สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องการเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในธนาคารแห่งหนึ่งและธนาคารอาคารสงเคราะห์ และเรียกร้องการสอบสวนและลงโทษผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับพนักงานที่มีประวัติโทษก่อน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแก้ไขคำนิยามที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียไม่ให้มีส่วนร่วมในการเป็นกรรมการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแต่งตั้งกรรมการธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย โดยกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรีใช้ตำแหน่งในการแต่งตั้งกรรมการที่มีความรู้ความสามารถน้อย และมีผลประโยชน์ทับซ้อน

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ผมถอนนะครับ ท่านประธานครับ เพื่อนผม เพิ่งตื่นเขามาสะกิดถึงเวลาประท้วงแล้ว ท่านประธานครับ เขาบอกว่าหนี้เสียมีประมาณหนี้ เสียเพิ่มเกิดจากหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากกรรมการ จุด จุด จุด จุด ที่คนเป็นรัฐมนตรีส่งมา จุด จุด จุด จุด ส่งมาบริหารงานเป็นกรรมการผู้จัดการ ทําให้หนี้เสียเพิ่มจาก ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๕ มาเป็น ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วง ๖ เดือน ตรงนี้ทําไมไม่พูด ถึงกํากับดูแลอย่างไรปล่อยให้หนี้เสีย เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว นอกจากนั้นแล้วท่านอดีตรักษาการผู้นี้ยังมาบอกว่า ธนาคารนั้นเข้าชื่อกัน ขับผู้บริหารท่านหนึ่งออกไป พนักงาน ๑,๔๐๐ คนครับท่านประธาน แต่รัฐมนตรีไม่เอาผิด แล้วยังมีคําสั่งไม่ให้ผมซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการบริหาร ไม่ให้สอบสวนลงโทษอีกด้วย เป็นการช่วยเหลือปกปิดความผิดให้กัน แล้วกลับมาให้ข่าวว่าไอแบงก์แก้หนี้เสียได้น้อย ผมไม่มีผลงาน ซึ่งไม่ตรงกับความจริง นี่คือไอแบงก์นะครับ ยังมีอีกครับ แต่ว่าเวลาผมไม่พอ ผมไปอีกอันหนึ่งครับท่านประธาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ก็อย่างว่านะครับ คนซื้อบ้าน ซื้อคอนโดมิเนียม ก็ต้องซื้อจากนี่นะครับ ประเด็นก็คือว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นของรัฐ เป็นของประชาชน ปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ปี ๒๕๕๕ ครับท่านประธาน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นก็คือว่า มติคณะรัฐมนตรีที่ตั้งผมก็แปลกใจนะครับ ผมแปลกใจว่าคนที่บริหารเก่งจากธนาคารรัฐอื่น นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเคย เขาลาออกมาปั๊บท่านนายกรัฐมนตรีตั้งปุ๊บ เขาลาออกจาก ธนาคารแห่งหนึ่ง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ ท่านนายกรัฐมนตรีคอย ตั้งเลยวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ให้เป็นกรรมการธนาคารนี้ อีกท่านหนึ่งครับผมก็ไม่รู้ตั้งมาทําไมแต่เก่งครับ น่าจะไป สอนหนังสือต่อไป เป็นรองคณะบดีมหาวิทยาลัยชินวัตรครับ แต่เก่งอีกเหมือนกันครับ ผมก็สงสัยอีกเหมือนกัน อีกท่านหนึ่งตั้งเมื่อมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เท่าไรครับ เป็นอดีตผู้บริหาร เอไอเอส (AIS) ในกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น ก็เก่งนะครับมาเป็นกรรมการแบงก์ ชื่อคุณอาภัทรา นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะจบแล้ว ท่านประธานครับ ธนาคารออมสินครับ ประเด็นคือว่าธนาคารออมสินกับธนาคารกรุงไทย (มหาชน) จํากัด กราบเรียนท่านประธานได้เลยว่าวันนี้มีปัญหาครับ มีปัญหาที่ท่านผู้นํา ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมบอกว่าเมื่อวานนี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นหัวหน้าคณะ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖ อนุมัติให้แก้กฎหมายคุณสมบัติของ กรรมการรัฐวิสาหกิจ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบว่าท่านอภิสิทธิ์เองเป็นคนแก้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จริงครับ หัวหน้าพรรคผมแก้เมื่อปี ๒๕๕๔ แล้วแก้ ๒ ประเด็น

ประเด็นแรกคือกฎหมายเดิมบอกว่าใครก็ตามที่มีโทษจําคุกหรือรอลงอาญา แต่ผ่านพ้นมาแล้ว ๕ ปีให้เป็นพนักงานได้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอนนั้นท่านอภิสิทธิ์ผมก็แก้ บอกว่าห้ามคนมีประวัติมาเป็นพนักงานเลย ทรัพย์สินของแผ่นดินต้องสะอาดบริสุทธิ์ก็ไป แก้ว่าไม่ให้มีคือให้เข้มข้นขึ้น ส่วนผู้บริหารกรรมการก็ให้เข้มข้นขึ้นคือปราศจากมลทินถึงจะ มาเป็นแล้วก็ส่งเข้าสภามาอันดับที่ ๑๐๘ สภายุบไปไม่ได้แก้ เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรี มาบอกว่าก็ลอกมาจากท่านอภิสิทธิ์นั่นละ ลอกมาแค่ครึ่งเดียวครับ ตอนพวกผมมาถาม ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้บอกเลยว่าสมัยที่ท่านมาแก้ท่านแก้ตามท่านอภิสิทธิ์ใช่ครับ ทําไมไม่ยืนยัน พ.ร.บ. นั้นเสียละครับ ไม่เอาครับท่านแก้เหมือนท่านอภิสิทธิ์แต่เติมไป อีกหลายประเด็นครับ ประเด็นแรกที่เติมก็คือบอกว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนเขาร้องมา พนักงานเคยมีโทษแล้วเกิน ๕ ปีให้เขากลับเข้าไปทํางานเถอะ แก้จากขาวสะอาดก็เป็นสีเทา ๆ อภัยให้ทํางานได้ ผู้บริหารก็ต้องสะอาดเหมือนเดิมขอบคุณมาก แต่ผมไม่สบายใจอีก ๒ ข้อ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานอนุมัติได้อย่างไร อันแรกบอกว่าอย่างไรครับ คํานิยาม มอบอํานาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปแก้ได้ในกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับเดิมบอกห้ามผู้มีส่วนได้เสียมาเป็นกรรมการ ท่านบอกว่าให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไปแก้คํานิยามได้ใหม่ มันดีที่สุดแล้วครับ ห้ามผู้มีส่วนได้เสียจะไปให้นิยาม ว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ

