สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการเตรียมการโกงวิธีที่ 3 และกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ข้อหาที่ 1 เตรียมการโกง เพราะมีพฤติกรรมเอื้อให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และวิพากษ์วิจารณ์แผนการของรัฐบาลที่สร้างรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก่อนสายกรุงเทพฯ-หนองคาย และกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ใช้เงิน 800,000,000 บาทก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แม้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจะน้อยกว่า 12% ของเกณฑ์ที่กำหนดโดยสภาพัฒน์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยอ้างว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หยุดหลอกลวงและโกหกประชาชน

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ต่อไปเป็นการ เตรียมการโกงวิธีที่ ๓ ไม่ให้เจ้าของโครงการกู้เงินเองตามที่เคยปฏิบัติ ที่ผ่านมาหน่วยงาน เจ้าของโครงการจะกู้เงินเอง ผมขอยกตัวอย่างเช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ที่กู้เงินมาก่อสร้างรถไฟฟ้าจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือไจก้า (JICA) ด้วยดอกเบี้ยราคาถูก เช่น ๐.๗๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีสําหรับรถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีน้ําเงินช่วงหัวลําโพงถึงบางซื่อ และ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์สําหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ ถึงบางใหญ่ แต่เหตุที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ยอมให้หน่วยงานเจ้าของโครงการกู้เงิน จากไจก้าตามที่เคยปฏิบัติแต่ให้ใช้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแทน เพราะ ๑. ไจก้า จะตรวจสอบผลการศึกษาอย่างละเอียด ถ้าเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุนก็จะไม่ให้กู้ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็รู้ดีว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงนั้นไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงหลีกเลี่ยงที่จะกู้เงินจากไจก้าหันมากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแทน เพราะหวังที่จะใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงให้ได้ ๒.ไจก้าจะคุมเข้มไม่ให้มี การทุจริต เขาจะตรวจสอบการดําเนินโครงการทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใส เขาจะ ตรวจสอบราคาค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดินและค่าจ้างที่ปรึกษา ถ้าพบว่ามีเงินทอนก็จะไม่ให้กู้ ท่านประธานครับ นั่นคือข้อกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ข้อหาที่ ๑ เตรียมการโกง เพราะมีพฤติกรรมเอื้อให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน

ต่อไปเป็นข้อหาที่ ๒ โยงบ้านตัวเอง ท่านประธานทราบดีว่าบ้านเกิดเมืองนอน ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าเหตุใดทันทีที่รับ ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จึงประกาศก้องว่าจะสร้างรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่เต็มสายเป็นสายแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดแย้งกับผลการศึกษาของสํานักงาน นโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ที่ทําการศึกษาไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ผลว่าจะต้องสร้างสายกรุงเทพฯ-หนองคายเป็นสายแรก เพราะได้ผลตอบแทนดีกว่า สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ให้ประเทศจีน ทบทวนการศึกษาความเหมาะสม ปรากฏว่าได้ผลเหมือนเดิม นั่นคือสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ให้ผลตอบแทนดีกว่าสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๒ ครั้งแล้วนะครับที่สายกรุงเทพฯ-หนองคาย ให้ผลตอบแทนดีกว่าสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ยังมีอีกครับเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จัดนิทรรศการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ แนะนําโครงการภายใต้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้ให้ สนข. ทําการศึกษาความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าได้ผลเหมือนเดิมนั่นคือสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ให้ผลตอบแทนดีกว่า สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รวม ๓ ครั้ง ที่สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แพ้สายกรุงเทพฯ-หนองคาย ผมได้พยายามทักท้วงว่าเหตุใดจึงจะสร้างสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก่อนสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ทั้ง ๆ ที่สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ถามหลายครั้งแต่ไม่มีคําตอบ สุดท้ายเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ มีการแก้ตัวเลขเพื่อทําให้ สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ชนะสายกรุงเทพฯ-หนองคาย แก้กันอย่างง่าย ๆ ไม่ใช้หลักวิชาการ ทําทุกอย่างเพื่อต้องการสร้างสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เป็นสายแรกให้ได้ ท่านประธานครับ รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคายจะเชื่อมโลกได้ดีกว่าสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทั้งประเทศจีนและประเทศลาวก็ต้องการให้สร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมประเทศของเขา ผ่านจังหวัดหนองคาย เมื่อต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๖ รองนายกรัฐมนตรีของลาว ได้เข้าพบ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ขอให้รัฐบาลไทยเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-หนองคาย เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงจากจีนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ เส้นทางคมนาคมในภูมิภาคนี้ และเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของจีนได้มา เยือนไทย ท่านได้แสดงความสนใจที่จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิง ผ่านลาวมาที่ จังหวัดหนองคาย แต่อย่างไรก็ตามท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ยังยืนยันที่จะก่อสร้างรถไฟ ความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก่อนสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ท่านประธานทราบไหมว่า รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ช่วงที่อยู่นอกเขตทางรถไฟเขามีการลากเส้นไว้ หลายเส้นทาง มีหลายทางเลือก แต่สุดท้ายพรรคพวกที่บริษัทที่ปรึกษา ที่ทําการศึกษา โครงการนี้บอกผมว่าเขาจําเป็นต้องเลือกเส้นทางที่ผ่านพื้นที่ที่มีการกว้านซื้อที่ดินไว้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นตําแหน่งที่ตั้งของสถานีก็เลือกทําเลที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีอํานาจและพวกพ้อง จึงมีข่าวว่ามีนักลงทุนอักษรย่อ ศ กว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกําไรและกินหัวคิวกับนักการเมือง อักษรย่อ ด แต่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยืนยันว่าขั้นตอนต่าง ๆ โปร่งใส วันนี้จะมีการ กักตุนได้อย่างไร เมื่อเส้นทางยังไม่ได้ประกาศเลย วันนี้ใครเก็งพื้นที่เอาไว้อาจจะผิดด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ทราบจริง ๆ หรือว่าก่อนที่นักเก็งกําไรที่ดิน จะกว้านซื้อที่ดินที่ใดที่หนึ่งนั้นเขาจําเป็นจะต้องมีข้อมูลภายในที่แม่นยํา และการที่จะได้ ข้อมูลเช่นนั้นเขาจําเป็นจะต้องมีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับรัฐบาล เขาไม่ยอมขาดทุน หรอกครับ โดยสรุปข้อหาที่ ๒ โยงบ้านตัวเองก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง

ท่านประธานครับมาถึงข้อหาที่ ๓ ไม่เกรงสภา ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ คงคิดว่าฝ่ายค้านโง่จึงมั่วตัวเลขมา ไม่คิดว่าจะมีคนจับได้ไล่ทัน ผมมีข้อมูลล่าสุดของ ผลการศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาทําการศึกษา ความเหมาะสม ปรากฏว่าไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนทุกเส้นทาง สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์กําหนดไว้ว่าโครงการที่รัฐบาลจะก่อสร้างนั้น จะต้องมีผลตอบแทนทางเศรษฐ หรือ อีไออาร์อาร์ (EIRR) มากกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ผลการศึกษาพบว่าทุกสายได้ อีไออาร์อาร์ น้อยกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ อีไออาร์อาร์คืออะไร ครับท่านประธาน อีไออาร์อาร์เป็นผลประโยชน์ที่เกิดจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง อันเนื่องมาจากการประหยัดเวลา ประหยัดน้ํามันเชื้อเพลิง ลดอุบัติเหตุ และลดมลภาวะ เปรียบเทียบกับเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายในโครงการ ผลประโยชน์เหล่านี้เป็นผลประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนหรือประเทศชาติโดยส่วนรวม โดยไม่คํานึงว่าผู้ลงทุนจะได้กําไรหรือ ขาดทุน ท่านประธานครับ เมื่อรถไฟความเร็วสูงทุกสายมีอีไออาร์อาร์ต่ํากว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ต่ํากว่าเกณฑ์ของสภาพัฒน์ ก็มีปัญหาจะไม่ได้ก่อสร้าง จึงมีคําสั่งจากผู้มีอํานาจไปถึงบริษัท ที่ปรึกษา ทําอย่างไรก็ได้ขอให้อีไออาร์อาร์มากกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะสาย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ปรากฏว่ามีการเพิ่มรายการผลประโยชน์จากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง อีก ๑ รายการ นอกเหนือจาก ๔ รายการเดิมอันประกอบด้วย ๑. ประโยชน์จากการ ประหยัดเวลา ๒. ประโยชน์จากการประหยัดน้ํามันเชื้อเพลิง ๓. ประโยชน์จากการ ลดอุบัติเหตุจราจร และ ๔. ประโยชน์จากการลดมลภาวะ ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นเป็นรายการที่ ๕ ก็คือประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นไม่เคยใช้ มาก่อนในประเทศไทย ผมถามหลายครั้งว่าผลประโยชน์ที่ว่านั้นคืออะไร คํานวณได้อย่างไร ก็ไม่เคยตอบได้ ท่านประธานครับ สุดท้ายด้วยคําสั่งของผู้มีอํานาจ ในที่สุดได้ผลครับ ทําให้อีไออาร์อาร์ สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่เพิ่มขึ้นจาก ๗.