๐ บาท เป็น ๘๒,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้นครับ ๑๔๙,๐๐๐ บาทถ้วน ส่งในนามคุณแก้มครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานถ้าถามคุณณัฐวุฒิว่าน้องแก้มคือใคร คือชื่อเล่นของภรรยาของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ท่านประธานครับ บิลแอร์นี้ระบุว่าเป็นบ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ ครับ ที่บอกว่า เป็นโฉนดที่ดินของคุณเพ็ญแขครับ แต่เวลาเขาส่งแอร์เขาส่งให้คุณแก้มครับ ชัดไหมครับ ถ้าไม่ชัดมีมากกว่านี้ครับ ตามผมมาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังกล่าวหาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีบกพร่องในหน้าที่ครับ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดขึ้น มีหลักฐานโยงใยชัดเจนครับ และผมกล้าพูดว่ารัฐมนตรีณัฐวุฒิก็รับทราบเรื่องนี้ครับ เพราะอะไรครับ เพราะหลังจากที่มีการติดตั้งแอร์ไปแล้วมีการต่อเติมบ้าน ไม่ต้องยิ้มครับ เรื่องจริงครับ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม วันที่ ๒๔ ซื้อแอร์ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ก่อสร้างเพิ่มเติม ท่านประธานดูเลยครับ บริษัท วัฒโนชา การก่อสร้าง จํากัด เลขที่ ๕๕/๑๘๖ หมู่ ๖ ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐ โทรศัพท์มีพร้อมครับ ขอเบิกเงินงวดที่ ๓ ครับ หน่วยงานครับ ให้มันชัดครับ บ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ หมู่บ้าน เศรษฐศิริ สนามบินน้ําครับ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ รายการที่ ๑ ครับ งานสีฝ้าภายใน และภายนอกอาคาร ๑ งาน ๖๐,๐๐๐ บาทครับ ๒. งานจัดสวนครับ ๑ งาน ๕๐,๐๐๐ บาท ๓. ค่าวอลล์เปเปอร์ (Wallpaper) ๑ งาน ๕๐,๐๐๐ บาท ๔. ค่าแรงรื้อวอลล์เปเปอร์เก่า ๑ งาน ๓๐,๐๐๐ บาทครับ ๕. งานติดตั้งม่านทั้งหลัง ๑ งาน ๕๐,๐๐๐ บาท ๖. งานติดตั้ง มุ้งลวด ๑ งาน ๗๐,๐๐๐ บาท ๗. ค่าทําสีพื้นบันได ๑ งาน ๔๕,๐๐๐ บาทครับ และ ๘. ครับ ค่าแรงเก็บทําความสะอาด ๑ งาน ๑๕,๐๐๐ บาท ๙. ค่าแรงพนักงานและควบคุมงาน ๑ งานครับ ๑๒,๐๐๐ บาท และ ๑๐. ครับ ผมต้องเรียกว่าบิงโกครับ ค่าแรงทําสวนที่บ้าน คุณณัฐวุฒิครับ ๑ งาน ๒๕,๐๐๐ บาท ทั้งหมดเขาบอกว่าเป็นงานบ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ หมู่บ้านเศรษฐศิริครับ อย่ามาอ้างผมนะครับว่าบิลนี้หมายถึงบ้านของอีกหลังหนึ่งนะครับ เพราะบิลนี้มันชัดเจนครับว่าเป็นบิลที่ออกให้บ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ ซึ่งเป็นบ้านที่มีคนกล่าวหา แล้วได้ไปแจ้งความไว้ที่โรงพักที่บางพลัดครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นะครับท่านรัฐมนตรี ต้องรับทราบครับ แต่ท่านอาจจะไม่ได้ทําเองครับ แต่ท่านรับทราบครับ ทั้งหมดท่านประธาน ที่เคารพครับ นายกรัฐมนตรีพูดกับพี่น้องประชาชน ต่อต้านคอร์รัปชัน ถ้าที่ไหนมีการทุจริต มีการคอร์รัปชันจะดําเนินการครับ เรื่องนี้ครับมันเกิดกับบุคคลใกล้ตัวครับ เกิดกับคนสนิท ใกล้ตัวครับ เป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชาครับ อยู่ในคณะรัฐมนตรีเดียวกันครับ จะบอกว่า ไม่เห็นได้อย่างไรครับ จะบอกว่าไม่รู้ได้อย่างไรครับ อยู่ใต้ตําตาครับ หลักฐานทั้งหมดที่ผม นํามานี้ครับไม่ใช่หลักฐานที่มันเมค (Make) ขึ้นมาครับ เป็นหลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งความ ไว้แล้วครับ เพียงแต่ท่านได้มีการเจรจายอมความกัน และเป็นหลักฐานที่เราไปคัดมาจาก สํานักงานที่ดินครับ มีการไปถ่ายรูป มีการไปดูร่องรอยต่าง ๆ จนสุดท้ายสามารถสรุปได้ว่า ข้อเท็จจริงก็ได้ปรากฏตามที่ผมได้นําเสนอให้ท่านประธานได้เห็นครับ เพราะฉะนั้นผมถึงกล้า บอกกับท่านประธานว่าญัตติที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นําเสนอนี้ครับเป็นญัตติที่อภิปราย ไม่ไว้วางใจตัวนายกรัฐมนตรีครับ เพราะเมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กทช. เป็นผู้บริหาร สูงสุดที่ดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เรื่องนี้ได้มีการแจ้งความไว้แล้ว ไฉนนายกรัฐมนตรี จะไม่รู้ครับ แล้วถ้านายกรัฐมนตรีรู้แล้วทําไมถึงปล่อยปละละเลยครับ เมื่อเห็นเช่นนี้ครับ ทําไมไม่ดําเนินการ ทําไมไม่จัดการ ปล่อยให้พี่จตุพรของผมเศร้าหงอยอยู่ครับ เพราะฉะนั้น ครับท่านประธาน กระผมก็จะไม่ใช้เวลามากกว่านี้ครับ เพราะถือว่าข้อมูลที่อภิปรายไปนั้น คงจะทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นข้อเท็จจริงว่าท่านได้ปล่อยปละละเลยจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นกระผมจึงไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นะครับ ให้บริหารราชการแผ่นดินได้อีกต่อไปเนื่องจากท่านปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปกปิดข้อมูลเพื่อปิดบังการทุจริตและความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งเสริม ปกป้องการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง ความร่ํารวยของครอบครัวและวงศ์วานว่านเครือ อีกทั้งครับ การทุจริตยังแพร่กระจายไป ทุกหย่อมหญ้า กระทบทั้งระบบคุณธรรม จริยธรรม หลักนิติธรรม ค่านิยมแห่งความถูกต้อง ดีงามของสังคมไทย ขอบคุณครับ