ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และปกป้องความบริสุทธิ์ของครอบครัว โดยพูดถึงการซื้อบ้านของภรรยาคนแรก และการซื้อบ้านในหมู่บ้านเศรษฐสิริ ซึ่งเป็นผลมาจากการอภิปรายเรื่องนี้
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมต้อง ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็คาดหวังว่าท่านประธานจะได้กรุณาให้เวลาผมตามสมควร สําหรับเรื่องนี้ เพราะว่านี่เป็นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่ตลอดระยะเวลาของการอภิปรายเพื่อนสมาชิกก็ได้กรุณาอภิปรายภรรยาผม อภิปราย ภรรยาของนายสมหวัง อัสราษี ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผมยินดีที่จะรับการตรวจนะครับ เป็นแต่เพียงผมไม่นึกว่าท่านจะใช้วิธีการแบบนี้ แต่ก็เอาละครับเมื่อท่านใช้สิทธิแล้วก็พร้อม ที่จะรับผิดชอบทุกอย่างผมก็มีหน้าที่ชี้แจงอธิบายข้อเท็จจริง จริง ๆ เพื่อนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์มาป้วนเปี้ยนกับเมียผม เมียคุณสมหวัง ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไรครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าผมก็มีความจําเป็นละครับ ในเมื่อท่านป้วนเปี้ยนแล้วผมก็ต้อง ปกป้องความบริสุทธิ์ ความโปร่งใสของครอบครัว ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเรานั่งฟัง เมื่อสักครู่ก็อาจจะไปเข้าใจว่านี่เป็นนิยายนักสืบอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปราย ซึ่งแน่นอนครับคนอย่างผมบนเส้นทางการเมืองนี้ ถูกตรวจสอบ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ชอนไช มาแล้วครบถ้วนก็ยังยืนอยู่เวลานี้นะครับ แน่นอนท่านเป็นนักการเมืองก็เหมือนกันนะครับ คนเขาก็เคยวิพากษ์วิจารณ์ว่าหลังจากท่านเข้ามาดํารงตําแหน่ง พ้นจากตําแหน่งไปแล้ว หนี้หายไป ๑๕๐ วาระ ท่านก็เคยถูกตรวจสอบก็เป็นเรื่องธรรมดา ท่านก็มีหน้าที่อธิบาย เหมือนที่ผมกําลังทําหน้าที่ผมอยู่วันนี้
ประการแรก ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านเลขที่ ๓๓๗/๗๒ ที่ท่านบอกว่า ได้มอบหมายนักสืบสายล่อฟ้าแอบถ่าย ลึกลับตื่นเต้น จริง ๆ มันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย คนรู้กันทั้งโลกครับว่าบ้านผมอยู่ตรงนั้น ผมยื่นบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. เขาเปิดตั้งแต่ รับตําแหน่งรองโฆษกรัฐบาล ผมซื้อบ้านหลังนี้ด้วยน้ําพักน้ําแรงของผมเมื่อต้นปี ๒๕๔๘ เงินดาวน์ (Down) นี้ตอนนั้นผมขับรถเบนซ์ (Benz) เป็นนักพูด เป็นอาจารย์ เป็นวิทยากร บรรยายครับ หาสตางค์เองได้ตั้งแต่อายุ ๑๙ ปี อายุ ๒๐ ปีปลาย ๆ ก็ซื้อบ้านได้ เอาเงินนั้น ละครับไปรีไฟแนนซ์ (Refinance) มาดาวน์บ้าน แล้วก็ผ่อนบ้านเ ดี๋ยวนี้ก็ยังผ่อนอยู่ครับ ชัดเจนนะครับท่านประธานครับ นั่นบ้านผม แล้วทีหลังจะไปถ่ายภาพอย่าให้เด็กไปเที่ยวทําลึกลับ ผู้สื่อเขาไปแล้วเกือบทุกสํานัก พรรคพวก เพื่อนฝูงพี่น้องก็เขาไปเยี่ยมกันทั่ว เขาเห็นกันหมดครับ นี่ผมไม่สบายใจจริง ๆ เลยครับ เพราะว่ากลางวันบางทีภรรยาผมก็อยู่บ้านกับลูก แล้วท่านไปป้วนเปี้ยนลึกลับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเรียนต่อนะครับ ว่าบ้านหลังนั้นผมอยู่มาจนปัจจุบัน ตอนที่ผมเคลื่อนไหว ต่อสู้ร่วมกับพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงมีหน่วยข่าวของรัฐไปแอบถ่ายภาพไปดักหน้าหมู่บ้าน ก็หลังนี้ครับ ส่วนประเด็นที่ท่านหยิบยกมาอภิปรายว่าเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง ๓๓๗/๔๗ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนให้นางเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ ประการใดอย่างไรนี้ ผมไม่ต้องอธิบาย ให้ตื่นเต้นนะครับ แต่ผมจะอธิบายชัด ๆ ตรงไปตรงมา ผมไม่ทราบว่าบ้านหลังที่พูดถึงกันนี้ เป็นของใครมาก่อน ภายหลังเมื่อประมาณสักต้นปี ๒๕๕๖ หรือว่าปลายปี ๒๕๕๕ แถวนี้ครับ ผมถึงได้ทราบว่าคุณเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ ท่านมาซื้อบ้านหลังนี้เอาไว้ เท้าความนิดหน่อย ท่านประธานครับ ผมกับคุณสมหวัง อัสราษี คบหากันมา ๑๐ กว่าปี มีอุดมการณ์เดียวกัน ทางการเมืองกอดคอต่อสู้มาด้วยกัน ก็แน่นอนครับ เมื่อสามีรักใคร่ชอบพอกัน ภรรยาก็ สนิทสนมคุ้นเคย บ้านคุณสมหวังหลังใหญ่ ลูก ๆ ผมไปเล่นที่นั่นบ่อยครั้ง บ้านผมหลังเล็กกว่า แต่คุณสมหวังและครอบครัวก็มาเยี่ยมมาหาอย่างนี้เป็นปกติตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเข้าการเมือง ด้วยซ้ําไป ทีนี้เรื่องนี้มันมีความจําเป็นที่ผมจะต้องพูด ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด และเป็นเรื่องที่ผมลําบากใจที่จะพูดเพราะว่ามันเป็นเรื่องของพี่น้องผม คือครอบครัวของ คุณสมหวังท่านมีครอบครัว ๒ ครั้งครับ ท่านมีภรรยาคนแรก มีบุตรกับภรรยาคนแรก ๓ คน หลังจากนั้นมาใช้ชีวิตคู่สร้างเนื้อสร้างตัวกับคุณเพ็ญแข คนนี้ครับ มีบุตรอีก ๒ คน มันเป็น ประเด็นภายในครอบครัวที่คุณเพ็ญแขนี่ ซึ่งสร้างเนื้อสร้างตัวร่วมกันมากับคุณสมหวัง แล้วก็ ดูแลบริหารกิจการอย่างที่ทุกท่านทราบครับ ว่ามูลค่ากิจการของเขาหลายร้อยล้านบาทถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เขาก็เดินชีวิตของเขามา ทีนี้เมื่อมันเกิดเป็น ๒ ครอบครัว เป็นพี่น้อง ร่วมพ่อแต่ต่างแม่ มันก็มีเรื่องภายในเขาครับ คุณเพ็ญแขเธอก็พยายามเก็บหอมรอมริบ ในส่วนที่เธอพึงมีพึงได้ แล้วก็ไปสร้างสมบัติอสังหาริมทรัพย์หรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม ผมไม่ทราบ เอาไว้ให้ลูกของเธอทั้ง ๒ คน ผมขออนุญาตพูดเรื่องของพี่น้องซึ่งเป็นเรื่องภายใน เท่านี้ครับ เพียงแต่ฐานะแบบคุณเพ็ญแข เจตน์ประสิทธิ์ นี่ อย่าว่าแต่บ้านหลังนี้เลยครับ บ้านใหญ่กว่านี้ มูลค่ามากกว่านี้เธอก็ซื้อได้ ต่อมาครับท่านประธานครับ คุณเพ็ญแข กับภรรยาผมนี่สนิทสนมกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไปมาหาสู่กันมาหลายปีดีดัก วันหนึ่ง มีการประกาศขายบ้านในหมู่บ้านเศรษฐสิริ ซึ่งเธอไปมาจนคุ้นเคยอยู่แล้ว ประกอบกับว่า มีโครงการรถไฟฟ้าจะแล่นผ่านถนนรัตนาธิเบศร์ จากบางซื่อไปบางใหญ่ เธอก็คาดคิดเอาว่า ซื้อเอาไว้ถ้ามีคนเช่าหรือขาย ต่อไปน่าจะได้ราคา ก็ไปตกลงซื้อ ขั้นตอนการตัดสินใจพิจารณา ไปดูไปหา ผมไม่ทราบเรื่องเลยครับ นี่เป็นความสัตย์จริง ขั้นตอนเขาไปซื้อไปโอน ผมก็ไม่รู้ เรื่อง เพราะผมก็ทํางานของผม แล้วผมก็ไม่นึกว่ามันจะเป็นประเด็นมาถึงขั้นอภิปราย ไม่ไว้วางใจในญัตติที่ท่านจะถอดถอนนายกรัฐมนตรี เมื่อมีการไปซื้อบ้านหลังนี้ ราคาประเมิน เป็นประการใดอย่างไรนี่ผมตรวจสอบไม่ทัน เพราะว่าผมไม่ทราบและไม่นึกว่าท่านจะหยิบ เรื่องนี้มาอภิปรายครับ แต่เดี๋ยวตอนท้ายถ้าท่านประสงค์ที่จะคุยเรื่องนี้กันต่อนี่ ผมมีช่องทาง ที่เราจะไปพิสูจน์กัน ท่านประธานที่เคารพ พอเขาซื้อบ้านก็อย่างที่ทราบ บ้านคุณเพ็ญแขนี้ อยู่แถวทุ่งครุ แถวราษฎร์บูรณะ แถวโน้นนะครับ แล้วมาซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับผม แล้วคนเราเป็นเพื่อนรักใคร่สนิทสนมกันมันจะประหลาดอะไรละครับ ถ้าจะมอบหมาย ไหว้วานให้เพื่อนสนิทช่วยดูแลตกแต่ง ช่วยดูแลในการประสานงานคนที่เขามีอาชีพนี้นี่เข้ามา ปรับปรุงสภาพให้ เงินเขาก็จ่าย แต่ว่าภรรยาผมก็บอกว่ามีกิจการอยู่ตรงนี้ บริษัทแอร์นี่เขา มาติดแอร์บ้านผมด้วยครับ รู้จักคุ้นเคยกัน บริษัทปรับปรุงเขาก็ทํามาหากินอยู่ในละแวกนั้น เขาก็มาครับ แล้วมางานนี่มันอยู่ที่บ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ เขาเป็นคนปกติดีครับ เขาทํางาน บ้านเลขที่ ๓๓๗/๔๗ เขาจะมาลงบ้านเลขที่ ๓๓๗/๗๒ ซึ่งเป็นบ้านผมได้อย่างไรละครับ ก็ลงไปตรงนั้น แล้วภรรยาผมเป็นคนติดต่อมา เขาก็เขียนชื่อลงไปว่าเป็นงานที่ใครติดต่อ ก็เท่านั้นละครับ ส่วนการทําสวนบ้านผมนี่ เดิมบ้านผมนี่หญ้านี่เป็นหญ้าธรรมชาติ เป็นหญ้า ใบใหญ่ ๆ ภาษาราชการเขาอาจจะเรียก หญ้ามาเลเซีย แต่ว่าภาษาบ้านผม คนปักษ์ใต้ เขาเรียกหญ้าปากควาย ก็มีการปลูกเอาไว้ครับ แต่ว่าฝนตกแล้วพรรคพวกไปเยี่ยมไปหา บ้านผมเยอะ นี่ในสภานี่ครับ ส.