สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ปลอดประสพ สุรัสวดี หารือเรื่องการระบายน้ำในเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ และการดำเนินการของโครงการอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของผู้อื่น และอธิบายว่าโครงการของตนได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี และวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการออกระเบียบของท่าน โดยชี้ว่าออกระเบียบด้วยวัตถุประสงค์ในการจัดสรรเงินพิเศษ และว่าระเบียบดังกล่าวไม่แตกต่างจากระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีในปี 2535 นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกู้เงินโครงการปกติ และการกำหนดหลักเกณฑ์แหล่งเงินกู้ โดยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการกำหนดนโยบายของรัฐบาล

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีมหาดไทยบอกของท่านศุภชัย เดี๋ยวท่านจะตอบเองนะครับ ผมจะขออนุญาต เอาเฉพาะเรื่องของผมก่อนก็แล้วกันนะครับ ท่านพาดพิงทําให้ผมเสียหาย ๑๓ เรื่อง โดยระบุ ตําแหน่งผม เรื่องที่ ๑ ท่านพูดเมื่อ ๓-๔ ชั่วโมงมาว่าเมื่อรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มาเป็นรัฐบาล คือเดือนสิงหาคม น้ําในเขื่อน เข้าใจว่าท่านคงหมายถึงเขื่อนใหญ่ คือเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์มี ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมรัฐบาล คือรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ไม่รู้จักระบายน้ําเพื่อรอรับพายุ เพราะพายุทําให้น้ําท่วม อันนี้ถ้าใครเชื่อท่าน นะครับ พวกผมก็จะเสียหาย ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า พวกท่านนั่นละครับ จะต้อง รับผิดชอบ เพราะท่านไม่ระบายน้ําล่วงหน้า ที่ท่านไม่ระบายน้ําล่วงหน้าเพราะท่านไม่มี ความสามารถที่จะพยากรณ์ล่วงหน้า ทีนี้ถามว่าทําไมผมถึงไปเหมาให้ท่านต้องระบายน้ํา ล่วงหน้านะครับ พวกผมมาเป็นรัฐบาลเดือนสิงหาคม สิงหาคมท่านก็บอกแล้วนะครับว่ามีน้ํา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ น้ํา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเขื่อนภูมิพลก็หมายความว่ามีน้ํา ๗,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเขื่อนสิริกิติ์ก็คือมีน้ํา ๗,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คือ ๗,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ การระบายน้ํา มีน้ํา ๗,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของเขื่อนสิริกิติ์ก็คือมีน้ํา ๗,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คือ ๗,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นะครับ การระบายน้ําไม่ใช่ระบายวันเดียวออกไปนะครับ เขื่อนภูมิพล เต็มที่คือ ๑๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์เต็มที่คือ ๑๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นก็แปลว่าเขื่อนภูมิพลนี้นะครับ ที่มีปัญหาก็คือมีเกินออกมาทั้งหมดนี้ ๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ก็ ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปัญหาคือ ๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร กับ ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมแล้วก็ ๖,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คํากล่าวหาของท่านก็คือว่าทําไมพวกผมไม่ระบายพร่องเอาไว้ ๖,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มันระบายไม่ได้ครับ เพราะการระบายออกน้ําจากเขื่อน ระบายได้อย่างไร อย่างไรก็ไม่เกิน วันละ ๒๕-๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน การจะระบายน้ํา ๖,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จะต้องระบาย ๒-๓ เดือนครับ ซึ่ง ๒ เดือนและ ๓ เดือนล่วงหน้านี้ท่านเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ผมเป็นรัฐบาล ถ้าผมบ้าเลือดนะครับ เป็นรัฐบาลระบายออกให้หมดเลยก็ท่วมหมดครับ เพราะลําน้ําปิง ลําน้ําน่านรับน้ําได้อย่างไรก็ไม่เกิน ๑๐๐ ล้านคิว อย่างไรก็ไม่เกินประมาณ ๓๐๐ คิวแซกนะครับ ก็ท่วมหมด เพราะฉะนั้นเราจึงทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นรวมความแล้ว นะครับในข้อนี้ก็คือว่า ที่ท่านว่าพวกผมไม่ระบายความจริงไม่ใช่หรอกครับ ท่านไม่ระบาย นะครับ แล้วที่พวกผมไม่ระบายก็เพราะว่าเห็นแก่ประเทศชาติกับประชาชน ถ้าขืนระบายมา ก็น้ําท่วมใหญ่ นี่ข้อ ๑ นะครับ ผมต้องตอบเพราะว่าท่านหาว่าผมนะ เพราะว่าผมเป็นคน สั่งการเรื่องนี้