๕๔ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๒.๕๖ เปอร์เซ็นต์ ผ่านเกณฑ์ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของสภาพัฒน์อย่างฉิวเฉียด สภาพัฒน์กําหนดไว้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เดิมนั้น สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ได้แค่ ๗.๕๔ เปอร์เซ็นต์ พอมีการเล่นแร่แปรธาตุแล้วอีไออาร์อาร์ ก็เพิ่มขึ้นเป็น ๑๒.๕๖ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามสายอื่นสอบตกทั้งหมด เช่น สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมาได้อีไออาร์อาร์ ๙.๘ เปอร์เซ็นต์ ต่ํากว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ สายกรุงเทพฯ-หัวหิน มีอีไออาร์อาร์ ๘.๑๑ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่บวกผลประโยชน์จาก การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคเข้าไปด้วยแล้ว โดยสรุปข้อกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ข้อหาที่ ๓ ไม่เกรงสภา ก็เพื่อต้องการที่จะใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูงให้ได้ ทั้ง ๆ ที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจหรืออีไออาร์อาร์น้อยกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่เป็นไปตามข้อกําหนดของสภาพัฒน์

ท่านประธานครับ มาถึงข้อหาที่ ๔ คือตบตาประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์จัดนิทรรศการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติแจ้งวัฒนะ เมื่อต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ประกาศว่าจะสร้างรถไฟความเร็วสูง ๔ สาย จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ไปจังหวัดนครราชสีมา กรุงเทพฯ ไปหัวหิน และจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดระยอง ระยะทางรวมทั้งหมด ๑,๔๔๗ กิโลเมตร ใช้เงินลงทุนโครงการทั้งหมด ๗๘๓,๕๕๒.๗๓ ล้านบาท ต่อมาในปลายเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าสู่สภา มีการแก้ข้อความอย่างมี นัยสําคัญ โดยการแก้จุดหมายปลายทางของโครงการรถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพฯ ถึงโคราช แก้เป็น ถึงจังหวัดหนองคาย จากกรุงเทพฯ ถึงหัวหิน แก้เป็นถึง ปาดังเบซาร์ โดยที่เงินลงทุนยังเท่าเดิม นั่นคือ ๗๘๓,๕๕๒.๗๓ ล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะระยะทาง ยาวขึ้นนับพันกิโลเมตร แต่เงินค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน ค่าจ้างที่ปรึกษายังเท่าเดิม เป็นการตบตา ส.ส. ฝ่ายค้าน แต่เงินค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน ค่าจ้างที่ปรึกษายังเท่าเดิม เป็นการตบตา ส.ส. ฝ่ายค้าน หลังจากนั้นเมื่อเร็ว ๆ นี้คือต้นเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พร้อมคณะไปจัดโรดโชว์ (Roadshow) เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จังหวัดหนองคาย ให้ความหวังพี่น้องชาวหนองคายว่าจะได้ใช้รถไฟความเร็วสูง ภายใน ๗ ปี แถมยังคุยว่าจะใช้รถไฟความเร็วสูงขนแหนมเนืองไปที่คุนหมิงแทนการขนส่ง ด้วยเครื่องบิน ท่านประธานครับ การคุยว่าชาวจังหวัดหนองคายจะได้ใช้รถไฟความเร็วสูง ภายใน ๗ ปีนั้นเป็นการตบตาหรือหลอกลวงประชาชนคนจังหวัดหนองคาย เพราะเป็นไป ไม่ได้ที่จะสร้างเส้นทางนี้จากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดหนองคายเสร็จภายในปี ๒๕๖๓ เนื่องจาก ๑. ยังไม่ได้ศึกษาความเหมาะสม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ๒. ยังไม่ได้ออกแบบรายละเอียด และ ๓. ไม่มีเงินค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดินและค่าจ้างที่ปรึกษา เพราะเอาเงินไปสร้างสาย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่หมด ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ หยุดหลอกลวง หยุดโกหกพี่น้อง ประชาชนคนจังหวัดหนองคายเสียทีเถอะครับ การโกหกเป็นการคอร์รัปชันประเภทหนึ่งด้วย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อาจจะชี้แจงว่าไม่ได้โกหกหรือหลอกลวงชาวจังหวัดหนองคาย เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟในประเทศไทย โดยแลกเปลี่ยน กับสินค้าเกษตรจากประเทศไทย