ส. พรรคเพื่อไทยไปบ้านผมนี่ ผมว่าเกือบครึ่งแล้ว ก็ตกลงกับ ภรรยาว่าเราจะเปลี่ยนสนามหญ้าหน้าบ้าน ซึ่งเป็นบ้านเล็ก ๆ ขนาด ๑๐๐ ตารางวา รวมตัวบ้านเท่านั้นนะครับบ้านผมก็เปลี่ยนจากหญ้าธรรมชาติเป็นหญ้าเทียม ภรรยาผมก็เลย บอกว่าไหน ๆ เขามาทําบ้านให้คุณเพ็ญแขแล้วก็มาทําสวนที่บ้านผมเสียด้วย เขาก็เลยรวม ในบิลเรียกเก็บเงินบิลเดียวกัน หลังจากนั้นครับท่านประธาน คนอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวละคร ที่ท่านบอกว่าเข้ามาเป็นผู้ร้องเรียน เป็นคนแจ้งความอย่างที่ท่านพยายามจะแสดงเอกสาร ไปอย่างไรมาอย่างไรผมจะเล่าให้ฟัง คุณเพ็ญแขกับคุณสมรจะไปหย่ากันอย่างไร แต่งงานกัน เมื่อไรผมไม่ทราบนะครับ และผมก็ไม่คิดว่าเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทราบ ส่วนที่ท่านจะตั้งเป็น ประเด็นข้อสังเกตว่าอยู่บ้านเดียวกันแล้วทําไมนามสกุลไม่เหมือนกัน ผมว่าถ้าท่านมอง รอบ ๆ ตัวในพรรคท่านแบบนี้ก็มีมาก ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรกระมังครับ นางภัทราภัทร รุ่งเรืองโรจน์ ที่ท่านพูดถึงว่าเป็นคนร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจแล้วบอกว่าไปเอาเงินมาจาก บริษัทแห่งหนึ่งเอามาซื้อบ้านให้ผมเพื่อเรียกให้ผมหาประโยชน์ให้บริษัทเอกชนแห่งนั้น โดยใช้อํานาจหน้าที่ ท่านไปดูให้ดีสิครับว่าเรื่องนี้ใครแจ้งความใคร ใครเป็นโจทก์ ใครเป็น จําเลย ใครเป็นผู้เสียหาย ใครเป็นคนเอาเอกสารนี้มาให้ท่าน ท่านไม่ทราบหรือครับว่า นางภัทราภัทร รุ่งเรืองโรจน์ คนนี้ประวัติมีคดีฉ้อโกงถูกจับกุมมาแล้วยาวเป็นหางว่าว ท่านไม่ได้ดูเลยหรือครับว่าไปอย่างไรมาอย่างไร ไม่ได้ดูหรือครับว่าเป็นโจทก์หรือจําเลย คนที่ท่านอุ้มชูอยู่นี่ ท่านประธานครับ นางภัทราภัทรคนนี้เข้ามาพบผมโดยที่ผมไม่เคย รู้จักมาก่อน ผ่านทางคนใกล้ชิดของพรรคพวกคนหนึ่งบอกว่ามีเรื่องเดือดร้อน ผมนี่ คนพบง่ายครับ แล้วไปไหนต่อไหนคนก็พบกันทั่ว ก็มาคุยกัน ผมก็บอกว่ามีปัญหาอะไร ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป ช่วยไม่ได้ก็ต้องเข้าใจกัน หลังจากนั้นก็ไปมาหาสู่ แล้วก็ไปพาเจ้าของ บริษัท บริษัทนี้ครับ มาพบผมเข้าด้วย บอกว่าเป็นหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน อะไรก็ตาม มีหน้าที่เหมือนที่ท่านพูดครับ ทําการตลาด จัดหางาน จัดหาการจ้างของบริษัทนี้ ก็ไป ๆ มา ๆ คบหากันผมเริ่มเห็นแปลกว่าทําไมหุ้นส่วนบริษัทนี้ดูแล้วเวลาคุย คุยคนละเรื่อง เวลาพูดคุยเหมือนกับคนไม่ค่อยรู้จักสนิทสนมกัน วันหนึ่งผมก็เลยถามเจ้าของบริษัทว่านี่ท่าน ร่วมงานกันมานานหรือยัง หุ้นกันมานานหรือไม่ เจ้าของบริษัทบอกว่าไม่ได้หุ้นกัน เพิ่งรู้จัก กันไม่นาน ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ แล้วที่มาพบผมเพราะว่าเธอไปบอกว่าเป็นเลขานุการส่วนตัว