ข้อ ๒ ท่านบอกว่าไม่เห็นทําอะไรเลยนะครับ มานี่ก็ ๒ ปีแล้ว ใช้เวลา ผู้รับเหมา ผมอยากให้ท่านดูนะครับ ขออนุญาตท่านประธานแล้ว ท่านดูท่านก็คงงง ๆ ๑ ปีครึ่งนะครับ ทํางานที่ท่านเห็นอยู่บนนั้นแหละครับ เริ่มต้นตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการ รับผิดชอบหลาย ๆ เรื่องนะครับ ซึ่งประเดี๋ยวผมจะอธิบาย เพราะจะมีเรื่องที่ท่านหาว่า พวกผมไปออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ จากนั้นก็ทําแผนแม่บทก็ใช้เวลานะครับ จากนั้นก็ทําทีโออาร์ ทําชอร์ทลิสต์ (Short list) คอนเซปชวลแพลน (Conceptual Plan) ทํา เดฟฟินิทีฟ ดีไซน์ (Definitive Design) คัดเลือกทํามายาวเหยียดนะครับ ผมไม่ได้อธิบาย ผมทําทั้งหมดให้ท่านเห็นว่าเราทําอย่างละเอียดตามขั้นตอนนะครับ ที่เป็นมาตรฐานที่พึงทํา สําหรับวงเงินขนาดนี้ครับ ไม่ใช่ว่าไม่ทําอะไรเลย ไม่ใช่ว่าวิ่งไปหาผู้รับเหมาไม่ใช่หรอกครับ เราประกาศไปทั่วโลกนะครับ มีผู้รับเหมาเข้ามาถ้าผมจําไม่ผิด ๓๐๐ เศษ ๆ บริษัท จากนั้นเขาก็รวมตัวกันเป็น ๒๐ กว่ากลุ่ม จากนั้นก็ลดจํานวนลงมาเท่าที่มีคุณสมบัติ แล้วก็ ต่อสู้กันมาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นวิ่งไปหาผู้รับเหมานี่มันไม่ใช่พวกผมหรอกครับ ผมก็ไม่กล้า จะว่าว่าท่านเอาตัวอย่างแถว ๆ พรรคพวกท่านหรือเปล่า แต่เมื่อท่านหาว่าผม ผมวิ่งไปหา ผู้รับเหมา ผมก็ว่าท่านนั่นแหละครับ อยากจะวิ่งไปหาผู้รับเหมาล่ะ อย่ามาโกรธผมนะ ท่านว่าผมก่อนนะจะบอกให้นะครับ

ข้อต่อไปนะครับ ท่านก็หาว่าพวกผมไปยกเว้นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี สมัยไทยเข้มแข็งของท่านนะครับ ท่านก็ออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีมาครับ นี่ผมถือ อยู่ในมือผมนี่นะครับ อ่านว่าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการตาม แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ พวกผมก็ออกนะครับ ถามว่าออกทําไม ออกเพราะมันเป็นเงินพิเศษผมจะอธิบายให้ท่านฟัง ที่เราออกมานี้นะครับ ออกมานี้ ๑๑ ข้อ เท่านั้น นอกนั้นใช้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ปี ๒๕๓๕ ทุกประการเหมือนกับท่าน ผมก็เหมือนท่าน ก็คือใช้ระเบียบพัสดุ ปี ๒๕๓๕ อันนี้ท่านก็คงจะสงสัยว่า ๑๑ ข้อ ที่พวกผมออกนี่ละครับ เอื้อทั้งนั้นไม่ใช่ครับ

อันที่ ๑ ออกบอกว่า อันนี้แล้วก็เงินกู้ แล้วก็ใส่ชื่อโครงการ ท่านก็ทําอย่างนี้ ท่านก็ใส่ คําว่า เงินกู้ แล้วก็ชื่อโครงการท่านก็ทําอย่างนี้แล้วก็ใส่ คําว่า เงินกู้ แล้วก็ชื่อ โครงการผมเอาตกลงว่าเราเหมือนกัน

ข้อ ๒ พวกผมให้คําจํากัดความกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องท่านก็ให้ คําจํากัดความ เพียงแต่คณะกรรมการของผมมี ๔ ชุด มีมากกว่าท่านนะครับ ผมจะไม่พูด นะครับว่าใครมากใครน้อย แล้วมันดีกว่าใครหรือไม่ดีกว่าใคร ๔ ชุด ของผมอันหนึ่ง ทําทางนโยบาย อันหนึ่งทําทางปฏิบัติการ อันหนึ่งทําทางยุทธศาสตร์ อีกอันหนึ่งทําธุรการ

ข้อ ๓ นะครับ ระเบียบของพวกผมก็บอกว่าเป็นโครงการปกติ แต่ประสงค์จะ ทําการต่อด้วยเงินกู้ หมายความว่ามันจะมีโครงการปกติอยู่ เราคาดการณ์ว่าอาจจะมี เงินเหลือ ก็อาจจะมีคนอาจที่จะเอาเงินกู้ไปใช้ เราก็อนุญาตระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี อันนี้ก็จะอนุญาตให้โครงการปกติมาใช้โครงการเงินกู้ได้ ต่อไปเราก็บอกว่าให้กรมบัญชีกลาง รับฝากเงินกู้ไว้ในบัญชีเงินฝาก ผิดตรงไหนท่านก็เขียนอย่างนี้ จากนั้นเราบอกว่าให้สํานักงาน บริหารหนี้ไปจัดหาเงินกู้ ก็ไม่เห็นผิดอะไรนะครับ จากนั้นเราก็บอกว่าให้ กบอ. ซึ่งเป็นหน่วย ปฏิบัติการซึ่งผมเป็นประธาน ทุกคนจะต้องเสนอรายละเอียดมายังผม ก็ไม่เห็นจะกินโกง อะไรกันตรงไหนเลย ต่อไปให้อํานาจ กยน. พิจารณาโครงการใหม่และเสนอ ครม. คือเข้า กยน. เป็นต้นเรื่องของการกู้เงินครั้งนี้ น แปลว่า นโยบาย

ข้อที่ ๘ กรณีแหล่งเงินกู้ ให้กําหนดหลักเกณฑ์ที่ระเบียบปี ๒๕๓๕ ไม่กําหนด จากนั้นก็ไม่มีอะไร ความแตกต่างระหว่าง ๒ ระเบียบนี้คืออะไรท่านรู้ไหมครับ อันที่ ๑ ก็คือ ว่าระเบียบของพวกผมให้มีหน่วยกลางก็คือ กบอ. ถามว่าหน่วยกลางที่เรียก กบอ. เราก็อปปี้ (Copy) มาจากอะไร ก็อปปี้มาจาก อีสเทิร์นซีบอร์ดในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีเปรม แล้วรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ตลอดเวลาที่ดูแลอีสเทิร์นซีบอร์ดซึ่งมีดอกเตอร์สาวิตต์ซึ่งเป็น เพื่อนสนิทกับผมเป็นคนดูแลก็ใช้ระบบนี้ ผมนี่คุยกับดอกเตอร์สาวิตต์ สาวิตต์ช่วยแนะนํา หน่อยสิเพื่อน ก็ตกลงให้ใช้ระบบบริหารกลาง ก็เกิด กบอ. ขณะที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ใช้สภาพัฒน์ แต่แยกหน่วยมา ข้อ ๒ ก็คือว่าของเราไม่ให้อํานาจกระทรวง แต่ให้อํานาจ กบอ. เพราะใน กบอ. มีรัฐมนตรีอยู่แล้ว ของท่านแจกไปตามกระทรวง ถ้าจะให้ผมวิเคราะห์ แบบนักการเมืองท่านแจกตามกระทรวง เพราะว่าท่านเป็นรัฐบาลผสมมีหลายพรรค แต่ละพรรคก็อาจจะมีสิทธิขาดเป็นของตัวเอง แต่ของผมนี่ถึงจะมีหลายพรรค แต่ก็พูดกัน รู้เรื่อง ก็มาอยู่กับรัฐบาลอันเดียว สุดท้ายความแตกต่างอีกอันหนึ่งก็คือว่าคณะกรรมการ ของท่านใช้ข้าราชการประจําเป็นประธาน แต่ของพวกผมนี่ใช้นักการเมือง คือตัวผม เป็นประธาน เท่านี้เองครับ ที่ท่านกล่าวหาว่าจะคอร์รัปชัน วางแผนจะคอร์รัปชัน จึงไปออก ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีมา ของตัวท่านเองท่านก็ไม่อ่าน ของผมท่านก็ไม่อ่าน แต่ขอให้ ได้พูดเถอะ