ประการต่อมาก็แก้เพิ่มจากที่ท่านอภิสิทธิ์แก้ไว้ อะไรก็ตามที่เป็นข้อยกเว้นให้ กรรมการรัฐวิสาหกิจนั้นใช้ดุลยพินิจยกเว้นได้หมด แปลเป็นไทยภาษาชาวบ้านก็คือว่า ชั่วดีถี่ห่างอย่างไร มีข้อบังคับห้ามอย่างไรยกเว้นได้หมด ไม่ต้องเป็นกรรมการสรรหา ไม่ต้อง มาจากบัญชีสรรหาก็ได้เป็นได้หมด นี่คือที่มาครับว่า พวกผมสงสัยว่าท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ดี ๆ มาจับรัฐวิสาหกิจพวกผมแล้วบอกว่ามีที่ดิน ๘ แปลง ดีมาก แต่ท่านกําลังจะทํา คุณสมบัติของกรรมการของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจนั้นให้มีมาตรฐานที่ต่ําลง เราต้องให้ มาตรฐานนั้นสูงขึ้นสะอาดปราศจากการแทรกแซงไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน กรรมการอิสระ ที่บอกอิสระนั้นเป็นกรรมการชิน คอร์ปอเรชั่นก็ไม่ต้องมาเป็นห้าม ห้ามมีผลประโยชน์ ทับซ้อน คนที่เป็นเพื่อนเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องของผู้บริหารของท่านนายกรัฐมนตรี เขาต้องห้ามให้มาเป็น แต่ท่านกําลังจะเปิดช่องให้แก้ได้ สิ่งที่ผมกลัวก็คือว่าธนาคาร ๒ ธนาคารสุดท้ายครับท่านประธานครับ ธนาคารออมสิน ผมคิดว่าธนาคารออมสินไม่มีอะไร เลยง่าย ๆ ธนาคารออมสินนั้นก็ต้องบอกนะครับเหมือนกับรถไฟไทย ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ พระราชทาน ให้คนไทยนะครับ ท่านพระราชทานชื่อว่าลีฟอร์เทีย เมื่อปี ๒๔๕๐ และให้ตั้งเป็นธนาคาร เมื่อปี ๒๔๕๖ ครบ ๑๐๐ ปี พอดี นี่คือเด็ก เงินเด็กฝากของคนไทย คนไทยมีนิสัยออม จากธนาคารออมสิน ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่พวกผม ไม่สบายใจ ธนาคารออมสินนั้นปล่อยสินเชื่อเรื่องของอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมาก มากผิดปกติ และถามว่าวันนี้ใครเป็นประธานกรรมการ มีความรู้ความสามารถนะครับ เป็นนักกฎหมาย เป็นอดีตอธิบดี แต่ที่มีคุณสมบัติเพิ่มก็คือว่าสามีท่านเป็นเพื่อนสนิทอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านหนึ่ง ก็คืออดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่ท่านมีความรู้ความสามารถนะครับ ก็อาจจะไว้ใจเป็นพิเศษให้นั่ง อีกท่านหนึ่งผมก็สงสัยครับ เป็นผู้บริหารผู้อํานวยการใหญ่ การตลาดบริษัทไทยคมครับ ไทยคมครับท่านประธานครับ นางสาวนงลักษณ์ พินัยนิติศาสตร์ ท่านก็เก่งนะครับ ไทยคมอยู่เครือชินคอร์เปอเรชัน แล้วท่านก็มีความรู้ความสามารถนะครับ แต่ผมถามว่านี่มันเรื่องธนาคารมันจะเกี่ยวไหม นี่คือสิ่งที่ผมกังวลครับท่านประธานครับว่า สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจสรุปแล้วเอาคนที่สนิท สนิทกันมานั่ง กรรมการผู้จัดการ ผมก็ไม่ไปพูดนะครับ มีความรู้ความสามารถมาจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกคนก็บอกว่า ให้ไปเถอะเป็นเด็กเจ๊ ด. ผมไม่ต้องเฉลยเลยครับว่าเด็กเจ๊ ด. คือใคร แต่ผมบอกท่านประธาน ว่าธนาคารออมสินปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยนะครับ ๑๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๒๗ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมกลัวครับ สุดท้ายก็คือว่าธนาคารออมสินนั้นปล่อยกู้ให้กับโครงการน้ําที่ท่านกรณ์ว่าครับ ๔,๕๐๐ ล้านบาท มีธนาคาร ๔ ธนาคารนะครับ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ไม่เสี่ยงปล่อยกู้ครับ ธนาคารออมสินปล่อยครับ ๔,๕๐๐ ล้านบาท จะได้เงินคือหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ แต่ผมถามท่านประธานว่านี่เป็นเพราะว่านโยบายสั่งมาหรือเปล่า สุดท้ายครับ ธนาคารกรุงไทยครับท่านประธานครับ ธนาคารกรุงไทยผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมก็ห่วงอยู่เหมือนกันครับ แต่งตั้งคนมีความรู้ความสามารถหมดนะครับ ก็มาอีกแล้วครับ ยาสามัญประจําบ้าน ผู้บริหาร จากเครือชินคอร์เปอเรชัน ท่านประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ครับ เก่งครับ รอบรู้ทุกอย่าง นั่งเป็นธนาคารกรุงไทยอีกตําแหน่งหนึ่ง อีกท่านหนึ่งครับ ก็เป็น ผู้หญิงเก่งเหมือนกัน แต่ก็มาจากอดีตผู้บริหารเอไอเอส เครือชินคอร์เปอเรชันเหมือนกัน อีกท่านหนึ่งก็คือทนายอีกละครับทนายความตระกูลชินวัตรอีกแล้วครับ ก็เก่งนะครับ แต่นักกฎหมายตั้ง ๖๐,๐๐๐ กว่าคนทั้งประเทศ หาที่อื่นได้ไหม นี่นั่ง ๒ ตําแหน่งนะครับ มีสํานักงานสลากกินแบ่งอีกแห่งนะครับ สุดท้ายครับ ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีเลยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้ที่ส่งกรรมการมา ๑ ท่าน โดยท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ตรวจสอบ ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ ๙,๙๐๐ ล้านบาท คตส. สอบแล้ว อัยการสั่งฟ้อง มีจําเลย ๒๗ คน หนึ่งใน ๒๗ คนนั้นคือท่านพี่ชายท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ ท่านทักษิณ ชินวัตร แล้วก็ในนั้นก็มีเงินโอนไปถึงนักการเมืองถึงลูกนักการเมืองอีกด้วย เขาคืนเงินไปให้ แต่ประเด็นที่ผมกําลังจะบอกท่านประธานก็คือว่าธนาคารกรุงไทยเสียหาย จากปล่อยกู้นี้ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ๔,๕๐๐ ล้านบาทคือเงินคนไทยที่ต้องไปอุดรูรั่ว ของธนาคารกรุงไทยที่ปล่อยสินเชื่อ แล้วเสียหาย แล้ววันนี้ธนาคารกรุงไทยจะต้องไปฟ้อง เรียกค่าเสียหายคืนให้กับธนาคารกรุงไทย แต่รัฐบาลชุดนี้ตั้งประธานบริหารของบริษัทที่กําลัง ถูกฟ้องมาเป็นกรรมการธนาคารกรุงไทย ทําได้อย่างไรครับ ผลประโยชน์ทับซ้อนชัด ๆ เงิน ๔,๕๐๐ ล้านบาท ทําได้อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีตอบผมสิ ท่านนายกรัฐมนตรี มานั่งข้างหน้าเถอะครับ ท่านมีส่วนรู้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น ท่านเป็นหนูไม่รู้มา ๒ ปีแล้ว แล้วหนูไม่รู้ เขาบอกว่าหนูไม่รู้คือสูตรสําเร็จของความหายนะของประเทศ เพราะทําตัวเป็น หนูไม่รู้ ไม่รู้ไม่ได้แล้วครับ เพราะจะมีที่ดินของราชการอีก ๘ แปลง เกือบล้านล้านนะครับ ที่จะต้องมาประมูลให้เอกชน และทุกคนก็รําป้อเลยผู้บริหาร จะให้บริหารแค่บริษัทเดียว ประมูลนะ บริษัทเดียวประมูลทั้งโครงการนะ ท่านประธานครับ ผมสงสัยเรื่องผลประโยชน์ ทับซ้อน ผมสงสัยเรื่องความเชื่อมของการเมือง ดีเอ็นเอมันไม่สะอาดครับท่านประธานครับ ประวัติดีเอ็นเอมันก็ไม่ดีครับ และท่านปล่อยมาได้อย่างไร และผมถามว่าวันนี้คนเป็น ธนาคารกรุงไทย ต่อให้ทําหน้าที่ดีที่สุด ไม่ไปยุ่งเกี่ยวเลย พนักงานก็ต้องเกรงใจเพราะเป็น บอร์ดกรุงไทย ผมไม่ตําหนิคนถูกแต่งตั้งนะครับ ผมตําหนิคนตั้งครับ สมองใช้ส่วนไหนคิด ประโยชน์เพื่อประชาชนหรือประโยชน์เพื่อพวกพ้อง เงินต้องเรียก ๔,๕๐๐ ล้านบาท ต้องเรียกคืน และมันจะได้คืนไหม ถ้าเผื่ออีกฝ่ายรู้สํานวนจะฟ้องหมดมันจะชนะคดีไหมครับ ไม่ชนะหรอกครับ ทํากับสมบัติบ้านเมืองอย่างนี้ได้อย่างไร ผมถึงไว้วางใจไม่ได้ แล้วแค่นั้น ไม่พอท่านประธานครับ ผมไม่ตําหนิหรอก แต่ผมกําลังจะบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังผม เถอะครับ ท่านตั้งคนไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ดูความเหมาะสมเลย ผมถามท่านประธานครับ ผมเสียใจจริง ๆ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่น่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ผมขอพูดหน่อยเถอะครับ มติแต่งตั้งบุคคลไปดํารงตําแหน่ง ที่องค์การเภสัชกรรม องค์การเภสัชกรรมนั้นมีปัญหา ปลดอดีตผู้บริหาร มีปัญหา หาคน ไปแทน ตั้งกรรมการไปแทน ผมต้องการถามท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งหน้าครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานวันนั้นมองหน้า ครม. ติดไหม ครม. ก้มหน้าหมดไหม ตั้งใครครับ พี่เขยครับ ตั้งพี่เขยไม่ผิดหรอกครับ แต่ควรจะเอาพี่เขยท่านเป็นคนดี คนเก่ง เอาไปไว้ที่อื่นได้ไหม เพราะในหนังสือพิมพ์รายงานว่าท่านเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ฮัวถอ (ประเทศไทย) ซึ่งประกอบธุรกิจนําเข้าอุปกรณ์การแพทย์จากประเทศจีน ท่านไม่ใช่ คนชั่ว คนเลว เป็นนายแพทย์ เก่งดีครับ ผมโทษคนตั้งครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ทําให้เขาเสื่อมเสียได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธานครับ แล้วแค่นั้นยังไม่พอ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พลังงาน มีอีกเยอะครับท่านประธานครับ ตั้งอดีต ส.ส. อดีตทนาย อะไรไปหมดเลย ผมกําลังจะบอกว่าวันนี้อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังว่าวันนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีพฤติกรรมแจกตําแหน่ง ข้าราชการคนไหนไม่เห็นด้วย ย้ายเข้า เสมือนพนักงานบริษัท เปลี่ยนแปลงเขาเหมือนเขาไม่มีเกียรติเลยข้าราชการ แล้ววันนี้ ทําอะไร เอาคนมีคดีเผาบ้านเผาเมือง จาบจ้วงสถาบัน เก็บมาเลี้ยงดูอุ้มชู ให้ข้าวให้น้ํา ให้เงินเดือน เงินเดือนใคร เงินเดือนท่านนายกรัฐมนตรีหรือครับ เงินเดือนจากภาษีประชาชน เงินเดือนจากภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินของท่าน แล้วคนที่เสียภาษี คนที่ถูกเผาบ้านเผาเมือง เสียภาษีให้มาจ่ายเงินเดือนคนพวกนี้มันเจ็บปวดไหมครับ มันเจ็บปวดนะครับ ผมจึงกล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีพฤติกรรมแม่นมทายาทอสูร แม่นมทายาทอสูร ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรุณามาตอบผมหน่อยว่าท่านไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ท่านไม่ได้ตั้งคนพวกนี้เพราะ ข้อกล่าวหาผม คนที่ท่านตั้งไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเลย คนที่ท่านตั้งไม่เกี่ยวกับพี่ชาย ของท่านเลย ไม่เกี่ยวกับบริษัทของท่านเลย สุดท้ายครับ ผมอยากจะให้ท่านดูในใบแผ่นครับ ทําไมรู้ไหมครับท่านประธานครับ วันนี้คนไทยมีหนี้เพิ่มทุกคนจากหนี้ท่านนายกกู้ คนไทย มีหนี้ครัวเรือนเพิ่ม ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูไหมครับว่า หลานท่านที่ถือหุ้นบริษัทในสาขา ริมทรัพย์นี้ มีเงินปันผลมีราคาเพิ่ม จากนโยบายบ้านหลังแรกลดภาษีวันนี้รวยขึ้น ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท