ศิริโชค โสภา อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกล่าวหาว่าเธอปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต และมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการทุจริตนี้ โดยแสดงภาพและอธิบายเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และหารือเรื่องการซื้อบ้านและที่ดินโดยใช้เงินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการซื้อบ้านและที่ดินให้กับผู้มีอํานาจ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ ซึ่งก็เป็นกิจกรรม ที่ผมทําเสมอมาโดยตลอดครับ วันนี้ก็ถือโอกาสทําอีกครั้งหนึ่งครับ แล้วก็เป็นความภูมิใจ ที่มีโอกาสได้รับใช้ประเทศในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้ผมมีความจําเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ต้องอภิปรายนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมอ่านตามญัตติเลยนะครับ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปกปิดข้อมูลเพื่อปิดบังการทุจริตและความล้มเหลว ในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งเสริมปกป้องการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการแสวงหา ประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง ความร่ํารวยของครอบครัวและวงศ์วานว่านเครือนะครับ นี่คือข้อกล่าวหาที่ผมกําลังจะอภิปรายต่อไป แต่ถ้าเกิดผมบอกกับท่านประธานว่าผมกล่าวหา นายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ท่านก็ต้องถามผมว่าแล้วที่ทุจริตนี่ มันทุจริตอะไร ผมก็มีความจําเป็นที่ต้องบรรยายท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิก แล้วก็ พี่น้องประชาชนได้รับทราบเป็นข้อเท็จจริงว่าที่นายกรัฐมนตรีปล่อยให้มีการทุจริตนั้นคือ อะไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้เพื่อนสมาชิก พี่น้องประชาชน แล้วก็ สื่อมวลชนได้โปรดฟังข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้จะเป็นสิ่งที่ใหม่ครับ ไม่เคยปรากฏในสื่อไม่เคยปรากฏในโซเชียล มีเดีย (Social Media) ท่านประธานที่เคารพ ครับ ความจริงการจับการทุจริตเป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ ครับ เพราะถ้าเขาไม่ทะเลาะกัน เขาไม่โกรธกัน เขาไม่แก้แค้นกัน โอกาสที่พวกผมได้รับข้อมูลนี่ยากจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะสมัยนี้ แต่เดชะบุญกรณีนี้มันเกิดขึ้นเพราะมันทะเลาะกันครับ เมื่อทะเลาะกันแล้วก็มีหลักฐาน ออกมาให้พวกผมได้รับทราบ หลักฐานที่ผมพูดถึงนี้อยู่ในมือผมนี่ครับ เป็นหลักฐาน การแจ้งความที่โรงพักบางพลัด กรุงเทพมหานคร ฝั่งธนบุรีครับ แจ้งความเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ครับ แม้ตอนหลังจะมีอํานาจลึกลับ อํานาจพิเศษ ขู่เข็ญ บังคับต่าง ๆ นานา จนสุดท้ายต้องมีการถอนคดีนี้ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงมันได้ปรากฏแล้วครับ เพราะหลักฐานที่ยื่นให้โรงพักมันเป็นหลักฐานที่เป็นเท็จไม่ได้ครับ เพราะมันมีลายเซ็นรับรอง ทั้งของเจ้าตัว ลายเซ็นของตํารวจที่รับเรื่องครับ ถ้าแจ้งความเท็จมันเป็นคดีอาญาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับคนสนิท คนใกล้ชิดในแวดวงของ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เรื่องนี้เมื่อแจ้งความไปแล้วนายกรัฐมนตรีต้องรับทราบครับ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ต.