สามารถ ราชพลสิทธิ์ กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์โกงเงิน 2,000,000,000 บาทที่กู้เพื่อโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยกล่าวหาว่าเพิ่มราคาค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน และค่าจ้างที่ปรึกษา และกล่าวว่าเงินนี้ไม่จำเป็นต้องกู้ เนื่องจากสามารถใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้คัดค้านการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่ผม ขอคัดค้านการแสวงหาผลประโยชน์จากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการใช้ ความสามารถในการแข่งขันด้านคมนาคมขนส่งของประเทศมาเป็นฉากบังหน้า ท่านประธานคงแปลกใจว่าเหตุใดผมจึงหยิบเรื่องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เพราะยังไม่มีการใช้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเลย ผมขอบอกว่าถ้าผมรอให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ใช้เงินหมดก่อนจึงจะอภิปรายก็จะ กลายเป็นวัวหายล้อมคอก ไม่ทันการณ์ ยิ่งมีข่าวว่าจะมีเงินทอนถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นเงินจํานวนมหาศาลถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยแล้ว ผมจึงจําเป็นต้องหาทางป้องกันไม่ให้มีการกินคําโต ตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา อย่างบูรณาการ ท่านประธานครับคนเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่มีพฤติกรรมเอื้อหรือปูทางให้ มีการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่ ผมจึงจําเป็นต้อง อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ โดยการตั้งข้อกล่าวหา๔ ข้อหาดังนี้ ข้อหาที่ ๑ เตรียมการโกง ข้อหาที่ ๒ โยงบ้านตัวเอง ข้อหาที่ ๓ ไม่เกรงสภา และข้อหาที่ ๔ ตบตา ประชาชน
สําหรับข้อหาที่ ๑ นั้น เป็นการเตรียมการโกง ผมขอกล่าวหานายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ว่า มีพฤติกรรมเอื้อให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน โดยการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แทนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจําปี ซึ่งสามารถใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน คมนาคมขนส่งของประเทศได้ครบทุกโครงการตามที่บรรจุอยู่ในแผนการก่อสร้างภายใต้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่จําเป็นต้องกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมกล้าพูดเช่นนี้ ก็เพราะว่าผมได้ตรวจสอบแผนการใช้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตลอดระยะเวลา ๗ ปี แล้วพบว่าไม่ได้สร้างภาระหนักให้กับงบประมาณรายจ่ายประจําปีเลย โดยเฉพาะปีแรกที่ใช้ แค่เพียง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งดูเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงยิ่งไม่น่าห่วง เพราะใช้ เงินปีแรกแค่เพียง ๓๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ผมจึงมั่นใจว่าสามารถใช้งบประมาณรายจ่าย ประจําปีได้ โดยไม่ต้องกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เหตุที่มีการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เพราะว่าโกงได้ง่าย เพราะการใช้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ต้องมีเอกสารมากมาย โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งต้องใช้เงินกู้สูงถึงเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีเอกสารเพียงไม่กี่แผ่น ก็สามารถทําให้สภาเห็นชอบได้ ต่างกับการใช้งบประมาณรายจ่ายประจําปีที่ต้องมีเอกสาร มากมายหลายกล่อง ทั้งการศึกษาความเหมาะสม การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีแบบละเอียด ซึ่งสามารถใช้ในการคํานวณค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน และค่าจ้างที่ปรึกษา ได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุที่เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่มีรายละเอียดเป็นการเลี่ยง การตรวจสอบ จึงนําไปสู่การโกง ท่านประธานครับ การเตรียมการโกงเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มี ๓ วิธี เตรียมการโกงวิธีที่ ๑ เพิ่มเงินลงทุน โดยการบวกเพิ่มราคาค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน และค่าจ้างที่ปรึกษา เฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเพียงโครงการเดียว มีเงินลงทุนโครงการแพงกว่าสมัยท่านนายกรัฐมนรีอภิสิทธิ์ถึง ๓๐๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เงินจํานวนมากมหาศาลนี้จะไปอยู่ในกระเป๋าของใครจะต้อง ติดตาม ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ผมได้พยายามขอให้รัฐบาลคิดเงินลงทุนโครงการรถไฟ ความเร็วสูงให้ถูกลง ด้วยยเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ รัฐบาลไม่ยอมลดแม้แต่บาทเดียว แต่กับคิด ราคาเพิ่มขึ้นอีก ๓๒๒ ล้านบาท ขอให้ลดแต่กับเพิ่มเป็นอย่างนั้นไป เพราะฉะนั้นที่พูดกันว่า จะมีเงินทอน ๓๐ เปอร์เซ็นต์จากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จึงมีความเป็นไปได้ เพราะแค่โครงการรถไฟความเร็วสูงเพียงโครงการเดียว เท่านั้นก็ปาเข้าไปถึง ๓๐๓,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อาจจะแก้ตัวว่า เหตุที่เงินลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงแพงกว่าสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาก เพราะต้องสร้างเป็นทางยกระดับเพื่อหนีน้ําท่วม ผมขอแย้งว่าช่วงที่สร้างเป็นทางยกระดับนั้นมีไม่มาก ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ราคาจึงไม่ควร เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ อีกทั้งในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้สร้างเป็นทางบนระดับ พื้นดินทั้งหมด ช่วงที่อยู่ในเมืองก็ยกระดับ ช่วงข้ามแม่น้ําลําคลองก็ต้องสร้างสะพาน ช่วงผ่านภูเขาก็ต้องเจาะอุโมงค์ และช่วงที่อยู่บนดินอ่อนก็ต้องตอกเสาเข็ม ด้วยเหตุนี้ เงินลงทุนจึงไม่ควรเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ หากเป็นไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กล่าวอ้างจริงก็ไม่จําเป็นต้องสร้างทางยกระดับเพื่อหนีน้ําท่วม เพราะท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มีเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการป้องกันน้ําท่วมอยู่แล้ว จึงไม่จําเป็นต้อง สร้างรถไฟความเร็วสูงเป็นทางยกระดับเพื่อหนีน้ําท่วมอีกเป็นการใช้เงินซ้ําซ้อน อีกทั้ง โครงการอื่น เช่นโครงการรถไฟทางคู่ ก็ไม่ได้สร้างเป็นทางยกระดับเพื่อหนีน้ําท่วม ท่านประธานครับ ต่อไปเป็นการเตรียมการโกงวิธีที่ ๒ ปิดโอกาสไม่ให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต้องการลงทุนเองทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ท่านประธานครับ อภิมหาโครงการดังเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง ไม่ว่าที่ไหนในโลกเขาจะให้เอกชนเข้าร่วม ลงทุน