ของผมจึงมาพบ ผมก็บอกว่าไม่ใช่ นับเวลาแล้วผมว่าน่าจะรู้จักใกล้เคียงกันด้วยซ้ําไป ผมก็เลยบอกว่าแล้วถ้าอย่างนี้อ้างอิงถึงผมนี่ไปพูดคุยกันอย่างไร เลยได้ทราบความถึงบางอ้อ ว่ามีการจ่ายเงิน จ่ายทอง จ่ายผลประโยชน์กันอยู่บ้าง รายละเอียดตรงนี้ผมไม่ลงลึกเพราะ เขาเป็นคดีความกันอยู่ ผมก็เลยบอกว่าผมไม่ทราบเรื่องและผมไม่เกี่ยวข้อง แนะนําให้เจ้าของ บริษัทนี้ละครับไปแจ้งความดําเนินคดี เขาเป็นโจทก์ เขาเป็นผู้เสียหาย หลังจากไปแจ้งความ ดําเนินคดีแล้วกระบวนการจะเป็นอย่างไรผมก็ไม่ได้ติดตาม ไม่ได้เข้าไปยุ่ง ไม่ได้เข้าไป ก้าวก่าย ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ คุณภัทราภัทรที่ว่าเธอจะยืนยันความบริสุทธิ์อย่างไร เรื่องของเธอ เจ้าของบริษัทนี้จะยืนยันความเสียหายอย่างไรก็เรื่องของเขา สู้กันไปตาม พยานหลักฐาน เท่านี้ละครับท่านประธาน แล้วผมเรียนท่านประธานต่อนะครับว่ากรณี ที่เกิดขึ้นนี้ถ้าหากจะเอามาอธิบายว่าเป็นการจ่ายสินบนจิ้มกล้องต่างตอบแทนให้ผม เพื่อหาประโยชน์ให้กับบริษัทนี้ เพื่อหาประโยชน์ให้กับบริษัทบริษัทนี้ เป็นบริษัทชื่อย่อ ม ผมยืนยันนะครับ หลักฐานในมือท่านชื่อบริษัทก็อยู่ในมือท่านว่าตั้งแต่ผมเข้ามามีตําแหน่ง ทางการเมืองนับจากรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นรองโฆษกรัฐบาล รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นโฆษกรัฐบาล รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ผมไม่เคยใช้อํานาจหน้าที่ตําแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจใด ๆ ให้กับบริษัทนี้แม้แต่สักสตางค์แดงเดียว ถ้าท่านมีหลักฐานไปหามาได้ว่าผมไปเอื้อประโยชน์ ใด ๆ ให้กับบริษัทนี้ ให้กับบุคคลที่จดทะเบียนเป็นกรรมการของบริษัทนี้ อย่าว่าแต่ผม จะลาออกจากตําแหน่งรัฐมนตรี ผมจะลาออกจาก ส.ส. ผมจะเลิกเล่นการเมืองชั่วชีวิต แต่ถ้าท่านหาไม่ได้ รับเดิมพันผมไหมครับ มันพูดกันให้ชัดสิครับท่านประธานว่าอะไรมันเป็น อะไร ตรวจสอบได้ครับ ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอะไรบ้าง ที่ผมเอื้อประโยชน์ให้ใครเขาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มีอะไรบ้างที่ผม เอื้อประโยชน์ให้ใครเขา ชี้มาชัด ๆ สิครับ จะได้สู้กัน แล้วเรื่องนี้อย่างที่ผมเรียนนะครับว่า เขาเป็นคดีความกันอยู่ในศาล เขาก็ว่ากันไปอยู่ในนั้น แต่ถ้าท่านประสงค์จะยืนยันให้ได้ว่า ผมไปเกี่ยวข้อง ไปฉ้อโกงอะไรใครเขาด้วย ผมก็พร้อมจะสู้กับท่านในศาล ผมก็พร้อมจะ ปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของผม เกียรติยศศักดิ์ศรีของครอบครัวผมอย่างถึงที่สุด ตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