ช. ดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติครับ ผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีก็เป็นคนตั้งครับ ถ้าฝ่ายค้านรู้โดยที่นายกรัฐมนตรีไม่รู้ ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้ครับ และเมื่อมันมีอํานาจพิเศษสามารถเสกให้คดีนี้มันหายไป ผมต้องตั้งข้อสันนิษฐานว่านายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่ายิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องรับทราบ ต้องรับรู้ เมื่อท่านรับทราบและท่านรับรู้ แล้วเหตุไฉนท่านถึงปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต นี่คือ คําถาม นี่คือหัวใจที่วันนี้ผมจึงจําเป็นต้องอภิปรายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ อนุญาตใช้เอกสารนะครับ ซึ่งก็มีฟิวเจอร์ บอร์ด (Feature board) อยู่ประมาณ ๒๑ แผ่น แล้วก็มีพาวเวอร์ พ้อยท์ (Power point) นะครับ ๒๑ ภาพเช่นกันครับ ได้ผ่านการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการมาเรียบร้อยแล้วครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ภาพที่ ๑ ผมขึ้นบนจอ นะครับ แต่ถ้าไม่ชัดก็สามารถซูม (Zoom) ที่นี่ได้ครับ ผมจะพยายามเอ่ยถึงบริษัทข้างนอก ให้น้อยที่สุดครับ บริษัท ม ม้าครับ จําหน่ายปุ๋ยเคมีและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร พูดง่าย ๆ ครับต้องติดต่อกับกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์แน่นอน ผู้ที่ไปร้องที่โรงพักบางพลัดก็คือ นางภัทราพัฒน์ รุ่งเรืองโรจน์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นหุ้นส่วนสามัญแบบไม่จดทะเบียน โดยดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายการตลาดและยุทธศาสตร์การขายครับ ภาพต่อมาครับ ท่านประธานครับ อันนี้คือหนังสือรับรองของบริษัท ม ม้านะครับ แล้วก็หนังสือรับรอง การเป็นหุ้นส่วนและนามบัตรแสดงตําแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้ง พูดง่าย ๆ คือผู้หญิงคนนี้ มีตัวตนจริงและไปแจ้งความจริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพที่ ๓ ครับ ผู้หญิงคนนี้ ดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายการตลาดและยุทธศาสตร์การขายครับ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย คือการทําสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์การเกษตร ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืชกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ โดยนางภัทราพัฒน์ รุ่งเรืองโรจน์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ได้ระบุ ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นต่อผู้กํากับสถานีตํารวจนครบาลบางพลัดว่า ผมสรุป คร่าว ๆ นะครับว่า หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจํากัด ม ม้าครับ มอบหมายให้ข้าทํา ทุกวิธีการเพื่อให้ หจก. ม ม้า ได้เข้าทําสัญญาซื้อขายปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และได้ออกเงิน ให้แก่ข้าเพื่อส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนําไปซื้อบ้านและที่ดินให้กับผู้มีอํานาจ โอ้โห ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหานี้รุนแรง หนักหนาสาหัส เพราะผู้ร้องอ้างถึงว่าได้นําเงินไปให้ผู้มีอํานาจ และผู้มีอํานาจนี่เอาเงินนี้ ไปซื้อบ้านและที่ดินครับ แต่ถ้าเอ่ยแค่นี้ครับมันไม่เพียงพอครับ มันไม่ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นครับท่านประธานตามผมมาครับ ผมนี่มีนิสัยชอบเป็นนักสืบอยู่แล้วครับ ไม่พลาดสายตาทีมงานสายล่อฟ้าครับ ผมได้ติดตามเบื้องต้นครับ ดูแลต ลอง (Lat/Long) ของที่อยู่บ้านและที่ดินที่นี่ว่าอยู่ตรงไหนครับ ก็ต้องพึ่งกูเกิ้ล แมพส์ (Google map) ครับ แมพดาวเทียมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือภาพดาวเทียมนะครับ จะเห็นว่า บริเวณที่ผมกําลังจะพูดถึงนี้ครับ อยู่ที่ตําบลท่าทราย สนามบินน้ําครับ และที่เห็นจุดแดง ๆ อยู่ ๒ จุดคงเห็นไม่ชัดนะครับ เดี๋ยวให้กล้องซูมมาที่ผมถือดีกว่าจะชัดกว่าครับ นี่นะครับ ดูทางนี้นะครับ นี่ก็คือบ้านสนามบินน้ํา แล้วก็บ้านเป้าหมายของเรา อยู่บ้านเลขที่นี้ครับ ๓๓๗/๔๗ นี่ครับ ซึ่งผู้ร้องอ้างว่านี่เป็นบ้านและที่ดินที่เขาซื้อให้กับผู้ที่มีอํานาจ ซึ่งเป็น คนใกล้ชิดสนิทสนมกับบริวารของท่านนายกรัฐมนตรี เป็นข้อหาที่ผมบอก มันร้ายกาจมาก เพราะฉะนั้นผมต้องสืบเสาะข้อเท็จจริงว่ามันไปอย่างนั้นจริงหรือเปล่า ท่านประธานครับ ตามผมมาครับ ไกลกว่านี้ผมลงทุนครับจ้างคนไปถ่ายรูปครับ เดี๋ยวท่านประธานจะไม่เชื่อ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะไม่เชื่อครับ เราไปที่คฤหาสน์แห่งนี้ครับ บ้านเศรษฐสิริครับ สนามบินน้ํา ผมมีดวงต้องพาดพิงถึงกลุ่มแสนสิริเป็นประจําครับ แต่วันนี้พาดพิงไปในแง่ที่ดีครับ นี่คือ หมู่บ้านเศรษฐสิริครับ สนามบินน้ํา เป็นหมู่บ้านซึ่งมีการถูกกล่าวหาว่ามีการซื้อบ้านและที่ดิน ให้กับผู้มีอํานาจในทีนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพต่อไปก็คือที่ดินและบ้านซึ่งถูกกล่าวหา ว่าเป็นของกํานัลให้กับผู้มีอํานาจโดยการจ่ายสินบนที่ได้มีการแจ้งความไว้ที่โรงพักบางพลัด ท่านประธานครับ ผมให้คนแอบเข้าไป เพราะเป็นหมู่บ้านครับ ตื่นเต้นมากครับ ต้องผ่านยาม เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา สุดท้ายรีบถ่ายรูปครับ บ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ ครับ ที่ผมวงเอาไว้ จริง ๆ ผมเข้าใจว่าเจ้าของเดิมก็คงจะรู้มาบ้างนะครับ เพราะว่ามีการแจ้งความที่โรงพักก็เลยทําเป็น ติดขายว่าบ้านใหม่ให้เช่าครับ มีติดป้ายไว้ แต่ว่าถ้าท่านประธานดูให้ดีครับบ้านใหม่ให้เช่า แต่ไฉนถึงมีรถอยู่ในนั้นครับ ยังทําไม่เนียนครับ ไม่ผ่านสายตานักสืบแบบผม แต่ที่น่าแปลกใจ ครับท่านประธานพอคิดถึงหมู่บ้านเศรษฐสิริผมก็คิดว่าชื่อนี้มันคุ้นครับ เคยเห็นที่ไหน มีใครเคยพูดถึงหรือเปล่า ผมเป็นคนที่ติดตามทีวีแดงมาโดยตลอดครับ เพราะเพื่อนสมาชิก เราหลายคนเป็นพิธีกร เอเชียอัพเดท หรือที่ผมเรียกว่าเอเชียอาบแดดครับ ผมเคยดู หลายรายการนะครับ มีพาไปดูบ้านคนโน้นคนนี้ เดี๋ยวพาไปดูบ้านคุณจตุพร บ้านคนโน้น คนนี้ผมก็จําได้ว่ามันมีคนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่บริเวณนี้ครับ ก็เลยให้นักสืบของผมลอง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปดูสิบ้านใครที่ใหญ่ ๆ โต ๆ อยู่แถวนั้นครับ ปรากฏว่าแจ็คพอท (Jackpot) บ้านคนคนนั้นเต็มไปด้วยตํารวจ นักสืบที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตกใจครับ ถามผมให้ผมไปหาบ้านใคร ผมบอกไม่เป็นไร ถ่ายรูปมา เขาบอกถ่ายยากเหลือเกินตํารวจ อยู่เต็มเลย ผมบอกพยายามหน่อยปรากฏเขาทําสําเร็จครับ นี่ครับ คือบ้านหลังนี้ครับ ท่านประธาน เดี๋ยวขึ้นจอให้เห็นชัด ๆ ครับ ๓๓๗/๗๒ ครับ หมู่บ้านเศรษฐสิริ สนามบินน้ํา เจ้าของบ้านเดินมาพอดีครับ บ้านสวยครับ ผมเห็นแล้วยังอิจฉาครับ อยากให้สถาปนิก มาออกแบบบ้านอย่างนี้ครับ แล้วก็รักษาความเป็นเอกลักษณ์ของคนเสื้อแดงครับเพราะเป็น แกนนําเสื้อแดง มีมอเตอร์ไซค์สีแดง ๒ คันจอดอยู่หน้าบ้านครับ คือถ้าผมบอกว่านี่เป็นบ้าน ของคุณณัฐวุฒิ คุณก็อาจจะไม่เชื่อผมก็ไปดูบัญชีทรัพย์สินครับว่าบ้านหลังนี้มันใช่ของ รัฐมนตรีณัฐวุฒิหรือเปล่า ปรากฏว่ามีทรัพย์สิน ท่านประธานดูครับ ลงไว้ว่าคู่สมรส ชื่อ และชื่อสกุล นางสิริสกุล ใสยเกื้อ เลขบัตรประจําตัวซอย ๓ ถนนนนทบุรี ตําบลท่าทราย อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ครับ ปรากฏว่าประชาชน ที่อยู่ครับ เลขที่ ๓๓๗/๗๒ หมู่บ้านเศรษฐสิริ บ้านทั้ง ๒ หลังอยู่ใกล้เคียงกันครับ ท่านประธานดูกูเกิล แม็ปดาวเทียม ท่านประธานเห็นไหมครับ บ้านของรัฐมนตรีอํามาตย์เต้น ขอเรียกนะครับ เลขที่ ๓๓๗/๗๒ ส่วนบ้านหลังที่ถูกกล่าวหาว่ามีการรับเงินและมีการซื้อบ้านให้ อยู่ที่บ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ ครับ